svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

"นพ.วรงค์" ประกาศจุดยืน “ไทยภักดี” เป็นฝ่ายค้าน เตือน"อนุทิน" หากพบทุจริตฟันแน่

10 มี.ค. 2569

"นพ.วรงค์" ประกาศจุดยืน “ไทยภักดี” เป็นฝ่ายค้าน เหตุมี 1 เสียง ผลักดันงานในรัฐบาลยาก เตือน “อนุทิน” หากพบหลักฐานการทุจริตคนในรัฐบาลเจอกันแน่ ยันไม่ได้ค้านไปเรื่อยแบบหาอีเวนต์ บอกตื่นเต้นกลับเข้าสภาฯในรอบ12 ปี 

10 มีนาคม 2569 ที่อาคารรัฐสภา นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส. บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี กล่าวถึงสถานะของพรรคไทยภักดี ว่า เป็นพรรคการเมืองฝ่ายค้าน หลังจากที่ได้ชั่งใจ คิดวิเคราะห์อย่างรอบคอบ คำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติ นับจากทราบผลการเลือกตั้ง แม้ว่าพรรคจะได้รับเลือกเพียง 1 เสียง ในการทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร ยืนยันว่าเป็น 1 เสียงที่ตัดสินใจยากลำบาก เพราะมีผู้สนับสนุนพรรคต้องการให้ไปเป็นฝ่ายรัฐบาล แต่ก็มีผู้สนับสนุนส่วนหนึ่งต้องการเห็นการทำหน้าที่ตรวจสอบ การปราบปรามการทุจริตผ่านรัฐสภา ทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อชาติ ไม่ได้ค้านไปเรื่อย ไม่ได้หาเรื่องเล็กน้อยเพื่อสร้างอีเวนท์ แต่จะหาหลักฐานในการตรวจสอบ
 

"หนึ่งเสียงถ้าไปร่วมรัฐบาลอาจจะได้ไม่เต็มที่ เพราะเป็นคนทำงานและต้องเจียมเนื้อเจียมตัว 1 เสียงจะไปจัดการปัญหาของชาติบ้านเมืองทำให้ได้ เพราะการร่วมงานรัฐบาลต้องมีเสียงสนับสนุน ดังนั้นรู้ว่า 1 เสียงมีข้อจำกัดในการทำงาน แต่มองในมุมกลับกัน การทำหน้าที่ตรวจสอบหรือเป็นฝ่ายค้าน แค่อาศัยความจริงเพราะความจริงเป็นหนึ่งเดียว ไม่จำเป็นต้องใช้เสียงสนับสนุน นำเสนอต่อประชาชนทุกอย่างจะปกป้องผลประโยชน์ชาติบ้านเมืองได้ จึงตัดสินใจที่จะทำหน้าที่ฝ่ายค้าน และเป็นฝ่ายค้านผู้รักชาติ" นพ.วรงค์  กล่าว

นพ.วรงค์ กล่าวถึงการไม่ร่วมรัฐบาล มาจากเหตุผลที่พรรคเพื่อไทยร่วมรัฐบาลหรือไม่ ว่าจากที่เคยหาเสียงไว้หากพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลจะไม่ร่วม รวมถึงหากพรรคประชาชน เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลไม่ร่วม ซึ่งขณะนี้พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล พรรคไทยภักดีพร้อมร่วมรัฐบาลด้วยได้ แต่ประเมินแล้วว่า 1 เสียง เข้าไปร่วมแล้วทำไม่ได้ เหตุผลที่ไม่ร่วมรัฐบาลไม่เกี่ยวกับพรรคเพื่อไทย มีส่วนต่อการตัดสินใจ พร้อมยอมรับว่า ที่ผ่านมาไม่เคยมีการติดต่อหรือประสานงานจากพรรคภูมิใจไทย หรือนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในการทาบร่วมรัฐบาล แต่เชื่อว่าหากพรรคไทยภักดีต้องการร่วมรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยก็พร้อมต้อนรับ แต่ไม่ได้มีการคุยกัน ตัดสินใจด้วยเหตุผลต่างๆ
 

และการเป็นฝ่ายค้านสามารถตรวจสอบในสิ่งที่รัฐบาลกระทำโดยมิชอบ หรือการทุจริต ยิ่งหากตัดสินใจบนพื้นฐานของประโยชน์ส่วนรวม ประโยชน์ของแผ่นดิน โดยที่ไม่มีผลประโยชน์อื่นใด มั่นใจว่าสามารถทำหน้าที่ให้แก่ประชาชนสมดังที่ประชาชนรอคอย และตัวเองก็รอคอยมา 12 ปี 

นพ.วรงค์ กล่าวถึงการตั้งเป้าการทำงานในฐานะฝ่ายค้าน ว่าให้นายอนุทินเดินหน้าทำงานฝ่ายบริหารอย่างเต็มที่ พรรคไทยภักดีไม่ได้หยุมหยิม แต่ขอเตือนว่า หากมีหลักฐานการทุจริตเกิดขึ้น มีหลักฐานการประพฤติมิชอบเกิดขึ้น เราเจอกันแน่ ซึ่งจะทำงานอย่างไม่ยั้งมือในการตรวจสอบ

 

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี

 

“ ไม่ใช่การตรวจสอบให้เป็นอีเวนท์เพื่อเป็นข่าว แต่ทุกอย่างต้องจบที่ ป.ป.ช. หรือ ศาล หากท่านทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต อาจไม่เห็นบทบาทผมในการตรวจสอบอะไร แต่ถ้าท่านทำไม่ตรงไปตรงมาเอื้อประโยชน์ขึ้นมาเมื่อไหร่เราเจอกันแน่ในสภา” นพ.วรงค์กล่าว


นพ.วรงค์ ยังยืนยันชัดเจนว่า การโหวตของพรรคไทยภักดี จะไม่เห็นชอบในทุกเรื่องหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นการโหวตนายกรัฐมนตรีหรือการโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร เพียงแต่ชี้แจงว่ามีวิธีการโหวตของฝ่ายค้าน ตามมารยาท 1. หนุนฝ่ายค้าน 2.งดออกเสียง แต่ไม่ควรโหวตให้รัฐบาล ยกเว้นเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง ก่อนจะกล่าวทิ้งท้ายถึงนายกรัฐมนตรีว่า อะไรที่เป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองให้บอกได้
 

นพ.วรงค์ กล่าวถึงการทำงานฝ่ายค้านกับพรรคประชาชนว่า ตามหลักการนั้นความแนบแน่นต่างกับการทำงานของรัฐบาล ซึ่งการเป็นฝ่ายค้านจะเริ่มงานกันแบบหลวมๆ ซึ่งประเด็นในการตรวจสอบต่างฝ่ายต่างทำ ไม่ต้องแชร์ประเด็นกัน ไม่ต้องพึ่งพากันทุกเรื่อง การเป็นฝ่ายค้านแม้จะทำงานร่วมกัน แต่ไม่ต้องจับไม้จับมือกันแน่นเหมือนพรรคร่วมรัฐบาล โดยปฏิเสธวิพากษ์วิจารณ์การทำงานฝ่ายค้านของพรรคประชาธิปัตย์ หรือพรรคประชาชน เพียงแต่ยืนยันว่าพรรคไทยภักดีเข้มแข็งแน่นอน สามารถทำหน้าที่ตรงนี้ได้ดี  
 

นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงความรู้สึกที่กลับเข้าสู่สภาอีกครั้งในรอบ 12 ปีว่ารู้สึกตื่นเต้น และในสถานที่รัฐสภาแห่งนี้ยังเดินลงไม่คุ้นชิน