เนชั่นทีวี

ข่าว

‘ชัชชาติ’ โต้ พรรคเศรษฐกิจ แถลง ไม่มีสาระรูปธรรม ยัน ไม่มีซื้อขายตำแหน่ง ไม่มี ”ระบบอากง”

06 มิ.ย. 2569 | thunchanok_kul

‘ชัชชาติ’ โต้ พรรคเศรษฐกิจ แถลง ไม่มีสาระรูปธรรม ยัน ไม่มีซื้อขายตำแหน่ง ไม่มี ”ระบบอากง”

‘ชัชชาติ’ มอง พรรคเศรษฐกิจแถลง ไม่มีสาระเป็นรูปธรรม ย้ำชัดไม่มี “ระบบอากง” เผย “ต่อศักดิ์” เป็นอากงเอไอ ทันสมัย ไม่มียึดมือถือประชุมลับ จวกระบบซื้อขายเก้าอี้ จุดเริ่มต้นความหายนะ ชี้ "ป.ร." แค่คนให้ข้อมูลไม่มีอำนาจสั่งการ

6 มิถุนายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคเศรษฐกิจ แถลงข่าวแฉการทุจริตใน กทม.ผ่านระบบอากง ว่า เท่าที่ติดตามการแถลงข่าวก็ไม่มีอะไร ซึ่งตนเองไม่ได้ฟังเอง แต่เท่าที่ทราบก็ไม่ได้มีสาระที่เป็นเนื้อหาเป็นรูปธรรม และยืนยันย้ำว่า ‘ไม่มีระบบอากง’ ซึ่ง อากง ก็คงหมายถึง นายต่อศักดิ์ โชติมงคล อดีตประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่เป็นคนมาช่วยงานเรา เป็นหนึ่งในทีม แต่การตัดสินใจเป็นเรื่องของทีม

ส่วนที่กล่าวหาว่า มีการประชุมลับต้องยึดมือถือนั้น ตนเองยืนยันว่า ไม่มีเลย เพราะอากงเป็นอากงเอไอ ทุกคนที่ประชุมก็ต้องใช้เอไอในการตอบคำถาม ดังนั้นทุกคนต้องมีมือถือต้องพร้อมตลอด อากงเป็นอากงรุ่นใหม่ทันสมัย ซึ่งนายชัชชาติหัวเราะ พร้อมบอกว่า

“ตลกมากเก็บมือถือ ผมประชุมกับท่านต่อศักดิ์ไม่รู้กี่รอบ ท่านก็ใช้เอไอ ใช้คอมพิวเตอร์ตลอด แกทันสมัย และใช้เอไอมากกว่าผมอีก”

สำหรับ นายคริส โปตระนันทน์ ประธานพรรคเศรษฐกิจ และสส.พรรคเศรษฐกิจ ตนเองเคยเจอครั้งหนึ่ง เคยมาพูดเรื่องทุจริต ตนก็ทำตามที่ท่านแนะนำ และเท่าที่ฟังดูก็ไม่มีเนื้อหาอะไรที่เป็นรายละเอียด และที่กล่าวอ้างเรื่องเงิน 4 กิโล ก็ไม่เห็นรายละเอียดว่าโอนให้ใคร

ส่วนที่นายคริส แถลงข่าวว่า อากงไม่ได้หมายถึงนายต่อศักดิ์ แต่หมายถึงคนใกล้ชิด ที่ชื่อย่อ ป ร. และที่เปิดเซฟเฮาส์ย่านสุทธิสารนั้น นายชัชชาติ ระบุว่า ตนเองไม่ทราบถ้ามีการเรียกเงินต้องรู้ว่าอะไรเป็นอะไร และตนเองสอบถาม นายจักกพันธุ์ ผิวงาม อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. เพราะท่านเป็นอดีตข้าราชการอยู่ในวงการลูกน้องเยอะ ท่านก็บอกไม่มี ซึ่งยืนยันย้ำว่า

“เรื่องซื้อขายตำแหน่งเป็นเรื่องที่เราทนไม่ได้อยู่แล้ว เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของความหายนะ ใครเคยทำอะไรมาผมไม่รับทราบ แต่เราไม่ทำ และเชื่อว่าถ้าเอาคนที่ทุจริตมาอยู่ในตำแหน่งผู้บริหาร สุดท้ายเขาจะเป็นเจ้านายเรา แล้วเขาเคยจ่ายเงินให้ เขาก็ต้องไปหาเงินทดแทนสิ่งที่จ่ายไป ก็เจ๊งกันใหญ่  สุดท้ายก็ไม่มีผลงานเกิดขึ้น”

และตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ตนเองเชื่อว่าก็ทำงานได้ดี เพราะเราเอาคนดีกว่าเข้าไปในตำแหน่ง คนที่สามารถทำให้ประชาชนได้

“หากมีเรื่องทุจริตจริงตนเองคงตายไปแล้ว เพราะเรามี ส.ก.ทุกพรรค ทุกคนก็คอยตรวจสอบเราอยู่ นี่คือความสวยงาม ที่ตนเองมาด้วยตัวคนเดียวไม่มี ส.ก.ในมือ ซึ่งถือเป็นระบบเช็กบาลานซ์ที่สมบูรณ์ เพราะ ส.ก.ทุกคนคอยตรวจสอบ เขามี ผอ.เขตในพื้นที่ก็จะรู้เรื่องโยกย้ายตำแหน่งอย่างไรได้ ส่วนตัวมองว่า ระบบผู้ว่าแบบไม่มี ส.ก.ก็อยู่ได้ ถ้าเรายืนตรงๆ ด้วยความสุจริตรับใช้พี่น้องทุกเขต และ ส.ก.ก็ช่วยตรวจสอบเราด้วย”

