เนชั่นทีวี

ข่าว

"เอกนิติ" ยันไทยพร้อมเจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 ชู "ผู้เชื่อมโลก" ดึงลงทุนคุณภาพสูง

07 ต.ค. 2569 | thunchanok_kul

"เอกนิติ" ยันไทยพร้อมเจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 ชู "ผู้เชื่อมโลก" ดึงลงทุนคุณภาพสูง

"เอกนิติ" ยันไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดประชุมใหญ่ IMF-World Bank 2026 ชูบทบาท "ผู้เชื่อมโลก" ดึงดูดการลงทุนคุณภาพสูงยั่งยืน

"เอกนิติ" ยันไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดประชุมใหญ่ IMF-World Bank 2026 ชูบทบาท "ผู้เชื่อมโลก" ดึงดูดการลงทุนคุณภาพสูงยั่งยืน

KEY

POINTS

  • ไทยพร้อมจัด IMF-World Bank 2026: ยอดผู้ลงทะเบียนพุ่งกว่า 15,000 คน จาก 191 ประเทศ เข้าร่วม 12–18 ต.ค.
  • วางบทบาท "ผู้เชื่อมโลก": ชูจุดแข็งประเทศปลอดภัย วางยุทธศาสตร์ดึงการลงทุนคุณภาพสูงและการย้ายฐานผลิต
  • เน้นถ่ายทอดเทคโนโลยี-ดันสินค้าไทย: รัฐบาลรุกนโยบายเชื่อมโยง Supply Chain สู่ SMEs พร้อมผลักดันสินค้าท้องถิ่นสู่ตลาดโลก

7 ตุลาคม 2569 ไทยเตรียมพร้อมเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ และกลุ่มธนาคารโลก หรือ IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคมนี้


โดย “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า ขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมงานแล้วกว่า 15,000 คน จาก 191 ประเทศทั่วโลก


การประชุมครั้งนี้ ไทยเตรียมชูจุดแข็งในฐานะประเทศที่มีความปลอดภัย มีความมั่นคง และสามารถทำการค้า รวมถึงสร้างความร่วมมือกับทุกฝ่ายได้

โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับการแบ่งขั้ว ไทยจะวางบทบาทเป็น “ผู้เชื่อมโลก” เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และเปิดโอกาสให้เกิดการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ


“เอกนิติ” มองว่า การเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะช่วงการประชุม ทั้งจากการเดินทาง การท่องเที่ยว และการใช้จ่ายของผู้เข้าร่วมงาน แต่สิ่งสำคัญคือ ผลประโยชน์ในระยะยาว โดยเฉพาะการดึงดูดการลงทุนคุณภาพสูง และการย้ายฐานการลงทุนมายังประเทศไทย


ขณะที่โจทย์สำคัญของรัฐบาล คือ ต้องไม่ปล่อยให้เงินลงทุนเพียงไหลผ่านประเทศ แต่ต้องมีนโยบายเชิงรุก เพื่อดึงดูดและรักษาการลงทุนให้อยู่ในประเทศไทยอย่างยั่งยืน พร้อมกำหนดให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยี และเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้ประโยชน์จากการลงทุนส่งต่อไปถึงประชาชนและธุรกิจไทย

สำหรับประเด็นที่ไทยเตรียมนำเสนอต่อประชาคมโลก มี 2 เรื่องหลัก

  • เรื่องแรก คือ การเป็น “ผู้เชื่อมโลก” ท่ามกลางความขัดแย้งและสงครามระหว่างประเทศ เพื่อส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ
  • เรื่องที่สอง คือ การพัฒนาศักยภาพและการรับมือวิกฤต โดยเฉพาะการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติในอนาคต


นอกจากนี้ ไทยยังใช้เวทีนี้เปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการ นำสินค้าและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นจากทุกภูมิภาค มานำเสนอต่อสายตานานาชาติ เพื่อยกระดับสินค้าไทยสู่ตลาดโลก
 


ทั้งหมดนี้จึงเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญ ที่ไทยจะใช้แสดงศักยภาพทางเศรษฐกิจ พร้อมสร้างโอกาสด้านการท่องเที่ยว การลงทุน และการจ้างงาน ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

ข่าวล่าสุด