เนชั่นทีวี

ข่าว

ศาลปกครองสูงสุดยืนยกคำร้อง 'ยิ่งลักษณ์' ไม่รับคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่จำนำข้าวหมื่นล้าน

23 ก.ย. 2569 | titayu_pur

ศาลปกครองสูงสุดยืนยกคำร้อง 'ยิ่งลักษณ์' ไม่รับคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่จำนำข้าวหมื่นล้าน

ศาลปกครองสูงสุดยืนตามศาลชั้นต้น ไม่รับคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ 'ยิ่งลักษณ์' กรณีคำสั่งปกครองให้ชดใช้ค่าเสียหายโครงการจำนำข้าวกว่า 1 หมื่นล้านบาท

ศาลปกครองสูงสุดยืนตามศาลชั้นต้น ไม่รับคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ 'ยิ่งลักษณ์' กรณีคำสั่งปกครองให้ชดใช้ค่าเสียหายโครงการจำนำข้าวกว่า 1 หมื่นล้านบาท

KEY

POINTS

  • ศาลปกครองสูงสุดยืนยกคำร้อง: มีคำสั่งยืนตามศาลชั้นต้น "ไม่รับคำร้อง" ขอพิจารณาคดีใหม่ของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และพวก
  • ภาระชดใช้ค่าเสียหายหมื่นล้าน: ยืนยันตามคำสั่งทางปกครองเดิมที่กำหนดให้อดีตนายกฯ ชดใช้ค่าเสียหายโครงการจำนำข้าวกว่า 10,000 ล้านบาท
  • สิ้นสุดขั้นตอนยื่นฟื้นคดี: ยุติความพยายามในการใช้ช่องทางศาลปกครองเพื่อรื้อฟื้นคดีชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งอย่างเป็นทางการ

23 กันยายน 2569 ศาลปกครองสูงสุด ได้มีคำสั่งยืนตามศาลชั้นต้น ในการไม่รับคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ ของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมพวก ที่ยื่นขอคัดค้านคำสั่งทางปกครองเพื่อยื้อการ ชดใช้หมื่นล้านบาท จากความเสียหายในโครงการจำนำข้าว ส่งผลให้คำสั่งบังคับทางปกครองเดิมยังมีผลตามกฎหมายทันที

 

วันนี้ (23 ก.ย.) เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ศาลปกครองกลาง ศาลอ่านคำสั่งศาลปกครองสูงสุด ยืนตามศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำร้อง ขอพิจารณาคดีใหม่ ในกรณีที่ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สามี และพวก ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองเพื่อขอให้พิจารณาคดีใหม่ ในคดีที่ถูกคำสั่งทางปกครองให้ชดใช้ค่าเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าวมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

 

คดีนี้ ศาลปกครองกลางกำหนดอ่านคำสั่งศาลปกครองสูงสุดวันที่ 23 กันยายน 2569 เวลา 13.30 น. ในคดีที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และนายอนุสรณ์ อมรฉัตร สามี อุทธรณ์คำสั่งไม่รับคำร้องขอพิจารณาคดีจำนำข้าวใหม่ คำสั่งครั้งนี้จะชี้ว่าคำร้องของทั้งคู่เข้าสู่ขั้นพิจารณาคดีใหม่ได้หรือไม่ หลังศาลปกครองสูงสุดพิพากษาให้ยิ่งลักษณ์ชดใช้กระทรวงการคลังกว่า 1 หมื่นล้านบาท

 

โดยเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2568 ศาลปกครองสูงสุดแก้คำพิพากษาศาลปกครองชั้นต้น โดยให้ยิ่งลักษณ์ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่กระทรวงการคลัง 10,028,861,880.83 บาท ศาลพิจารณาความเสียหายจากขั้นตอนระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี ตามสัญญา 4 ฉบับ ซึ่งสร้างความเสียหายแก่ราชการ 20,057,723,761.66 บาท และกำหนดให้ยิ่งลักษณ์รับผิดร้อยละ 50

 

ศาลให้เหตุผลว่า ยิ่งลักษณ์ในฐานะนายกรัฐมนตรีและประธานกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ รับทราบปัญหาแล้ว แต่ไม่ติดตามหรือสั่งให้ตรวจสอบทุจริตในขั้นตอนระบายข้าว ศาลเห็นว่าพฤติการณ์ดังกล่าวเป็นการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง

