ยุคที่ 3 คือหลังรัฐธรรมนูญปี 40 พรรคการเมืองเขาออกมาสู้โดยเน้นประชานิยมเป็นหลัก และที่ประสบความสำเร็จคือมีความอยุติธรรมในสังคม มีการกระจายรายได้ระหว่างเมืองกับชนบทซึ่งสะสมมาโดยตลอดเป็นปัจจัยพื้นฐานรองรับอยู่ ไม่เช่นนั้นความสำเร็จอย่างกว้างขวางของนายทักษิณ ชินวัตร ไม่น่าจะเกิดขึ้น และชาวบ้านก็รู้สึกว่าเป็นครั้งแรกที่พรรคการเมืองเอาจริงเอาจังในระดับทั้งประเทศ คือ 30 บาทรักษาทุกโรค เป็นต้น
"คนจนเขาอยากมีศักดิ์ศรีของเขา แต่ก่อนไปหาหมอไม่ได้ไม่มีสตางค์อายเขา ลูกหลานตายบ้างไม่ได้เข้าคลินิก ดังนั้นสิ่งที่พรรคการเมืองทำประชานิยมให้กับคนไทย คือสอดคล้องกับความไม่ยุติธรรมในการกระจายรายได้ ทำให้ชีวิตเขามีศักดิ์ศรี ขอชมท่านสักทีนะท่านทักษิณ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยชมท่านเลย" นายธีรยุทธ กล่าว
นายธีรยุทธ กล่าวว่า กลุ่มที่เกิดขึ้นในช่วงนี้คือกลุ่มเยาวชนปลดแอก เป็นแนวคิดประชานิยมบวกเปลี่ยนแปลง คือเข้ามาพร้อมกับคนรุ่นใหม่เจน Y เจน Z เข้ามาพร้อมกับความรู้สึกที่อยากจะเปลี่ยนแปลงให้เร็ว และรู้สึกว่าชนชั้นนำเป็นตัวขัดขวางการเปลี่ยนแปลง
"ประเด็น 112 เป็นประเด็นที่ไม่ได้เรื่องไม่ได้ราวมากที่สุด นำมาซึ่งความเจ็บปวดในสังคมทั้งที่สามารถแก้ไขได้ง่ายกว่าที่ทำๆ กัน ผมอยู่กรมทหารในช่วงชีวิตผมเป็นรอยัลลิสต์เต็มตัว และนานพอสมควร ผมเห็นถึงคุณประโยชน์ของสถาบันอยู่ เพราะ ร.9 ท่านทรงงานเหนื่อย เราไปนั่งนิ่งๆ อยู่นานได้ซะที่ไหน ต้องทำนู่นทำนี่ โดยกิจวัตรที่ท่านทำในฐานะสถาบัน เพราะฉะนั้นคุณประโยชน์ที่มองในสังคมวิทยามีเยอะ แต่คนรุ่นหลังบางทีไปสรุปข้อคิดที่นำไบแอส (อคติ) เช่น บางคนเอาความรู้ของฝ่ายซ้าย ก้าวไม่ทันกงล้อประวัติศาสตร์ก็ล้าสมัย" นายธีรยุทธ กล่าว
นายธีรยุทธ กล่าวต่อว่า เมื่อมองความเป็นจริงของโลก ตั้งแต่ทรัมป์เป็นประธานาธิบดี ประชาธิปไตยถูกด้อยค่าเพิ่มขึ้น ดังนั้นขณะนี้เรามีพลังการเมืองอยู่ 3 ส่วน 1. กลุ่มเยาวชนที่ต้องการการเปลี่ยนแปลง จะเปลี่ยนแปลงเรื่องอะไรตนขอถามว่าให้เป็นที่ยอมรับของสังคม เพื่อการเปลี่ยนแปลงจริงๆ 2. กลุ่มประชานิยมและบ้านใหญ่ เน้นกลุ่มชาวบ้านทั่วไป ขณะนี้พรรคเพื่อไทยตก ภูมิใจไทยขึ้นมาแทน มีโบนัสจูงใจให้กับชาวบ้าน แต่ก็จะมีอนาคตต่อไป 3. กลุ่มอนุรักษ์นิยม แต่คะแนนคนกลุ่มนี้น้อยแต่มีพลังจี้จุดให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
นายธีรยุทธ กล่าวถึงปัญหาเรื่องเศรษฐกิจว่า เราไม่เคยมีนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีเป็นของตัวเอง แต่สิ่งที่เรามีและภูมิใจมากคือวิทยุธานินทร์ อย่างที่ 2 ประเทศไทยไม่เคยเน้นประสิทธิภาพในการผลิต หรือประสิทธิภาพในการปรับตัว แต่มีวงจรอุบาทว์ที่ทำลายประสิทธิภาพในประเทศ คือวงจรอุบาทว์ทางการเมืองที่ทำลายเศรษฐกิจ โต้โผใหญ่ในเรื่องนี้คือรัฐบาลที่มีนโยบายใหญ่ๆ เอื้อต่อกลุ่มทุนธุรกิจ ท้ายที่สุดเราไม่เคยเปลี่ยนเทคโนโลยี และประสิทธิภาพรวมของคนไทยเป็นศูนย์ และเรื่องนี้ทำให้เกิดช่องว่างทางรายได้ คนที่เจ็บที่สุดคือคนจน ซึ่งถ้าเราเอาทุนต่างๆ กระจายไปในจุดอื่นๆ ก็จะช่วยมองภาพการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีปัญหาพระฟอกเงินให้กับการพนันออนไลน์