เอกชน ร้องสอบจริยธรรม “สส.พูนศักดิ์” ใช้อำนาจ กมธ.มิชอบ
27 ส.ค. 2569 | katchatapong_lee

เอกชน ร้องสอบจริยธรรม “สส.พูนศักดิ์” ใช้อำนาจ กมธ.มิชอบ – แฉภรรยาเป็นผู้บริหารเอกชนคู่แข่ง หวั่นผลประโยชน์ทับซ้อน - ย้ำหลายหน่วยงานสอบ BWG แล้วไร้แจ้งข้อกล่าวหา
ข่าว
27 ส.ค. 2569 | katchatapong_lee

เอกชน ร้องสอบจริยธรรม “สส.พูนศักดิ์” ใช้อำนาจ กมธ.มิชอบ – แฉภรรยาเป็นผู้บริหารเอกชนคู่แข่ง หวั่นผลประโยชน์ทับซ้อน - ย้ำหลายหน่วยงานสอบ BWG แล้วไร้แจ้งข้อกล่าวหา
นายณัฐวุฒิ หอไพบูลย์สกุล ทนายความของบริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) หรือ BWG ชี้แจงถึงการยื่นตรวจสอบจริยธรรมนายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการการที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร เข้าไปแทรกแซงการทำงานของคณะกรรมาธิการการป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย ในการลงพื้นที่รับทราบความจริง โดยนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า เนื่องจาก นายพูนศักดิ์เคยดำรงตำแหน่งผู้บริหาร ในบริษัทที่เป็นคู่แข่งขันในธุรกิจเดียวกันก่อนเข้าสู่การเมือง และภรรยานายพูนศักดิ์ ยังคงทำงานในระดับผู้บริหารด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัทอยู่ ดังนั้น เมื่อผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเข้าไปมีบทบาทโดยตรงในการติดตาม ตรวจสอบ ลงพื้นที่ และสื่อสารข้อมูลมุ่งเป้ามาที่บริษัท BWG ทุกครั้งที่ออกสื่อ ทั้งที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน บริษัทย่อมไม่มั่นใจเรื่องความเป็นกลาง ความโปร่งใส และผลประโยชน์ทับซ้อน
นายณัฐวุฒิ ยังกล่าวถึงกรณีที่นายพูนศักดิ์ อ้างเป็นข้อร้องเรียนของประชาชนมานาน 20 ปีว่า เป็นการสะท้อนภาพความพยายามเบี่ยง และบิดประเด็นความสัมพันธ์ของครอบครัวในบริษัทคู่แข่งของ BWG เพราะความเป็นจริงตลอดระยะเวลา 20 ปี หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ได้ตรวจสอบ และพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงทางกฎหมายไปหลายครั้งแล้ว การที่นายพูนศักดิ์นำข้อมูลที่ไม่จริงมานำเสนอ แสดงให้เห็นถึงการใช้วาทะของนักการเมืองในการสร้างวาระซ่อนเร้น ปลุกปั่นกระแสสังคม เพื่อให้เกิดความเสียหายต่อมูลค่าหุ้น และความเชื่อมั่นของ BWG ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยใช้ตำแหน่ง สส. และกรรมาธิการ เป็นเครื่องมือสร้างอำนาจต่อรอง
ส่วนการนำข้อร้องเรียนของประชาชน มาเป็นข้ออ้างอธิบายต่อบทบาทในการตรวจสอบ และการให้สัมภาษณ์ยืนยันการปราศจากผลประโยชน์ทับซ้อน จริยธรรมส่วนบุคคลของผู้ที่จะตรวจสอบผู้อื่น ไม่ใช่สาระหลักของเรื่องนั้น ทนายของบริษัท BWG เห็นว่า นายพูนศักดิ์ กำลังเบี่ยงประเด็นความโปร่งใส จนไม่สามารถทำให้ความสงสัยในผลประโยชน์ทับซ้อนของนายพูนศักดิ์ และภรรยาหมดลงไปได้ แต่ยิ่งทำให้ความมั่นใจในกระบวนการตรวจสอบของนายพูนศักดิ์ว่า จะโปร่งใส ยุติธรรม ตามหลักธรรมาภิบาลลดน้อยลงไปในการตรวจสอบ เพื่อทำให้ BWG ตกเป็นเหยื่อความคิดของสังคม แตกต่างจากปัญหาของชาวบ้านหมู่ 1 ต.เขาซก อ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรี ที่ร้องเรียนเรียกร้องให้ไปตรวจสอบบริเวณคลองปืนแตก ที่มีโรงงานอุตสาหกรรมปล่อยน้ำเสียลงในคลองสาธารณประโยชน์ จนน้ำเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำ ส่งกลิ่นเหม็น สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านที่ประกอบอาชีพเป็นเกษตรกร จนไม่สามารถดูดน้ำในลำคลองมาใช้ในชีวิตประจำวันและทำการเกษตรได้ ทั้งที่เป็นข้อร้องเรียนชุดเดียวกันที่ สส.พรรคภูมิใจไทย จังหวัดชลบุรี ใช้ลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหา แต่เหตุใดนายพูนศักดิ์จึงไม่ตรวจสอบ
