เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าประธานวุฒิสภาก็เป็นคนบุรีรัมย์ และประธานสภาผู้แทนราษฎรก็เป็นคนบุรีรัมย์อีก
นายโสภณ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน ตนไม่เกี่ยวข้องกับประธานวุฒิสภา เพราะเป็นเรื่องการทำงานของวุฒิสภา แต่ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยถ้าไม่ได้เสียงข้างมาก ตนก็ไม่มีโอกาสได้รับการเสนอชื่อ ส่วนถ้าจะไปบังเอิญตรงกันเราไม่สามารถกำหนดได้ ว่าคนบุรีรัมย์แล้วจะเป็นไม่ได้ แต่ถ้าตนไม่เหมาะสมแบบนั้นโอเค ถ้าตนเป็นสส.บุรีรัมย์แล้วไม่เหมาะสมด้วยคุณสมบัติหรืออะไรก็แล้วแต่ ก็เป็นเรื่องของสังคมต้องมอง แต่ถ้าพรรคเห็นว่าตนเหมาะสม เข้าไปแล้วทำงานได้เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ขอให้พิสูจน์กันตอนทำงาน
ส่วนรายชื่อคนที่จะมาเป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ของพรรคเพื่อไทยนั้น
นายโสภณ กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าเสนอใคร ซึ่งเป็นไปตามข้อเสนอของทางพรรคเพื่อไทย
เมื่อถามว่า เกิดคำถามว่าจะเป็นการกินรวบระหว่างสภาสูงกับสภาล่าง
นายโสภณ กล่าวว่า กินรวบหรือไม่กินรวบอยู่ที่การทำงาน จะต่างจังหวัดต่างอะไรถ้าทำงานแบบกินรวบก็เกิดขึ้นได้เหมือนกัน ดังนั้น ทุกอย่างอยู่ที่การทำงาน และต้องพิสูจน์ด้วยการทำงานเท่านั้น
เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านประกอบด้วยพรรคประชาธิปัตย์ พรรคกล้าธรรม และพรรคประชาชนหนักใจหรือไม่
นายโสภณ กล่าวว่า ไม่หนักใจ ทุกฝ่ายทำหน้าที่ที่ ฝ่ายค้านก็ทำหน้าที่ที่ของเขา รัฐบาลก็ทำหน้าที่ที่ของเขา ฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติต่างคนต่างทำหน้าที่ที่ ในส่วนของประธานสภาฯมีหน้าที่ควบคุมการประชุม
“มัลลิกา” พร้อมทำหน้าที่รองประธานสภาฯ คนที่ 1
ด้าน นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สส.ลพบุรี พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่มีรายชื่อนั่งตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ว่า ชื่อก็มาจากสื่อมวลชนนั่นแหละ โดยตนเองยังไม่ทราบ และยังไม่ได้มีการพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องนี้
นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช
เมื่อถามว่าถ้าหากได้ตำแหน่งนี้ก็พร้อมทำงานใช่หรือไม่
นางสาวมัลลิกา ระบุว่า ถ้าหากตนเองได้เป็นก็พร้อมทำงาน หรือใครได้ก็ยินดีกับเขา
สำหรับมิติใหม่ในการนั่งบัลลังก์ควบคุมสภา ในยุคนี้จะต้องปฏิบัติอย่างไร
นางสาวมัลลิกา เลี่ยงที่จะตอบ ผู้สื่อข่าวจึงถามอีกว่าเป็นเพราะมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับทุกภาคได้ใช่หรือไม่
นางสาวมัลลิกา ระบุว่า อาจเป็นเพราะอายุเยอะแล้ว และปฏิเสธที่จะตอบในเรื่องนี้ โดยชวนสื่อไปทานกาแฟแทน