สงสัยเหตุปลด "ปลัด ยธ." คาดเซ่นปมลงความเห็นลุยคดี "ฮั้ว สว.เป็นคดีพิเศษ"?
09 ก.ค. 2569 | กองบรรณาธิการ Nation TV

สงสัยเหตุปลด "ปลัด ยธ." สังคมกังขาโยกนั่ง "ที่ปรึกษานายกฯ" คาดเซ่นปมลงความเห็นลุยคดี "ฮั้ว สว.เป็นคดีพิเศษ"?
ข่าว
09 ก.ค. 2569 | กองบรรณาธิการ Nation TV

สงสัยเหตุปลด "ปลัด ยธ." สังคมกังขาโยกนั่ง "ที่ปรึกษานายกฯ" คาดเซ่นปมลงความเห็นลุยคดี "ฮั้ว สว.เป็นคดีพิเศษ"?
KEY
POINTS
9 กรกฎาคม 2569 กลายเป็นประเด็นร้อนแรงกรณีการไม่ต่ออายุการดำรงตำแหน่ง "ปลัดกระทรวงยุติธรรม" ให้กับ "นางพงษ์สวาท นีละโยธิน" จนนำไปสู่การยื่นใบลาออก และการก้าวขึ้นมาของ "นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร" เลขาธิการ ศอ.บต. ขึ้นรับตำแหน่ง "ปลัดกระทรวงยุติธรรม" คนใหม่แทน ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงเงื่อนงำการแต่งตั้ง
การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งของ นายปิยะศิริ ในวัย 52 ปี ถือว่ารวดเร็วและน่าจับตา โดยเฉพาะความสัมพันธ์ในฐานะญาติของ "อดีตภรรยา" นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล การขยับจาก "เลขาธิการ ศอ.บต." ที่ครองตำแหน่งเพียง 8 เดือน มานั่งเก้าอี้ "ปลัดกระทรวงยุติธรรม" ซึ่งมีหน่วยงานสำคัญในกำกับดูแล ทั้ง DSI, กรมราชทัณฑ์ และ ป.ป.ส. ถูกมองว่าเป็นการจัดวางขุมกำลังสำคัญของ "รัฐบาลสีน้ำเงิน" อย่างชัดเจน
ข้อสังเกตสำคัญที่ข้าราชการกำลังพูดถึง คือบทบาทของ นางพงษ์สวาท ในฐานะ กรรมการคดีพิเศษ ที่เคยแสดงความเห็นทางกฎหมายอย่างกล้าหาญว่า ดีเอสไอมีอำนาจรับ "คดีฮั้ว สว." เป็นคดีพิเศษในข้อหา "อั้งยี่-ฟอกเงิน" ได้ทันที โดยไม่ต้องรอ กกต.
ซึ่งความเห็นนี้อาจไปกระทบต่อผลประโยชน์หรือแนวทางการทำงานของฝ่ายการเมืองหรือไม่?
แม้เหตุผลในการโยกย้ายคือ ดำรงตำแหน่งครบ 4 ปี แต่ก็เป็นการย้ายนอกฤดูปกติ และสามารถต่อเวลาเป็นกรณีพิเศษได้คราวละ 1 ปี หรือต่อเวลาไปก่อน เพื่อรอย้ายในฤดูโยกย้ายปกติ จะดู “รักษาหน้า” มากกว่าหรือไม่
การย้าย นางพงษ์สวาท ไปดำรงตำแหน่งที่ "ปรึกษานายกรัฐมนตรี" เป็นเรื่องที่ข้าราชการหลายคนค่อนข้างกังขา
เพราะไม่ค่อยเหมาะสมนักที่ฝ่ายการเมืองตั้งข้าราชการประจำไปเป็นที่ปรึกษานายกฯ ซึ่งเป็นฝ่ายการเมือง
โดยที่ นางพงษ์สวาท ก็ยังมีอายุราชการเหลืออีก 1 ปี หากมองว่าเป็นการย้ายเก็บกรุ ก็มักจะย้ายไป “ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี” มากกว่า
ปัจจุบัน กระทรวงยุติธรรมถูกวางตัวให้มีทั้ง "รัฐมนตรีเจ้ากระทรวง" ซึ่งเป็น "อดีตผู้การบุรีรัมย์" สายตรง "คนหลังม่าน" และ "ปลัดกระทรวง" ที่มีความใกล้ชิดกับ "นายกฯ"
น่าสนใจว่า ความยุติธรรมที่เป็นผลงานของกระทรวงนี้น่าจะพุ่งสูงขึ้นแน่ และน่าจะสอดรับกับ “แนวทางคนละครึ่ง” บริหารอำนาจภายในพรรคสีน้ำเงิน ผ่านการจัดวางตัวข้าราชการในอีกกระทรวงหนึ่ง
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : "ปิยะศิริ" ผงาด! นั่ง "ปลัดยุติธรรม" หลังนั่งเก้าอี้ "เลขาฯ ศอ.บต." ได้แค่ 8 เดือน ด้าน "พงษ์สวาท" ยื่นใบลาออกทันที