"พรรคกล้าธรรม" เมินร่วมซักฟอก ชี้ฝ่ายค้านเน้นเกมการเมือง "ฮั้ว สว."
08 ต.ค. 2569 | titayu_pur

“อรรถกร” ลั่น “พรรคกล้าธรรม” ไม่ร่วมสังฆกรรมญัตติซักฟอก ชี้ข้อกล่าวหาหลายข้อไม่โยงบริหารประเทศ ตั้งคำถามฝ่ายค้านมุ่งปม "ฮั้ว สว." มากกว่าตรวจสอบผลงานรัฐบาล
ข่าว
08 ต.ค. 2569 | titayu_pur

“อรรถกร” ลั่น “พรรคกล้าธรรม” ไม่ร่วมสังฆกรรมญัตติซักฟอก ชี้ข้อกล่าวหาหลายข้อไม่โยงบริหารประเทศ ตั้งคำถามฝ่ายค้านมุ่งปม "ฮั้ว สว." มากกว่าตรวจสอบผลงานรัฐบาล
KEY
POINTS
8 ตุลาคม 2569 "อรรถกร ศิริลัทธยากร" โฆษกพรรคกล้าธรรม ประกาศจุดยืนชัดเจนไม่ขอร่วมลงชื่อแ ละสังฆกรรมในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคฝ่ายค้าน หลังเปิดรายละเอียดเนื้อหาพบว่า มุ่งเน้นประเด็นทางการเมืองเรื่อง "ฮั้ว สว." มากกว่าการตรวจสอบผลงาน และประสิทธิภาพการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล พร้อมตั้งคำถามถึงการละเลยรัฐมนตรีที่รับผิดชอบการแก้ปัญหาน้ำท่วม ซึ่งกระทบประชาชนโดยตรง ชี้เป็นการจัดฉากเล่นเกมการเมือง ที่ประชาชนไม่ได้ประโยชน์
นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา ในฐานะโฆษกพรรคกล้าธรรม กล่าวถึงกรณีการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีของพรรคฝ่ายค้านว่า พรรคกล้าธรรมไม่ได้รับการติดต่อจากพรรคแกนนำฝ่ายค้านให้ร่วมพิจารณาหรือร่วมลงชื่อในญัตติดังกล่าว จึงไม่ได้ร่วมลงชื่อ แต่ภายหลังเมื่อได้เห็นรายละเอียด of ญัตติแล้ว พรรคยิ่งเห็นชัดว่า เนื้อหาบางส่วน โดยเฉพาะข้อกล่าวหาหลักต่อนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีหลายราย ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับการบริหารราชการแผ่นดิน
นายอรรถกร กล่าวอีกว่า สิ่งที่น่าตั้งคำถามคือ ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจควรใช้เป็นเวทีตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล และการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน แต่เนื้อหาที่ปรากฏกลับให้น้ำหนักกับประเด็นทางการเมือง โดยเฉพาะเรื่อง ฮั้ว สว. มากกว่าการตรวจสอบประสิทธิภาพการบริหารประเทศ ซึ่งทำให้เกิดคำถามว่าแท้จริงแล้วการอภิปรายครั้งนี้ต้องการตรวจสอบรัฐบาล หรือมุ่งเล่นเกมทางการเมืองกันแน่
นอกจากนี้ ยังมีรัฐมนตรีบางรายที่ควรมีชื่ออยู่ในญัตติ หากพิจารณาจากการทำงานและการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า โดยเฉพาะสถานการณ์การบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย ซึ่งเป็นปัญหาที่กระทบประชาชนโดยตรง แต่กลับไม่มีชื่ออยู่ในญัตติ ขณะที่รัฐมนตรีบางรายซึ่งมีข้อกล่าวหาที่ไม่ชัดเจนกลับถูกระบุชื่อ
“พรรคกล้าธรรมเห็นว่า การอภิปรายควรอภิปรายเรื่องที่เกี่ยวกับการบริหารประเทศ เรื่องที่ประชาชนเดือดร้อน และเรื่องที่รัฐบาลต้องตอบให้ได้ ไม่ใช่เอาเวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจไปเป็นเวทีขยายประเด็นการเมือง เพราะสุดท้ายแล้ว การอภิปรายที่เกิดขึ้นจะไม่ได้ทำให้ปัญหาของประชาชนดีขึ้น และประชาชนจะไม่ได้ประโยชน์อะไรจากการอภิปรายครั้งนี้เลย” นายอรรถกร กล่าว