เนชั่นทีวี

ข่าว

กล้าธรรม ตามหา "รมว.พาณิชย์" เตรียมแผนป้องกันสถานการณ์เงินเฟ้อ

20 มิ.ย. 2569 | katchatapong_lee

กล้าธรรม ตามหา "รมว.พาณิชย์" เตรียมแผนป้องกันสถานการณ์เงินเฟ้อ

"รองโฆษกพรรคกล้าธรรม" ตามหา "รมว.พาณิชย์" เตรียมแผนป้องกันสถานการณ์เงินเฟ้อ - เตือนระวังความเชื่อมั่น ปชช.จ่อรัฐบาลหาย เร่งโชว์มาตรการควบคุมราคาสินค้าเป็นรูปธรรม

นายพีรวัส สมวงศ์ รองโฆษกพรรคกล้าธรรม กล่าวถึงสถานการณ์ค่าครองชีพและอัตราเงินเฟ้อของประเทศไทยว่า ตัวเลขทางเศรษฐกิจกำลังส่งสัญญาณอันตรายอย่างชัดเจน แต่กระทรวงพาณิชย์ภายใต้การนำของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กลับยังไม่สามารถแสดงให้ประชาชนเห็นถึงมาตรการควบคุมราคาสินค้าที่เป็นรูปธรรมได้

 

นายพีรวัส กล่าวว่า เงินเฟ้อทั่วไปของไทยพลิกจากติดลบร้อยละ 0.88 ในเดือนกุมภาพันธ์ ขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 2.79 ในเดือนพฤษภาคม หรือเพิ่มขึ้นถึง 3.67 จุดเปอร์เซ็นต์ภายในเวลาเพียง 3 เดือน ขณะที่ เดือนเมษายน เคยพุ่งขึ้นถึงร้อยละ 2.89 ซึ่งหมายถึงราคาน้ำมัน ค่าโดยสาร อาหารสำเร็จรูป ผักสด และของใช้ประจำวัน ซึ่งกำลังกระทบรายได้ของประชาชนทุกครัวเรือน หากสิ่งที่กระทรวงทำมีเพียงประชุม ตั้งคณะทำงาน ลงพื้นที่ถ่ายภาพ และจัดมหกรรมลดราคาเป็นครั้งคราว ก็ต้องถามตรง ๆ ว่านี่คือการแก้ปัญหา หรือเป็นเพียงละครค่าครองชีพที่จัดแสดงให้ประชาชนดู

นายพีรวัส ระบุว่า กระทรวงพาณิชย์ ได้ยอมรับเองว่า เงินเฟ้อเดือนพฤษภาคมได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ค่าโดยสารสาธารณะ และการที่ผู้ประกอบการทยอยส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาอาหารสำเร็จรูป นั่นหมายความว่า กระทรวงรู้ทั้งต้นเหตุ รู้เส้นทางการส่งผ่านต้นทุน และรู้ว่าสินค้ากลุ่มใดกำลังจะได้รับผลกระทบ แต่คำถามคือ เมื่อรู้แล้วได้ลงมือป้องกันอะไรอย่างเป็นรูปธรรมบ้าง

 

“น้ำมันแพง กระทรวงรู้ล่วงหน้าว่า ต้นทุนจะไหลจากเรือบรรทุกน้ำมัน เข้าสู่รถขนส่ง จากรถขนส่งเข้าสู่โรงงาน จากโรงงานเข้าสู่ร้านค้า และสุดท้ายจะไปจบที่กระเป๋าของประชาชน แต่แทนที่จะสร้างกำแพงป้องกัน กลับปล่อยให้ต้นทุนเดินทางมาถึงจานข้าว แล้วออกมาแสดงบทห่วงใย” รองโฆษกพรรคกล้าธรรม

รองโฆษกพรรคกล้าธรรม กล่าวว่า วิกฤตเงินเฟ้อครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทย สหรัฐอเมริกามีเงินเฟ้อเดือนพฤษภาคมสูงถึงร้อยละ 4.2 มากที่สุดในรอบกว่า 3 ปี ขณะที่ราคาพลังงานเพิ่มขึ้นร้อยละ 23.5 จากปีก่อน และราคาน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 40 ยิ่งไปกว่านั้น ดัชนีราคาผู้ผลิตของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 6.5 สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2565 โดยราคาพลังงานในภาคการผลิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.7 และค่าขนส่งกับคลังสินค้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.6 สะท้อนว่าต้นทุนจากต้นน้ำกำลังสะสมและรอส่งผ่านไปยังราคาสินค้าปลายทาง

