เนชั่นทีวี

ข่าว

ธีรยุทธ ผ่าการเมือง 3 ขั้ว เพื่อไทยขาลง ภูมิใจไทยขึ้น ชมทักษิณ

05 ต.ค. 2569 | titayu_pur

ธีรยุทธ ผ่าการเมือง 3 ขั้ว เพื่อไทยขาลง ภูมิใจไทยขึ้น ชมทักษิณ

"ธีรยุทธ บุญมี" วิเคราะห์โครงสร้างการเมืองไทย 3 ขั้ว ชี้พรรคเพื่อไทยขาลง โดนภูมิใจไทยขึ้นมาแทนที่ พร้อมเอ่ยปากชม "ทักษิณ" ใช้ประชานิยมคืนศักดิ์ศรีให้คนจน เตือนทุนผูกขาดกินเมือง

"ธีรยุทธ บุญมี" วิเคราะห์โครงสร้างการเมืองไทย 3 ขั้ว ชี้พรรคเพื่อไทยขาลง โดนภูมิใจไทยขึ้นมาแทนที่ พร้อมเอ่ยปากชม "ทักษิณ" ใช้ประชานิยมคืนศักดิ์ศรีให้คนจน เตือนทุนผูกขาดกินเมือง

KEY

POINTS

  • ผ่า 3 ขั้วการเมืองไทย: แบ่งเป็นคนรุ่นใหม่ ประชานิยมบ้านใหญ่ และอนุรักษ์นิยม ชี้พรรคเพื่อไทยอยู่ในช่วงขาลง โดยมีพรรคภูมิใจไทยผงาดขึ้นมาแทนที่
  • ชมทักษิณคืนศักดิ์ศรีคนจน: ยอมรับความสำเร็จของประชานิยมอย่าง 30 บาทรักษาทุกโรค ที่สอดคล้องกับการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ และช่วยให้คนจนมีศักดิ์ศรีในสังคม
  • เตือนพิษทุนผูกขาด: ชี้รัฐบาลมีนโยบายเอื้อกลุ่มทุนใหญ่จนเกิดวงจรอุบาทว์ทางการเมือง ทำลายประสิทธิภาพการผลิต ประเทศไร้นวัตกรรม และสร้างช่องว่างรายได้ที่ซ้ำเติมคนยากไร้

5 ตุลาคม 2569 นายธีรยุทธ บุญมี นักวิชาการอิสระ ร่วมบรรยายในงานเสวนา "เหลียวหลัง แลหน้า วาดอนาคตประเทศไทย" ที่ Siam Event House เพื่อวิเคราะห์ฉากทัศน์ทิศทางการเมืองและเศรษฐกิจไทยล่าสุด โดยประเมินโครงสร้าง การเมืองไทย แบ่งเป็น 3 ขั้ว ชี้ชัดพรรค เพื่อไทย กำลังอยู่ในช่วงขาลง ขณะที่พรรค #ภูมิใจไทย ขยับขึ้นมาแทนที่ พร้อมเอ่ยชมบทบาท ทักษิณ ชินวัตร ในการใช้ประชานิยมคืนศักดิ์ศรีให้คนจน พร้อมออกปากเตือนปัญหานโยบายเอื้อกลุ่มทุนผูกขาด และวงจรอุบาทว์ทางการเมืองที่ทำลายระบบเศรษฐกิจ ไร้นวัตกรรมใหม่ และซ้ำเติมช่องว่างความเหลื่อมล้ำในสังคมอย่างน่าห่วง

 

ที่ Siam Event House นายธีรยุทธ บุญมี นักวิชาการอิสระ กล่าวบรรยายในงานเสวนา "เหลียวหลัง แลหน้า วาดอนาคตประเทศไทย" ว่า พรรคภูมิใจไทยมีเทคโนแครตอยู่ 3 คน ถือว่ามีทุนที่ดีและช่วยรัฐบาลได้มาก ทำได้ค่อนข้างไวจากที่เห็นโครงการไทยช่วยไทยพลัสที่ดำเนินการค่อนข้างรวดเร็ว ซึ่งในหัวข้อเหลียวหลัง แลหน้า ถามหาประเทศไทย ตนยังไม่ได้คำตอบ จมอุทกภัยสมัยนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอนุทิน แต่ไม่ใจร้ายถึงขนาดบอกว่าประเทศไทยเป็นรัฐที่ล้มเหลว เรายังตั้งความหวัง ยังพอจะมีโอกาสในความหวังนี้อยู่ ลึกๆ ปัญหาประเทศไทยก็หนักจริงๆ เรามีวิธีคิดวิธีมองการเมืองแบบใหม่เพื่อไม่ให้เราหมดความหวัง และเรายังพอที่จะทำงานด้วยกันได้ในการปฏิรูปประเทศ หรือแก้ไขปัญหา