คำพิพากษายังเพิกถอนคำสั่งกระทรวงการคลังที่ 1351/2559 เฉพาะส่วนที่เรียกให้ นางสาวยิ่งลักษณ์ชดใช้เกิน 10,028.86 ล้านบาท จากยอดเดิม 35,717.27 ล้านบาท โดยศาลไม่ให้ยิ่งลักษณ์รับผิดในส่วนภาพรวมของโครงการจำนำข้าว

 

อีกส่วนหนึ่ง ศาลสั่งให้แจ้งกรมบังคับคดีจัดทำบัญชีกันส่วนทรัพย์สินที่ยึดไว้ 37 รายการ เพื่อคุ้มครองสิทธิของนายอนุสรณ์ในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วม และคืนสิทธิแก่เขาภายใน 60 วัน

 

ฝ่าย นางสาวยิ่งลักษณ์ โต้แย้งทั้งเรื่องผู้รับผิดชอบและวิธีคำนวณความเสียหาย นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความผู้รับมอบอำนาจ ระบุว่า คณะอนุกรรมการระบายข้าวซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นประธานดูแลเรื่องระบายข้าว นายกรัฐมนตรีไม่ได้มีอำนาจโดยตรงในขั้นตอนนี้

 

ทีมทนายยังระบุว่า ณ วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 รัฐมีข้าวคงคลัง 18.9 ล้านตัน ซึ่งรัฐบาลชุดต่อมานำออกขายในราคาตลาด 18–25 บาทต่อกิโลกรัม และมีรายได้สะสมกว่า 200,000 ล้านบาท ฝ่ายยิ่งลักษณ์เห็นว่าควรนำรายได้ดังกล่าวมาหักกับมูลค่าความเสียหายที่ถูกเรียกให้ชดใช้ และคืนเงินส่วนเกินหากคำนวณแล้วเหลือเงิน

 

ข้อโต้แย้งล่าสุดเข้าสู่กระบวนการผ่านคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ แต่เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 ศาลปกครองกลางสั่งไม่รับคำร้อง ศาลเห็นว่าหนังสือกระทรวงพาณิชย์ลงวันที่ 1 สิงหาคม 2568 ที่ผู้ร้องนำมาอ้าง เป็นหลักฐานการหารือหลังมีคำพิพากษา ไม่ใช่พยานหลักฐานใหม่ที่เปลี่ยนสาระสำคัญของคำพิพากษาได้ ยิ่งลักษณ์และนายอนุสรณ์จึงอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว

 

ขณะคดีเดินต่อ ภาระหนี้จากโครงการจำนำข้าวยังปรากฏในบัญชีของรัฐ โครงการตลอด 5 ฤดูกาลระหว่างปี 2554–2557 รับจำนำข้าวเปลือกรวม 54.35 ล้านตัน และใช้งบประมาณรวม 9.85 แสนล้านบาท

 

งบการเงินของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567 ระบุว่า รัฐบาลมีภาระผูกพันค้ำประกันหนี้คงค้างของโครงการ 173,215.98 ล้านบาท ส่วนเอกสารงบประมาณปี 2569 ระบุแผนตั้งงบชำระหนี้ให้ ธ.ก.ส. ในช่วงปี 2568–2572 รวม 136,532.90 ล้านบาท โดยปี 2569 ตั้งไว้ 27,935.83 ล้านบาท

 

ตัวเลขสองชุดนี้มีความหมายต่างกัน ยอด 173,215.98 ล้านบาทคือภาระผูกพันค้ำประกันหนี้คงค้าง ณ วันรายงาน ขณะที่ 136,532.90 ล้านบาทคือวงเงินตามแผนตั้งงบชำระหนี้ห้าปี ทั้งสองจำนวนเป็นภาระของรัฐบาลต่อ ธ.ก.ส. ไม่ใช่ยอดค่าสินไหมที่ศาลสั่งให้ยิ่งลักษณ์จ่ายกระทรวงการคลัง

ข่าวล่าสุด