 

“ประเทศอื่นกำลังมองไปข้างหน้าและวางแผนรับมือก่อนที่ไฟเงินเฟ้อจะลามทั้งระบบ แต่รัฐมนตรีพาณิชย์ไทยดูเหมือนกำลังมองกระจก เช็กภาพลักษณ์ และท่องบทเดิมว่าเอาอยู่ ทั้งที่ตัวเลขกำลังเดินสวนทางกับคำพูด” รองโฆษกพรรคกล้าธรรม กล่าว

 

นายพีรวัส กังวลว่า กระทรวงพาณิชย์ยังคงประเมินเงินเฟ้อทั้งปี 2569 อยู่ในกรอบร้อยละ 1.5–2.5 โดยมีค่ากลางร้อยละ 2 ธนาคารแห่งประเทศไทย ประเมินว่าเงินเฟ้อทั่วไปอาจเฉลี่ยสูงถึงร้อยละ 2.9 และอาจทะลุกรอบบนร้อยละ 3 เป็นระยะ ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยยังเตือนว่า การส่งผ่านต้นทุนพลังงานไปยังราคาสินค้าอาจต้องใช้เวลา 6–8 เดือนจึงจะปรากฏอย่างเต็มที่ โดยกลุ่มเสี่ยงประกอบด้วยอาหารสำเร็จรูป เครื่องปรุง ของใช้ส่วนบุคคล ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ปิโตรเคมี และพลาสติก

 

“สิ่งที่ประชาชนกำลังเจอในวันนี้อาจยังไม่ใช่คลื่นลูกใหญ่ที่สุด เพราะต้นทุนอีกส่วนหนึ่งยังค้างอยู่ในโรงงาน ในสต๊อกสินค้า และในระบบขนส่ง หากรัฐมนตรีพาณิชย์ยังประเมินโลกต่ำกว่าความเป็นจริง เมื่อคลื่นต้นทุนลูกใหญ่ซัดเข้ามา ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ หรือสุดท้ายก็จะปล่อยให้ประชาชนรับกรรมเหมือนเดิม” รองโฆษกพรรคกล้าธรรม กล่าว

 

นายพีรวัส ยังเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลการดำเนินงานที่ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ว่า ที่ผ่านมาได้รับคำขอปรับขึ้นราคาสินค้ากี่รายการ อนุมัติและไม่อนุมัติกี่รายการ ดำเนินคดีกับผู้ฉวยโอกาสขึ้นราคาและกักตุนสินค้ากี่ราย ราคาสินค้าจำเป็นรายการใดลดลงจากมาตรการของกระทรวงจริง รวมถึงปริมาณสต๊อกปุ๋ย อาหารสัตว์ เม็ดพลาสติก และวัตถุดิบสำคัญมีเพียงพอรองรับสถานการณ์อีกกี่เดือน และต้องเปิดเผยว่า โครงการลดค่าครองชีพต่าง ๆ ใช้งบประมาณเท่าใด เข้าถึงประชาชนจำนวนกี่ครัวเรือน และสามารถลดค่าใช้จ่ายเฉลี่ยได้จริงครัวเรือนละกี่บาท ไม่ใช่นำเพียงจำนวนจุดจำหน่ายหรือจำนวนครั้งที่รัฐมนตรีลงพื้นที่มาอ้างเป็นผลงาน

 

“รัฐมนตรีพาณิชย์ มีหน้าที่ป้องกันไม่ให้ไฟจากต่างประเทศลามมาเผากระเป๋าคนไทย วันนี้ประชาชนไม่ได้ถามว่าท่านประชุมไปกี่ครั้ง แต่อยากรู้ว่าราคาสินค้าลดลงกี่บาท กระทรวงพาณิชย์ต้องเลิกสวมบทผู้สังเกตการณ์ แล้วกลับมาพิทักษ์ค่าครองชีพอย่างจริงจัง เพราะหากยังปล่อยให้ประชาชนต่อสู้กับของแพง วันหนึ่งตัวเลขเงินเฟ้ออาจลดลง แต่ความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลอาจไม่มีวันกลับมา” รองโฆษกพรรคกล้าธรรม กล่าว

ข่าวล่าสุด