นายธีรยุทธ บุญมี นักวิชาการอิสระ

 

ทั้งนี้ ตนแบ่งการเมืองออกเป็น 3 ยุค 1. ยุคการเมืองในอดีต รัฐบาลที่รวมรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์, พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ และเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ซึ่งเป็นยุคที่อุตสาหกรรมเข้ามาในประเทศ และการค้าค่อนข้างรุ่งเรือง 2. ยุคเปลี่ยนผ่าน 2530-2545 ซึ่งช่วงนี้มีวิกฤตใหญ่ มีการคอร์รัปชันค่อนข้างมากจนทำให้เกิดรัฐประหาร และเกิดการปฏิรูปการเมืองจนทำให้เกิดรัฐธรรมนูญปี 2540 ซึ่งรัฐธรรมนูญต้องการลดความผันผวนทางการเมือง แต่ขณะนั้นประเทศไทยสร้างศูนย์กลางทางการเงินได้หรือ BIBF แต่เมื่อเงินสะพัดเข้ามาเยอะ โดยเรารู้ไม่ทันและไม่มีสติ ซึ่งเราควรมีสติกันมานานแล้ว จึงทำให้เกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง เราพยายามให้รัฐธรรมนูญปี 2540 ไม่เกิดความอลหม่านขึ้นในประเทศ

 

แต่ผลตรงกันข้าม เพราะเราได้การเมืองแบบประชานิยมได้นายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ทำให้ลดอำนาจของกลุ่มธนาคารลง และทำให้กลุ่มทุนผูกขาดเข้ามาแทนที่ในการลงทุนในการทำธุรกิจ ในช่วงนี้แม้รัฐบาลจะมีความเข้มแข็ง แต่มากเกินไปเพราะสามารถคุมได้หมด มีเงินเป็นทุนการเมืองแถมยังคุมองค์กรอิสระได้ และเป็นประชานิยม ซึ่งเรื่องนี้ทำให้เกิดฐานเสียงในชนบทสูงเป็นฝ่ายอนุรักษ์นิยมตกใจ จนเกิดสงครามเสื้อสีขึ้น

 

ยุคที่ 3 คือหลังรัฐธรรมนูญปี 40 พรรคการเมืองเขาออกมาสู้โดยเน้นประชานิยมเป็นหลัก และที่ประสบความสำเร็จคือมีความอยุติธรรมในสังคม มีการกระจายรายได้ระหว่างเมืองกับชนบทซึ่งสะสมมาโดยตลอดเป็นปัจจัยพื้นฐานรองรับอยู่ ไม่เช่นนั้นความสำเร็จอย่างกว้างขวางของนายทักษิณ ชินวัตร ไม่น่าจะเกิดขึ้น และชาวบ้านก็รู้สึกว่าเป็นครั้งแรกที่พรรคการเมืองเอาจริงเอาจังในระดับทั้งประเทศ คือ 30 บาทรักษาทุกโรค เป็นต้น

"คนจนเขาอยากมีศักดิ์ศรีของเขา แต่ก่อนไปหาหมอไม่ได้ไม่มีสตางค์อายเขา ลูกหลานตายบ้างไม่ได้เข้าคลินิก ดังนั้นสิ่งที่พรรคการเมืองทำประชานิยมให้กับคนไทย คือสอดคล้องกับความไม่ยุติธรรมในการกระจายรายได้ ทำให้ชีวิตเขามีศักดิ์ศรี ขอชมท่านสักทีนะท่านทักษิณ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยชมท่านเลย" นายธีรยุทธ กล่าว

