โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการที่ช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนกลุ่มต่าง ๆ เช่น โครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" และ "โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569" เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนและลดต้นทุนการผลิต ส่งเสริมการใช้ปัจจัยการผลิตที่เหมาะสม และนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม ประชาชนยังไม่รับรู้ถึงผลการดำเนินงานของรัฐบาลในเรื่องต่าง ๆ อย่างถูกต้องและทั่วถึงมากเท่าที่ควร นอกจากนี้ ผลการดำเนินงานในความรับผิดชอบของหลายกระทรวงก็เป็นผลงานที่มีความโดดเด่นเป็นประโยชน์ แสดงให้เห็นถึงความรู้ความสามารถและศักยภาพของไทยที่สมควรได้รับการสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาต่อยอดและขยายการผลิตไปสู่การใช้งานในวงกว้างต่อไป
เช่น การผลิตหัวรถจักรและตู้รถไฟของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กระทรวงการอุตสาหกรรม วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม การผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ของสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ กระทรวงกลาโหม เป็นต้น
ดังนั้น จึงมอบหมายให้ทุกกระทรวงและหน่วยงานของรัฐเร่งดำเนินการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารผลการดำเนินงานตามนโยบายและมาตรการของรัฐบาลในเรื่องต่าง ๆ ที่อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานผ่านช่องทางการสื่อสารต่าง ๆ ตามความเหมาะสม ให้ครบถ้วน กระชับ ชัดเจน และเข้าใจง่าย เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบอย่างถูกต้อง ทั่วถึง และต่อเนื่องต่อไป ทั้งนี้ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้แจ้งให้ทุกหน่วยงานทราบแล้ว
ในวันเดียวกัน สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้ส่งหนังสือเวียนไปยังรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง และกรม อีกฉบับ โดยระบุถึงข้อสั่งการนายกรัฐมนตรีให้รัฐมนตรีแก้ปัญหาต่าง ๆ โดยให้รีบรายงานความคืบหน้าของการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมกลับมาด้วย
ขณะเดียวกัน แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ทีมงานนายกรัฐมนตรีได้เปิดปฏิบัติการประชาสัมพันธ์เชิงรุกผ่านสื่อมวลชน โดยมีคำสั่งลับให้ยกเครื่องทีมพีอาร์หน้าสื่อรัฐเสียใหม่
ภายหลังมีผลสำรวจของ "นิด้าโพล" สะท้อนทิศทางเป็นขาลงอย่างชัดเจน โดยการสำรวจล่าสุดในไตรมาส 2/2569 ตัวเลขออกมาค่อนข้างน่าตกใจ เมื่อความนิยมทางการเมืองรอบนี้ลดต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับผลสำรวจในไตรมาสแรกของปี
แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า ในช่วงขาขึ้นของพรรคภูมิใจไทยในสมัยแรกของการเป็นรัฐบาล ปลายปี 2568 ถึงต้นปี 2569 ถูกมองว่าทำอะไรก็ได้รับเสียงตอบรับที่ดี การเตรียมความพร้อมเลือกตั้งตั้งแต่รัฐบาล "อนุทิน 1" มีส่วนสำคัญในการคว้าชัยชนะ
โดยผลโพลความนิยม 3 เดือนแรกของอนุทินอยู่ที่ 29.40% ถือว่าสูงมาก
ส่วนความนิยมของพรรคภูมิใจไทยอยู่ที่ 26.60% ซึ่งสูงกว่าพรรคเพื่อไทย
แต่ผ่านไปเพียง 3 เดือน ตัวของอนุทินมีสัดส่วนความนิยมลดลงถึง 7.72% เหลือ 21.68%
ส่วนพรรคภูมิใจไทยลดลงสูงถึง 9.6% เหลือ 17.00% หรือลดลงเกือบ 10% ถือเป็นตัวเลขที่สูงมาก
"นิด้าโพล" พ่นพิษ "อนุทิน" สั่งครม.เร่งปั๊มผลงานพีอาร์ประชาชน หลังครบ 3 เดือนบริหารประเทศ
นอกจากนายอนุทินจะสั่งการให้รัฐมนตรีเร่งประชาสัมพันธ์ผลงานแล้ว ในฐานะหัวหน้าพรรคยังได้สั่งการลับให้ประธานกรรมาธิการใช้กลไกที่มีอยู่สนับสนุนการทำงานของรัฐบาล
ซึ่งล่าสุดได้มี กมธ. ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมออกมาให้สัมภาษณ์ถึงจุดยืนประเทศไทยอย่างเข้มข้น
ปรับทัพ “สื่อรัฐ”
พร้อมกันนั้น ตอนนี้ “บิ๊กสีน้ำเงิน” เริ่มขยับปรับทัพ “สื่อรัฐ” ทั้งใน “ค่ายช่องม่วง - ค่ายโมเดิร์น” มีการปรับขยับคนกันหลายตำแหน่ง ปรับผังรายการกันใหม่ ภายหลังรายการ "หมาแก่" ออกไป
ขณะเดียวกันมีกระแสข่าว “บิ๊กค่ายน้ำเงิน” เปิดดีล “สื่อเหลืองเก่า” ให้เข้ามาช่วยกระชากเรตติ้งของ “ค่ายโมเดิร์น” ให้มีความเข้มแข็งขึ้นมากกว่าเดิม ที่สำคัญหวังจะใช้บริการให้เป็นสื่อกลางพีอาร์งานรัฐบาล
เหตุผลหนึ่งที่ "บิ๊กค่ายน้ำเงิน" ให้ความไว้วางใจ "ทีมสื่อเจ้านี้” เนื่องจาก ในช่วงที่ผ่านมา มีการออกมาทำความเข้าใจ ประเด็น TH-AI Passport ทำให้ประชาชนได้รับข้อมูลอีกด้านหนึ่งมากกว่าปักใจเชื่อฝ่ายค้าน
ตรงนี้ทำให้ "บิ๊กสีน้ำเงิน" ประทับใจและจะเป็นผลดีอย่างมากในการให้ข้อมูลประชาชนเกี่ยวกับผลการทำงานรัฐบาลอย่างตรงไปตรงมาไม่บิดเบือน