นพ.วรงค์ กล่าวถึงการตั้งเป้าการทำงานในฐานะฝ่ายค้าน ว่าให้นายอนุทินเดินหน้าทำงานฝ่ายบริหารอย่างเต็มที่ พรรคไทยภักดีไม่ได้หยุมหยิม แต่ขอเตือนว่า หากมีหลักฐานการทุจริตเกิดขึ้น มีหลักฐานการประพฤติมิชอบเกิดขึ้น เราเจอกันแน่ ซึ่งจะทำงานอย่างไม่ยั้งมือในการตรวจสอบ
“ ไม่ใช่การตรวจสอบให้เป็นอีเวนท์เพื่อเป็นข่าว แต่ทุกอย่างต้องจบที่ ป.ป.ช. หรือ ศาล หากท่านทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต อาจไม่เห็นบทบาทผมในการตรวจสอบอะไร แต่ถ้าท่านทำไม่ตรงไปตรงมาเอื้อประโยชน์ขึ้นมาเมื่อไหร่เราเจอกันแน่ในสภา” นพ.วรงค์กล่าว
นพ.วรงค์ ยังยืนยันชัดเจนว่า การโหวตของพรรคไทยภักดี จะไม่เห็นชอบในทุกเรื่องหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นการโหวตนายกรัฐมนตรีหรือการโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร เพียงแต่ชี้แจงว่ามีวิธีการโหวตของฝ่ายค้าน ตามมารยาท 1. หนุนฝ่ายค้าน 2.งดออกเสียง แต่ไม่ควรโหวตให้รัฐบาล ยกเว้นเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง ก่อนจะกล่าวทิ้งท้ายถึงนายกรัฐมนตรีว่า อะไรที่เป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองให้บอกได้
นพ.วรงค์ กล่าวถึงการทำงานฝ่ายค้านกับพรรคประชาชนว่า ตามหลักการนั้นความแนบแน่นต่างกับการทำงานของรัฐบาล ซึ่งการเป็นฝ่ายค้านจะเริ่มงานกันแบบหลวมๆ ซึ่งประเด็นในการตรวจสอบต่างฝ่ายต่างทำ ไม่ต้องแชร์ประเด็นกัน ไม่ต้องพึ่งพากันทุกเรื่อง การเป็นฝ่ายค้านแม้จะทำงานร่วมกัน แต่ไม่ต้องจับไม้จับมือกันแน่นเหมือนพรรคร่วมรัฐบาล โดยปฏิเสธวิพากษ์วิจารณ์การทำงานฝ่ายค้านของพรรคประชาธิปัตย์ หรือพรรคประชาชน เพียงแต่ยืนยันว่าพรรคไทยภักดีเข้มแข็งแน่นอน สามารถทำหน้าที่ตรงนี้ได้ดี
นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงความรู้สึกที่กลับเข้าสู่สภาอีกครั้งในรอบ 12 ปีว่ารู้สึกตื่นเต้น และในสถานที่รัฐสภาแห่งนี้ยังเดินลงไม่คุ้นชิน