เปิดข้อ กม. เลือก สว. ก่อน - หลังประกาศผล จับตาช่องโหว่ปล่อยผี ฮั้ว สว.
25 ส.ค. 2569 | prisana_tha

เปิดข้อกฎหมาย เลือกตั้ง สว. ก่อนและหลังการประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง จับตาช่องโหว่ปล่อยผีฮั้ว สว. จับโป๊ะ “เลขาฯแหวง” ตัดตอนเรื่องเส้นเงินหรือไม่?
ข่าว
25 ส.ค. 2569 | prisana_tha

เปิดข้อกฎหมาย เลือกตั้ง สว. ก่อนและหลังการประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง จับตาช่องโหว่ปล่อยผีฮั้ว สว. จับโป๊ะ “เลขาฯแหวง” ตัดตอนเรื่องเส้นเงินหรือไม่?
KEY
POINTS
กลายเป็นประเด็นถกเถียงทางกฎหมาย เมื่อ “เลขาฯแหวง” แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ออกมาแจงข้อกฎหมายว่า องค์ประกอบตามมาตรา 226 ของรัฐธรรมนูญ กรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ภายหลังประกาศผลการเลือก สว.แล้ว พูดง่ายๆ คือ จะสอยขบวนการ “ฮั้ว สว.” ได้ กรณีประกาศรับรองผลการเลือก สว.ไปแล้ว ต้องมีองค์ประกอบสำคัญ 3 ประการ คือ
1.ต้องเป็นการกระทำของผู้สมัคร ที่กระทำการทุจริตในการเลือก หรือผู้สมัครรู้เห็นในการกระทำของผู้อื่นเท่านั้น
2. ต้องมีการกระทำที่เข้าข่ายทุจริต เช่น การจ้างให้ลงสมัคร การจ้างให้ลงคะแนน การสมยอม การแลกคะแนน หรือการให้ประโยชน์อื่นใดเพื่อให้เลือกตนเอง เป็นต้น
3. ต้องมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
เลขาฯแหวง ฟันธงว่า หากครบองค์ประกอบทั้ง 3 ประการ กกต.ต้องส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณาตามมาตรา 226 ของรัฐธรรมนูญ
ประเด็นนี้กลายเป็นกระแสวิจารณ์อย่างกว้างขวาง นักกฎหมายชั้นครูหลายคน ถามกลับ เลขาฯแหวง ว่าไปเอาข้อมูลมาจากไหน เพราะอ่านรัฐธรรมนูญมาตรา 226 ซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบ ก็ไม่เห็นเขียนแบบที่เลขาฯแหวง บอกเอาไว้เลย
“ข่าวข้นคนข่าว” เนชั่นทีวี สอบถามไปยัง อาจารย์คมสัน โพธิ์คง นักกฎหมาย ซึ่งเคยทำงานอยู่ กกต. ได้รับคำตอบว่า ในรัฐธรรมนูญเขียนไว้กว้างๆ ไม่มีลงรายละเอียดตามที่เลขาฯแหวงพูด แต่สิ่งที่เลขาฯแหวงพูด อยู่ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. หรือ พ.ร.ป. สว. ปี 2561
ทั้งนี้ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 (พ.ร.ป.สว.) มี 3 มาตรา ซึ่งให้อำนาจ กกต.ต่างกันจริงๆ อย่างที่เลขาฯแหวงบอกไว้
-มาตรา 60 ระบุว่า ถ้ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้สมัครผู้ใดกระทําการใด หรือรู้เห็นกับการกระทําใดของบุคคลอื่น อันทําให้การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ให้ กกต.สั่งระงับสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้นไว้เป็นการชั่วคราวเป็นระยะเวลาไม่เกินหนึ่งปี
จากนั้น ให้ยื่นคําร้องต่อศาลฎีกาเพื่อสั่งให้เพิกถอนสิทธิสมัคร รับเลือกตั้งของผู้นั้น
แปลว่า ตัวผู้สมัครทำเอง หรือรู้เห็นการกระทำทุจริต กกต.มีอำนาจแจกใบเหลือง ใบแดง แล้วส่งศาลฟันเป็นขั้นตอนสุดท้าย
-มาตรา 61 ระบุว่า กรณีที่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ผู้ใดให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดเพื่อจูงใจให้ผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิเลือกลงคะแนนหรือ ไม่ลงคะแนนให้แก่ผู้ใด ให้ กกต.มีอํานาจสั่งยึดหรืออายัดเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดดังกล่าวไว้เป็นการชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคําพิพากษาหรือมีคําสั่ง