พร้อมขอบคุณนายคริสที่เอาข้อมูลมา ถ้ามีอะไรก็จะนำไปขยายผลต่อ

ส่วน ผอ.16 ตำแหน่งแต่งตั้งมาอย่างไร นายชัชชาติ ระบุว่า  ก็ต้องดูความรู้ความสามารถ เชื่อว่าไม่มีการไปยุ่งกับการซื้อขายตำแหน่ง ส่วน 16 คน ตนเองไม่รู้รายละเอียดว่าพูดถึงใครสมัยไหน ให้ทีมงานตรวจสอบอยู่

ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ของคนที่อาวุโสทำไมถึงไม่ได้ขึ้นตำแหน่งนั้น นายชัชชาติ ระบุว่า อาวุโสเป็นแค่หนึ่งในหลักการ และคนที่อาวุโสเยอะไม่ใช่จะได้ตำแหน่งเสมอ เพราะมีหลักการอื่นด้วย ไม่งั้นคงไม่ต้องดูความสามารถ

จากนั้น นางสาวทวิดา กมลเวชช อดีตรองผู้ว่าฯกทม. อธิบายเพิ่มเติมถึงหลักเกณฑ์การเลื่อนตำแหน่งว่า อันดับแรกจะต้องมีดูผลงานก่อน 30 คะแนน และอีก 50 คะแนน จะมีคะแนนประสบการณ์ ที่ 1 ใน 4 ของ 50 คะแนน ส่วนอีก 10 คะแนน คือคะแนนการปฏิบัติตัว และอีก 10 คะแนนเป็นคะแนนจริยธรรม ซึ่งจำนวน 100 คะแนนมีการแบ่งสัดส่วนชัดเจน ประสบการณ์เป็นหนึ่งในนั้นแต่ไม่ใช่เกณฑ์ทั้งหมด

เมื่อถามว่า อักษรย่อ ป.ร.ปี 2566 คือนายปารุส ที่มาช่วยเพราะมีความรู้ความสามารถ ปัจจุบันยังมาช่วยงานอยู่หรือไม่ นายชัชชาติ ระบุว่า ที่ผ่านมาตนเองก็เคยถามว่า มีปัญหาอะไรหรือไม่ ตอนที่เขาช่วยงาน เพราะเขาเป็นคนมีประสบการณ์ เป็นคนให้ข้อมูล แต่ไม่ได้มีอำนาจตัดสินใจอะไร และก็ให้เช็กตลอดว่ามีปัญหาอะไรหรือไม่ แต่ไม่มีปัญหาอะไร

ซึ่งตลอด 4 ปี ก็ยังเห็นเขาช่วยงาน แต่เขาไม่เคยมาปรึกษาอะไรตนเองและตนเองก็ไม่เคยไปปรึกษาอะไรเขา แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว เพราะเราเป็นประชาชนแล้ว

ส่วนมองว่าเป็นจุดอ่อนหรือไม่นั้น ก็คงต้องให้ความเป็นธรรมด้วยว่าเขาทำผิดหรือไม่ กล่าวอ้างได้ คนที่ผิดหวังก็อาจจะไม่ชอบเขา และยืนยันว่า ไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆทั้งสิ้น เป็นเหมือนทีมงานที่เตรียมข้อมูลตลอด

เมื่อถามว่า มีการพูดถึงว่า นายชัชชาติ พยายามไม่รับรู้  นายชัชชาติ ยืนยันว่า “ไม่ใช่ ผมต้องรับรู้อยู่แล้ว เพราะมีอะไรผมก็ต้องรับผิดชอบโดยตรง ไม่มีระบบอากง มีแต่ทีมงานชาติ ถ้าเขาด่าก็ต้องด่าผม ผมไม่มีทางหนีเรื่องนี้ได้ “

ส่วนจะฟ้องกลับหรือไม่ ก็ให้ทีมกฎหมายดูอยู่ และไม่ได้กลัวเรื่องคนมาพูดอะไร ถ้าผิดจริงๆหมิ่นประมาทจริงๆก็ว่าไปตามกฎหมาย แต่ตนเองก็ทนได้ เพราะเราเป็นบุคคลสาธารณะให้คนตรวจสอบก็ไม่มีปัญหา เพราะให้คนตรวจสอบมา 4 ปีแล้ว

นักข่าวไปถามนายชัชชาติ เพิ่มเติมว่า นายต่อศักดิ์ หรือ อากง มีเสียกำลังใจบ้างหรือไม่ นายชัชชาติ บอกว่า เขาก็คงเสียกำลังใจ แต่เขาก็ต้องสู้แต่เขาก็ผ่านมาเยอะ อากงก็เป็นคนใจดี ปกติจะดูแลหลานๆ และตนเองก็ถามทุกวันว่า เป็นยังไงบ้าง และก็ช่วยกันไม่เป็นไร

‘ชัชชาติ’ โต้ พรรคเศรษฐกิจ แถลง ไม่มีสาระรูปธรรม ยัน ไม่มีซื้อขายตำแหน่ง ไม่มี ”ระบบอากง”