“ถ้าจริยธรรมส่วนบุคคลที่จะมาตรวจสอบคนอื่นไม่มี ผลตรวจสอบมันก็ไม่น่าเชื่อถือ ขาดความยุติธรรม ขาดหลักธรรมาภิบาล และถ้าเป็นนักการเมืองที่ไม่มีจริยธรรมส่วนบุคคล ก็ไม่ควรเป็นนักการเมือง โดยเฉพาะนักการเมืองในพรรคประชาชน อีกทั้งยังอาจเข้าข่ายขาดจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองด้วย” ทนายความของบริษัท BWG กล่าว
ทนายของบริษัท BWG กล่าวอีกว่า แนวนโยบายการทำงานที่ผ่านมาของพรรคประชาชนวางมาตรฐานไว้สูง โดยเฉพาะในเรื่องความโปร่งใส ตรวจสอบได้ การมีธรรมาภิบาล และการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน การทำงานของนายพูนศักดิ์ ควรถูกพิจารณาภายใต้มาตรฐานที่พรรคประชาชนกำหนดเอง และให้ความสำคัญมาโดยตลอด หากเกิดกรณีที่สมาชิกพรรคซึ่งเป็นผู้ดำรงตำแหน่ง สส. และรองประธานกรรมาธิการฯ ที่ทำหน้าที่ในการตรวจสอบผู้อื่น กลับมีความสัมพันธ์ในอดีตกับบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกันกับผู้ถูกตรวจสอบ และมีคู่สมรสยังทำงานอยู่ในบริษัทคู่แข่งขันของผู้ถูกตรวจสอบ ดังนั้น เรื่องนี้จึงไม่ควรถูกลดทอนว่าเป็นเพียงประเด็นเล็กน้อย
ทนายของบริษัท BWG กล่าวอีกว่า กรณีนายพูนศักดิ์กล่าวอ้างถึงข้อร้องเรียนเกี่ยวกับพื้นที่ว่ามีมาเป็นระยะเวลายาวนานแล้วนั้น BWG เห็นว่า ระยะเวลาของการร้องเรียนไม่สามารถใช้แทนผลการพิสูจน์ความเป็นจริงได้ เพราะที่ผ่านมาหลายหน่วยงานรัฐได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการหลายแห่ง และเคยปรากฏว่า มีโรงงานบางแห่ง ที่ไม่ใช่ BWG ถูกพบหลักฐานเรื่องการลักลอบปล่อยน้ำเสีย และถูกดำเนินคดีแล้ว ขณะที่ ยังไม่มีหน่วยงานใด แจ้งข้อหาหรือกล่าวหาว่า BWG เป็นผู้ลักลอบปล่อยน้ำเสียในกรณีดังกล่าว โดยจะต้องแยก “การร้องเรียน” ที่ไม่เท่ากับ “การพิสูจน์แล้วว่า ผู้ถูกร้องกระทำผิด” โดยหากมีหลักฐานใหม่ หรือความจริงใหม่ BWG ก็พร้อมให้หน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมายเข้าตรวจสอบ เพื่อสื่อสารความจริงต่อสาธารณะบนผลการตรวจสอบ ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ การเก็บตัวอย่างจากหลายจุด และการพิจารณากิจกรรมทั้งหมดในพื้นที่ร่วมกัน
ทนายของบริษัท BWG ยังชี้แจงว่า หากพิจารณาความเป็นจริง จะพบว่า ปัญหาน้ำเสียบริเวณคลองห้วยตะเข้ และคลองเพรียวซึ่งเป็นพื้นที่ปลายน้ำ มีลำน้ำหลายสายเชื่อมต่อกัน ปัญหาที่เกิดขึ้นอาจได้รับอิทธิพลจากกิจกรรมหลายประเภท ขณะที่สถานประกอบการของ BWG อยู่บริเวณต้นน้ำของลำน้ำธรรมชาติสายหนึ่งและห่างจากพื้นที่เกิดเหตุประมาณ 10กิโลเมตร รวมถึงควรได้ข้อยุติจากกระบวนการของรัฐที่มีอำนาจตรง มากกว่าการนำข้อสงสัยหรือข้อกล่าวหาที่ยังไม่มีข้อยุติมาบิดเบือนสร้างความเข้าใจว่าบริษัทกระทำผิดแล้ว พร้อมตั้งคำถามว่า เหตุใดเมื่อกระบวนการตรวจสอบแหล่งกำเนิดน้ำเสีย ครอบคลุมผู้ประกอบการหลายราย แต่กลับถูกขยายประเด็นไปสู่การตรวจสอบอย่างต่อเนื่องเพียงเฉพาะหลุมฝังกลบ ระบบจัดการของเสีย ระบบน้ำ EIA และการดำเนินงานด้านอื่นของ BWG เท่านั้น จึงตั้งข้อสังเกตว่า หากเป็นมาตรการตรวจสอบตามนโยบายของหน่วยงานภาครัฐ เหตุใดจึงไม่ใช้หลักเกณฑ์เดียวกันอย่างเท่าเทียมกับสถานประกอบการประเภทเดียวกันทั้งหมดนี้ จึงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้บริษัทต้องยื่นร้องขอความเป็นธรรมต่อประธานรัฐสภา และเรียกร้องให้พรรคประชาชนเข้าตรวจสอบการทำงานที่น่าสงสัยในธรรมาภิบาลและผลประโยชน์ทับซ้อนของ สส.ในพรรค