"นิพนธ์" ปลื้ม มจร. อนุมัติยกฐานะเป็น "วิทยาลัยสงฆ์สงขลา"
30 ก.ย. 2569 | apirak_pra

"นิพนธ์" ปลื้ม! สภา มจร. มีมติเห็นชอบยกฐานะหน่วยวิทยบริการ มจร.สงขลา เป็น "วิทยาลัยสงฆ์สงขลา" สำเร็จ หลังร่วมผลักดันกับคณะสงฆ์มาราว 20 ปี
ข่าว
30 ก.ย. 2569 | apirak_pra

"นิพนธ์" ปลื้ม! สภา มจร. มีมติเห็นชอบยกฐานะหน่วยวิทยบริการ มจร.สงขลา เป็น "วิทยาลัยสงฆ์สงขลา" สำเร็จ หลังร่วมผลักดันกับคณะสงฆ์มาราว 20 ปี
KEY
POINTS
นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และอดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เปิดเผยเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 ว่า ที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) ครั้งที่ 9/2569 มีมติเห็นชอบให้ยกฐานะหน่วยวิทยบริการวิทยาลัยสงฆ์นครศรีธรรมราช มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จังหวัดสงขลา ขึ้นเป็น "วิทยาลัยสงฆ์สงขลา" อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญครั้งใหญ่ในการพัฒนาโครงสร้างและขยายโอกาสทางการศึกษาพระพุทธศาสนาในพื้นที่จังหวัดสงขลาและภาคใต้
การประชุมดังกล่าวมี พระพรหมวัชรธีราจารย์, ศ.ดร. อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และ พระเทพวชิรสุตาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยกรรมการสภามหาวิทยาลัยเข้าร่วมอย่างพร้อมพรั่ง โดยนายนิพนธ์ได้เข้าร่วมการประชุมผ่านระบบการประชุมทางไกล (Video Conference) เพื่อรับฟังมติอันเป็นประวัติศาสตร์ดังกล่าว
นายนิพนธ์ กล่าวว่า ความสำเร็จในครั้งนี้เกิดจากพลังความร่วมมือของคณะสงฆ์และภาคส่วนต่างๆ ในจังหวัดสงขลาที่ร่วมกันขับเคลื่อนมาอย่างยาวนาน โดยเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2547 ที่ตนเองได้ร่วมประชุมหารือกับคณะสงฆ์ ณ บ้านพัก เพื่อวางแนวคิดจัดตั้งหน่วยวิทยบริการของ มจร. ในจังหวัดสงขลา หวังเปิดประตูการศึกษาให้แก่พระภิกษุ สามเณร และประชาชนทั่วไป จนกระทั่งสภามหาวิทยาลัยอนุมัติให้เปิดหน่วยวิทยบริการ คณะพุทธศาสตร์ เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2548 และเปิดการเรียนการสอนเรื่อยมาจนมีความพร้อมรอบด้าน ทั้งอาคาร สถานที่ บุคลากร และงานวิชาการ
กระทั่งเมื่อเดือนสิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา คณะกรรมการได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมประเมินความพร้อมและมีมติเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ ก่อนจะนำเข้าสู่ที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยเพื่ออนุมัติจัดตั้งในที่สุด ซึ่งการยกฐานะเป็น "วิทยาลัยสงฆ์สงขลา" จะช่วยเพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการ การจัดการเรียนการสอน การวิจัย และการเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางพระพุทธศาสนาเพื่อพัฒนาสังคมในพื้นที่ภาคใต้ได้อย่างยั่งยืน