นายธีรยุทธ กล่าวว่า กลุ่มที่เกิดขึ้นในช่วงนี้คือกลุ่มเยาวชนปลดแอก เป็นแนวคิดประชานิยมบวกเปลี่ยนแปลง คือเข้ามาพร้อมกับคนรุ่นใหม่เจน Y เจน Z เข้ามาพร้อมกับความรู้สึกที่อยากจะเปลี่ยนแปลงให้เร็ว และรู้สึกว่าชนชั้นนำเป็นตัวขัดขวางการเปลี่ยนแปลง

"ประเด็น 112 เป็นประเด็นที่ไม่ได้เรื่องไม่ได้ราวมากที่สุด นำมาซึ่งความเจ็บปวดในสังคมทั้งที่สามารถแก้ไขได้ง่ายกว่าที่ทำๆ กัน ผมอยู่กรมทหารในช่วงชีวิตผมเป็นรอยัลลิสต์เต็มตัว และนานพอสมควร ผมเห็นถึงคุณประโยชน์ของสถาบันอยู่ เพราะ ร.9 ท่านทรงงานเหนื่อย เราไปนั่งนิ่งๆ อยู่นานได้ซะที่ไหน ต้องทำนู่นทำนี่ โดยกิจวัตรที่ท่านทำในฐานะสถาบัน เพราะฉะนั้นคุณประโยชน์ที่มองในสังคมวิทยามีเยอะ แต่คนรุ่นหลังบางทีไปสรุปข้อคิดที่นำไบแอส (อคติ) เช่น บางคนเอาความรู้ของฝ่ายซ้าย ก้าวไม่ทันกงล้อประวัติศาสตร์ก็ล้าสมัย" นายธีรยุทธ กล่าว

นายธีรยุทธ กล่าวต่อว่า เมื่อมองความเป็นจริงของโลก ตั้งแต่ทรัมป์เป็นประธานาธิบดี ประชาธิปไตยถูกด้อยค่าเพิ่มขึ้น ดังนั้นขณะนี้เรามีพลังการเมืองอยู่ 3 ส่วน 1. กลุ่มเยาวชนที่ต้องการการเปลี่ยนแปลง จะเปลี่ยนแปลงเรื่องอะไรตนขอถามว่าให้เป็นที่ยอมรับของสังคม เพื่อการเปลี่ยนแปลงจริงๆ 2. กลุ่มประชานิยมและบ้านใหญ่ เน้นกลุ่มชาวบ้านทั่วไป ขณะนี้พรรคเพื่อไทยตก ภูมิใจไทยขึ้นมาแทน มีโบนัสจูงใจให้กับชาวบ้าน แต่ก็จะมีอนาคตต่อไป 3. กลุ่มอนุรักษ์นิยม แต่คะแนนคนกลุ่มนี้น้อยแต่มีพลังจี้จุดให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

 

นายธีรยุทธ กล่าวถึงปัญหาเรื่องเศรษฐกิจว่า เราไม่เคยมีนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีเป็นของตัวเอง แต่สิ่งที่เรามีและภูมิใจมากคือวิทยุธานินทร์ อย่างที่ 2 ประเทศไทยไม่เคยเน้นประสิทธิภาพในการผลิต หรือประสิทธิภาพในการปรับตัว แต่มีวงจรอุบาทว์ที่ทำลายประสิทธิภาพในประเทศ คือวงจรอุบาทว์ทางการเมืองที่ทำลายเศรษฐกิจ โต้โผใหญ่ในเรื่องนี้คือรัฐบาลที่มีนโยบายใหญ่ๆ เอื้อต่อกลุ่มทุนธุรกิจ ท้ายที่สุดเราไม่เคยเปลี่ยนเทคโนโลยี และประสิทธิภาพรวมของคนไทยเป็นศูนย์ และเรื่องนี้ทำให้เกิดช่องว่างทางรายได้ คนที่เจ็บที่สุดคือคนจน ซึ่งถ้าเราเอาทุนต่างๆ กระจายไปในจุดอื่นๆ ก็จะช่วยมองภาพการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีปัญหาพระฟอกเงินให้กับการพนันออนไลน์

ข่าวล่าสุด