แปลว่า มีคนอื่นช่วยทุจริตให้ ก็ให้ยึดอายัดเงิน ทรัพย์สิน แล้วส่งศาลพิพากษา
ส่วน มาตรา 62 เป็นกรณี หลังประกาศผลเลือก สว.แล้ว
-มาตรา 62 ระบุว่า เมื่อคณะกรรมการประกาศผลการเลือกตั้งตามมาตรา 42 วรรคสองแล้ว ถ้ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ผู้สมัครหรือผู้ใด กระทำการอันเป็นการทุจริตในการเลือกตั้งหรือรู้เห็นกับการกระทำของบุคคลอื่น อันทำให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ให้คณะกรรมการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อสั่งให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้น
เมื่อศาลฎีกามีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาแล้ว ถ้าผู้ถูกกล่าวหาเป็นสมาชิกวุฒิสภา ให้ผู้นั้นหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลฎีกาจะพิพากษาว่าผู้นั้นมิได้กระทำความผิด เมื่อศาลฎีกามีคำพิพากษาว่าผู้นั้นกระทำความผิดให้สมาชิกภาพของ สว.ผู้นั้นสิ้นสุดลงนับแต่วันที่หยุดปฏิบัติหน้าที่
จากข้อกฎหมาย จะเห็นได้ว่า หลังประกาศผลเลือกตั้งแล้ว จากนั้น ถ้ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ผู้สมัครหรือผู้ใดกระทําการอันเป็นการทุจริตในการเลือก หรือรู้เห็นกับการกระทําของบุคคลอื่น อันทําให้การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ให้ กกต.ยื่นคําร้องต่อศาลฎีกาเพื่อสั่งให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้น โดยหลังการประกาศผลแล้ว ในตัวบทกฎหมายไม่ได้ระบุเรื่องเกี่ยวกับ “เส้นเงิน” เอาไว้
ดังนั้น จะเห็นได้ว่า กฎหมายเขียนแตกต่างกันแบบนี้ ระหว่างก่อนประกาศผลเลือก สว. กับ หลังประกาศผลเลือก สว. ทำให้เลขาฯแหวง ตีความว่า ถ้าจะเอาผิดตัว สว. หรือฝ่ายการเมือง เรื่อง “เส้นเงิน” ต้องเป็นกรณีก่อนประกาศผลเท่านั้น แต่เมื่อประกาศรับรองผลแล้ว จะติดเงื่อนไของค์ประกอบตามกฎหมายที่เขียนเอาไว้ เพราะไม่ได้เขียนเรื่องเส้นเงิน
โดย อาจารย์คมสัน กล่าวว่า เป็นปัญหาของ พ.ร.ป. สว. ที่เขียนชุ่ย ทำให้กระบวนการตรวจสอบทำได้ยาก และไม่ชัดเจน รวมทั้งให้อำนาจ กกต.มากเกินไป และตรวจสอบไม่ได้ จึงไปออกระเบียบป้องกันตัวเองไว้ล่วงหน้า ทำให้ กกต.ทำอะไรก็ไม่ผิด หรือทำอะไรก็รอดทั้งหมด
ด่าน 1 หลังลงมติ กกต.ต้องส่งมติให้ "สำนักกฎหมายและคดี" เพื่อ เขียนโครงร่างคำฟ้อง (กรณีฟ้อง) หรือ โครงร่างคำวินิจฉัย (กรณียก)
ด่าน 2 ทำ "คำวินิจฉัยกลาง" อาจใช้เวลา 1-2 เดือน โดยอ้างเอกสารมีมากกว่า 90,000 หน้า ซึ่งต้องรัดกุม ป้องกันโดนฟ้องกลับจากผู้ถูกกล่าวหา (กรณีถูกส่งฟ้องศาล)
ด่าน 3 ส่งเรื่องกลับให้ กกต.ชุดใหญ่ลงนาม และส่งศาลฎีกา (กรณีส่งฟ้อง)
ด่าน 4 ขั้นตอนในศาลฎีกา จะมีการนัดประชุมตรวจคำร้องก่อน “สั่งรับ” ถ้ามี สว. ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่อัตโนมัติ ใช้เวลาไต่สวนเร็วที่สุด 1 ปี แต่ถ้ามีผู้ถูกกล่าวหามาก อาจใช้เวลามากกว่านั้น จึงเป็นไปได้ว่ากว่าจะตัดสินชี้ขาด สว.อาจใกล้หมดวาระ หรือหมดวาระไปแล้ว