เนชั่นทีวี

ข่าว

"วัส ติงสมิตร" หวังศาลฎีกาไต่สวนคดีฮั้ว สว.-สะกิดเอาผิดอาญาประธานรัฐสภา

30 ก.ย. 2569 | thunchanok_kul

"วัส ติงสมิตร" หวังศาลฎีกาไต่สวนคดีฮั้ว สว.-สะกิดเอาผิดอาญาประธานรัฐสภา

“วัส” หวังศาลฎีกา ไต่สวนคดีฮั้ว สว.ต่อ - ไม่หวัง ป.ป.ช.ตรวจสอบการทำหน้าที่ กกต. แนะฝ่ายค้านยื่นเอาผิดอาญา “ประธานรัฐสภา” ดึงเรื่องยื่นศาลฎีกาสอบ ป.ป.ช.

“วัส” หวังศาลฎีกา ไต่สวนคดีฮั้ว สว.ต่อ - ไม่หวัง ป.ป.ช.ตรวจสอบการทำหน้าที่ กกต. แนะฝ่ายค้านยื่นเอาผิดอาญา “ประธานรัฐสภา” ดึงเรื่องยื่นศาลฎีกาสอบ ป.ป.ช.

KEY

POINTS

  • หวังศาลฎีกาไต่สวนคดีฮั้ว สว. เพิ่ม: ชี้ กกต. ส่งเรื่องตาม มาตรา 62 ถูกต้อง หวังศาลใช้สำนวนชุด 26 และเปิดไต่สวนผู้สมัครเพิ่ม
  • จี้เอาผิดอาญาประธานรัฐสภา: สะกิดดึงเรื่องส่งศาลฎีกาสอบ ป.ป.ช. คดีศักดิ์สยามนานกว่า 3 เดือน เสี่ยงผิดกฎหมายอาญา
  • เบรกแนวคิดร้องศาล รธน. ล้มเลือก สว.: มองว่าไกลเกินไปและไม่อยู่ในอำนาจศาลรัฐธรรมนูญที่จะวินิจฉัย

30 กันยายน 2569 นายวัส ติงสมิตร อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา และอดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือ อดีตประธาน กสม. กล่าวบนเวทีเสวนา “โครงการราชบัณฑิตยสภานำความรู้สู่สังคม” เรื่อง “คดีฮั้ว สว. : เรื่องจริงที่คนไทยทุกคนต้องรู้” ที่สำนักงานราชบัณฑิตยสภาจัดขึ้น โดยย้ำถึงปัญหาการฮั้ว สว.ว่า ส่งผลต่อการสรรหากรรมการองค์กรอิสระ และตำแหน่งต่าง ๆ เช่น ประธานศาลปกครองสูงสุด, ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. และอัยการสูงสุด เป็นต้น 


นายวัส ยังกล่าวถึงมติของ กกต.ที่ส่งคำร้องคดีฮั้ว สว.กับผู้ถูกร้องบางราย ไปยังศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง โดยมองว่า กกต.มีหน้าที่โดยตรงตามกฎหมายการได้มาซึ่ง สว. มาตรา 62 ในการส่งศาลฎีกา ซึ่งตนคาดหวังว่า ศาลฎีกา จะได้รับทราบข้อเท็จจริงจากสำนวนของอนุกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 และศาลฎีกา ยังสามารถไต่สวนเพิ่มเติมได้ รวมถึงผู้สมัคร และคนอื่น ๆ ที่มีข้อมูล สามารถยื่นเสนอต่อศาลฯ ได้

นายวัส ยังเห็นว่า ยังมีช่องทางสำหรับผู้ที่ได้รับความเสียหายโดยตรง ในการยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบต่อเจ้าพนักงาน หรือ กกต. แต่การฟ้องเอาผิดทางอาญากับ กกต.นั้น ซึ่งเคยมีคำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ ที่ระบุ อยู่ในอำนาจศาลดังกล่าว และเคยมีคำพิพากษาศาลฎีกา ที่ฟ้อง ป.ป.ช.ต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ ซึ่งศาลอาญาคดีทุจริตฯ มีอำนาจพิจารณาคดี แต่โจทก์แพ้คดี 


อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มีการฟ้องร้อง กกต.ที่ศาลขอนแก่น จนมีการส่งเรื่องให้ประธานศาลอุทธรณ์พิจารณา และพิจารณาตรงข้ามกับ คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ เมื่อปี 2562 ที่มีอยู่แล้ว จึงเกิดปัญหาว่า จะยึดถือแนวปฏิบัติใด และในเดือนตุลาคม จะเริ่มปีงบประมาณใหม่ ซึ่งเมื่อคดีขึ้นสู่ศาลแล้ว ก็มีความเป็นไปได้ว่า จะกลับไปใช้แนวทางตามปี 2562 และยังมีช่องทางในการยื่นคำร้องต่อกรรมการ ป.ป.ช.เอาผิดทั้งคดีอาญา และจริยธรรม เพื่อส่งเรื่องต่อศาลฎีกา ซึ่งปัจจุบัน มีผู้ยื่นร้องไปแล้ว แต่ไม่ค่อยคาดหวัง เพราะใช้เวลานาน 

และก่อนหน้านี้ ยังมีกรณีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ ป.ป.ช.ยกคำร้องกรณียื่นบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จ และฝ่ายค้าน ได้เข้าชื่อกันต่อประธานรัฐสภา เพื่อขอให้ส่งเรื่องไปยังศาลฎีกา เพื่อตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระ ไต่สวนการทำหน้าที่ ป.ป.ช.แต่ขณะนี้ เวลาผ่านไป 3 เดือนกว่าแล้ว ประธานรัฐสภา ก็ยังไม่ได้ส่งคำร้อง ซึ่งกรณีนี้ น่าจะเข้าเขตแดนกฎหมายอาญาแล้วหรือไม่ 


ส่วนกรณีที่มีแนวคิดการร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือก สว.เป็นโมฆะนั้น นายวัส เห็นว่า อาจจะไกลเกินไป และอาจเข้าข่ายลักษณะเดียวกับกรณีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ที่ความลับการลงคะแนน ไม่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่อยู่ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว.ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญ ไม่มีอำนาจวินิจฉัย

ข่าวล่าสุด