นายกรวีร์กล่าวต่อว่า ข้อกล่าวหาที่มีการพาดพิงว่าผู้สมัคร สว. โทรหาในวันเลือก สว. ระดับประเทศ โดยอ้างเซลล์โทรศัพท์วาดพิกัดอยู่ในพื้นที่ใกล้เมืองทองธานี ยืนยันไม่ใช่ความจริง เพราะวันนั้นตนอยู่ที่อ่างทอง แต่ไม่แน่ใจว่าในวันนั้นมีใครโทรเข้าโทรออกหรือไม่ เพราะเป็นเรื่องที่นานมาแล้ว
สำหรับการพาดพิงมีการปล่อยออกมาเป็นซีรีส์ จึงเกิดการตั้งข้อสังเกตว่า ข้อมูลที่เปิดมามีเรื่องไหนบ้างที่ผิดกฎหมาย ก่อนหน้านี้มีการพาดพิงถึงบุคคลใกล้ชิด แต่ครั้งนี้พาดพิงมายังตัวเอง และยืนยันว่าไม่ได้ทำผิดกฎหมาย ครั้งนี้ที่มีการพาดพิงเรื่องข้อมูลการโทรเข้าโทรออก จึงย้ำถามว่า 1. ได้มาถูกต้องหรือไม่ 2. ได้มาอย่างไร 3. แม้จะมีการโทรจริง มีการกระทำใดที่ผิดกฎหมาย ซึ่งข้อมูลทั้งหมดไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าตนเองทำผิดกฎหมาย หรือมีส่วนร่วมกับกระบวนการเลือก สว. แต่เป็นการจับแพะชนแกะ จับเหตุการณ์มาชนกันและสร้างภาพให้สังคมได้เชื่อว่าตนเองมีส่วนเกี่ยวข้อง
นายกรวีร์ กล่าวต่อว่า ไม่ได้มีความตั้งใจที่จะไปฟ้องร้อง นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.ไอลอว์ แต่เมื่อมาพาดพิงถึงพรรคภูมิใจไทย และในฐานะที่ตนเป็นกรรมการบริหารพรรค จึงต้องดำเนินคดี ส่วนในครั้งนี้ให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาข้อกฎหมายว่า จำเป็นต้องฟ้องร้องหรือไม่ หากเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง และมีการเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล จนทำให้สังคมส่วนใหญ่ออกมาต่อว่าทำให้เสียหาย ก็จำเป็นที่จะต้องใช้สิทธิฟ้องร้อง