เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีมั่นใจหรือไม่ว่าจะสามารถชี้แจงข้อสงสัยได้ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า “ตนก็จะดูว่าตรงไหนเกี่ยวข้องกับใคร ก็จะให้รัฐมนตรีท่านนั้นมาตอบ เพราะท่านจะทราบรายละเอียดมากกว่าตนแน่นอน การชี้แจงต้องชี้แจงเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบในทุกประเด็น โดยคนที่จะตอบได้ดีที่สุดคือรัฐมนตรีที่กำกับดูแลและอยู่ในเรื่องนั้นที่สุด ซึ่งก็อยู่ที่ตนว่าจะมอบหมายให้ใครขึ้นมาตอบ เพราะนายกรัฐมนตรีไม่สามารถไปตอบในเรื่องของงานแต่ละกระทรวงได้โดยละเอียด ในเมื่อเรามีโอกาสที่จะชี้แจงประชาชนในวาระที่อภิปรายไม่ไว้วางใจอยู่แล้ว ก็ต้องเอาข้อมูลที่เรามีทั้งหมดมาชี้แจงเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ”
เมื่อถามถึงการเตรียมข้อมูลและทีมกฎหมาย นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า “ทุกครั้งก็มี ทั้งฝ่ายข้าราชการประจำที่จะต้องคอยเตรียมข้อมูล เขาก็จะไปตั้งห้องปฏิบัติการที่จะเก็บข้อมูลทั้งหลายให้คณะรัฐมนตรีได้ตอบ ผมไม่จำเป็นต้องไปตอบทุกเรื่อง ผมมอบหมายงาน สั่งการ เพราะฉะนั้นถ้าเรื่องพาดพิงไปที่งานของรัฐมนตรีท่านไหน หรือรองนายกรัฐมนตรีท่านไหน ซึ่งผมได้มอบหมายงานให้ท่านไปรับผิดชอบ ท่านก็มาตอบแทน”
เมื่อถามว่า มองว่าข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านรุนแรงไปหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ยังไม่ได้อ่านในรายละเอียด แต่มีคนสรุปมาว่า 18 คนมีใครโดนบ้าง
เมื่อถามว่า การที่ฝ่ายค้านยื่นอภิปราย 18 คนถือเป็นการเหวี่ยงแห เหมือนไม่มีข้อมูลใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เป็นสิทธิ์ของฝ่ายค้านที่จะยื่นอะไรก็ได้ ถ้าเขามีเสียงถึง โดยนายกรัฐมนตรีได้ถามสื่อว่า ฝ่ายค้านมีเสียงถึงใช่ไหม แล้วกี่เสียง ผู้สื่อข่าวจึงตอบว่าฝ่ายค้านเสียงพอยื่นอภิปราย แต่ไม่มีเสียงของพรรคกล้าธรรม ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ตอบว่า “อ้อหรือ” พร้อมกล่าวด้วยว่าเสียงไม่ครบหรือฝ่ายค้านไม่ได้เสียงฝ่ายค้านทั้งหมดหรือ ผู้สื่อข่าวจึงตอบกลับว่าพรรคกล้าธรรมถอนตัวจากการเป็นฝ่ายค้านไปก่อนหน้านี้ จึงไม่ได้ร่วมยื่นอภิปรายกับฝ่ายค้าน ขณะที่นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า “อ๋อ กล้าธรรมไม่ได้ยื่นหรือครับ แล้วทำไมเขาไม่ร่วมล่ะ”
เมื่อผู้สื่อข่าวตอบว่าพรรคกล้าธรรมออกจากวิปฝ่ายค้านแล้ว นายอนุทินกล่าวว่า ผู้นำฝ่ายค้านไม่สามารถดึงพรรคกล้าธรรมเข้ามาร่วมยื่นอภิปรายได้หรือ
เมื่อผู้สื่อข่าวตอบว่าพรรคกล้าธรรมให้เหตุผลว่ามีเจตนาอภิปรายประเด็นหัวหน้าส่วนราชการมากกว่าพุ่งเป้าในเรื่องตรวจสอบการทำงาน นายอนุทินกล่าวว่า “อ๋อครับ”
เมื่อถามว่า เมื่อพรรคกล้าธรรมไม่ร่วมการอภิปรายในครั้งนี้และอาจจะสนับสนุน รัฐบาลจะมีอะไรวางไว้ให้พรรคกล้าธรรมหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าเป็นสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ ตามกฎหมายเราก็มีความพร้อมอยู่แล้วในการที่จะดำเนินการทุกอย่างตามรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ ซึ่งก็ต้องไปดูว่าในช่วงนั้นจะมีเรื่องการประชุมอาเซียนและการประชุมเอเปค มีการเยือนผู้นำต่างประเทศหลายคน ตนก็จะมอบหมายให้เลขาธิการนายกรัฐมนตรีประสานกับสภาผู้แทนราษฎรเพื่อกำหนดวันที่เหมาะสมและสามารถที่จะไปรับฟังการอภิปรายได้อย่างเต็มที่ ไม่อย่างนั้นต้องวิ่งเข้าวิ่งออกก็ไม่สะดวก
เมื่อถามว่า ได้วางจำนวนวันไว้กี่วัน นายอนุทินกล่าวว่า มาโดยตลอดตามที่เขาปฏิบัติมาโดยตลอด 3-4 วัน ซึ่งไม่มีปัญหา ทั้งนี้อยากให้รัฐมนตรีปลอดจากภารกิจให้มากที่สุด
เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่หากมีการอภิปรายพาดพิงถึงบุคคลภายนอก เช่น คนที่บุรีรัมย์ นายอนุทินกล่าวว่า มีกฎหมายคุ้มครองอยู่แล้ว ใครทำอะไรก็ต้องศึกษากฎหมายให้ดี
เมื่อถามว่า แสดงว่านายกรัฐมนตรีไม่ได้กังวลอะไรตรงนี้เลย โดยมองว่าเป็นกลไกปกติของสภาฯ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เป็นกระบวนการตามระบอบประชาธิปไตย ทุกคนต่างทำหน้าที่ ถ้าฝ่ายค้านเขาไม่ยื่นอภิปรายแล้วเขาจะไปทำอะไร ทุกวันนี้ก็แทบจะไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว ฉะนั้นต้องยื่น ฝ่ายรัฐบาลก็ต้องตอบเพราะรัฐบาลทำงานเยอะมาก ถือโอกาสนี้มาชี้แจงกับประชาชน บางทีการให้อภิปรายก็เป็นสิ่งที่ดี เพราะเราจะได้ฟังว่าสิ่งที่ฝ่ายค้านนำเสนออะไรมาบ้าง วิพากษ์วิจารณ์อะไรมาบ้าง ตำหนิอะไรมาบ้าง รัฐมนตรีทุกคนก็ต้องจดไว้ อันไหนที่มีเหตุมีผลก็รับฟังและนำไปปฏิบัติ ฉะนั้นถือว่าเป็นเวทีที่ให้ทั้งสองฝ่ายได้แสดงผลงานอย่างเต็มที่ รัฐบาลมัวแต่ทำงานหนักมากจนไม่ได้ประชาสัมพันธ์ผลงานของตัวเอง ทำให้ฝ่ายค้านได้รับข้อมูลผิดๆ อยู่ตลอดเวลา พูดอะไรที่ไม่ตรงความจริงสักเรื่องแค่นั้นก็ใช้โอกาสนี้เอาผลงานและสิ่งที่คณะรัฐมนตรีได้ทำมาชี้แจงให้ประชาชนฟัง
“ขอย้ำว่าเป็นการชี้แจงให้ประชาชนฟัง ไม่ได้ชี้แจงให้ใครฟัง ไม่ได้ให้ฝ่ายค้านฟัง” นายอนุทินกล่าว