"3 สว." ยื่นญัตติเบรกสภาสูงเห็นชอบแต่งตั้ง "2 กกต." ลั่น หยุดแต่งตั้งคนเข้าไปทำคดีตัวเอง
18 ก.พ. 2569
"3 สว." ยื่นญัตติเบรกสภาสูงเห็นชอบแต่งตั้ง "2 กกต." ลั่น หยุดแต่งตั้งคนเข้าไปทำคดีตัวเอง หวั่น ขัดกันแห่งผลประโยชน์-ส่งต่อวิกฤตความศรัทธา 7 ปี
ข่าว
18 ก.พ. 2569
"3 สว." ยื่นญัตติเบรกสภาสูงเห็นชอบแต่งตั้ง "2 กกต." ลั่น หยุดแต่งตั้งคนเข้าไปทำคดีตัวเอง หวั่น ขัดกันแห่งผลประโยชน์-ส่งต่อวิกฤตความศรัทธา 7 ปี
กรณีการยื่นญัตติด่วน ขอให้วุฒิสภาชะลอการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อีก 2 คน เพื่อป้องกันการขัดกันแห่งผลประโยชน์
18 กุมภาพันธ์ 2569 ที่รัฐสภา นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย น.ส.นันทนา นันทวโรภาส และ น.ส.มณีรัตน์ เขมะวงศ์ 3 สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ร่วมแถลงข่าวปมดังกล่าวว่า
ในเรื่องด่วนที่ 3 ระบุว่าจะมีการให้ความเห็นชอบผู้ได้รับการเสนอชื่อ ให้ดำรงตำแหน่ง กกต. 2 คนประกอบด้วย นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อดีตอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และนายมณฑล สุดประเสริฐ อดีตอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยจะเป็นการเลือกให้ความเห็นชอบแทน นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ และนายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ ที่ครบวาระการดำรงตำแหน่งไปแล้ว
นายเทวฤทธิ์ ระบุว่า หากย้อนกลับไปในวุฒิสภาสมัยที่แล้ว แม้จะยังไม่มีสภาผู้แทนราษฎร แต่ยังสามารถพิจารณาเปิดประชุมวิสามัญและมีการพิจารณาเลื่อนขยายเวลาของกรรมาธิการสอบประวัติในขณะนั้นได้ แปลว่าในแง่กระบวนการสามารถดำเนินการได้ ซึ่งการที่มี สว.จำนวนมากกำลังถูกไต่สวนและสอบสวน โดยองค์กรที่เรากำลังจะแต่งตั้งดูเป็นการขัดกันทางผลประโยชน์
“เหมือนเราไปตั้งกรรมการมาตัดสินหรือสอบสวนคดีที่เราถูกกล่าวหา และสว. ที่ถูกดำเนินคดีจำนวนเกินกึ่งหนึ่งเท่ากับมติของการให้ความเห็นชอบกับบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ” เทวฤทธิ์ กล่าว
นายเทวฤทธิ์ ยังกล่าวว่า ห้วงเวลานี้มีวิกฤตความศรัทธาต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. ที่ สว.ชุดนี้ให้ความเห็นชอบไปแล้วถึง 3 คน หากให้ความเห็นชอบเพิ่มอีก 2 คน จะกลายเป็น 5 คนจาก 7 คนที่มาจากการให้ความเห็นชอบจาก สว. ชุดนี้
หากตนเป็นคณะกรรมการสอบประวัติของผู้ได้รับการเสนอชื่อก็คงจะถามถึงประเด็นมุมมองที่มีต่อคดีกันได้มาซึ่ง สว. โดยมองว่ามี 2 แนวทางที่แคนดิเดตเหล่านั้นจะตอบ คือ ตอบตามหลักการที่เห็นว่ามีปัญหาหรือไม่ แต่หากตอบเอาใจ สว. ชุดนี้ ก็อาจจะได้ผ่านเข้าไปเป็น กกต. ซึ่งจะทำให้ระบบและกระบวนการที่เป็นอยู่ตอนนี้มีการขัดกันทางผลประโยชน์
"การได้มาซึ่งตะกร้าที่เราจะมากรอง เครื่องกรองเหล่านี้มันมีปัญหาผมคิดว่าเมื่อมันมีปัญหาเครื่องกรองก็ควรจะหยุดก่อน ที่จะส่งผ่านปัญหาเหล่านั้นซึ่งจะส่งผ่านวิกฤตศรัทธาไปยังองค์กรอิสระนั่นคือ กกต. ที่มีปัญหาอยู่ แล้วจะส่งผ่านวิกฤตศรัทธานั้นไปอีก 7 ปี การชะลอไปก่อนไม่ได้ทำให้อำนาจที่หลายคนกังวลว่าจะไปตัดอำนาจ สว. หรือเปล่า การชะลอไว้ไม่ได้ตัดอำนาจ วันที่มีคำตัดสินหรือคำวินิจฉัยแล้วว่าสว. เหล่านั้นเป็นผู้บริสุทธิ์ไม่มีความผิด วันนั้นยังมีอำนาจเต็มในการให้ความเห็นชอบ จึงเสนอญัตติให้ชะลอการให้ความเห็นชอบ 2 กกต. ไปก่อน จนกว่าจะมีความชัดเจนของ กกต. ชุดปัจจุบัน การวินิจฉัยคดีการได้มาซึ่งสว." นายเทวฤทธิ์ กล่าว
ด้าน น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า มี สว. ถึง 138 คนที่ถูกตั้งข้อกล่าวหาแล้วจะมาให้ความเห็นชอบ กกต. อีก 2 คนซึ่งตนมองว่าน่าจะไม่ชอบ และเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ อยากให้ สว. เสียงข้างมากทั้งหลายมีจิตสำนึกในการหยุดทำหน้าที่ให้ความเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมถึงการให้ความเห็นชอบ กกต. ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ เพราะเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์อย่างชัดเจนเป็นการเลือกคนเข้าไปทำคดีของตัวเอง
นี่คือปัญหาที่สืบเนื่องมาจากกระบวนการของรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดให้ สว. มาจากการเลือกกันเองไม่ยึดโยงกับประชาชน เลือกคนมาดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระซึ่งถือเป็นเรื่องที่ผิดปกติ แทนที่จะให้ สว. ที่มาจากประชาชนทำหน้าที่นี้ วงจรนี้ทำให้เกิดข้อกังขามากมาย เพราะการตัดสินคดีความต่าง ๆ ทางการเมือง ก็วนกลับมาที่องค์กรอิสระ
หากในวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ ถ้า สว. ให้ความเห็นชอบ กกต. อีก 2 คน ก็จะกลายเป็นว่า สว. ให้ความเห็นชอบไปแล้ว 5 คนจาก 7 คน จึงมีคำถามถึงเรื่องการดำเนินคดีฮั้ว สว. ผ่านไปแล้ว 7 เดือนยังไม่มีการส่งฟ้อง หากวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้เพิ่มไปอีก 2 คน เราคงจินตนาการออกว่าคดีฮั้ว สว. จะจบอย่างไร
"จึงอยากถามถึงความสง่างามและความชอบธรรมที่ สว. 138 คน ถูกแจ้งข้อกล่าวหาและมาทำหน้าที่ เลือก กกต.แล้วไปทำหน้าที่ตัดสินคดีของตัวเอง รวมถึงคดีที่มาจากการเลือกตั้งในขณะนี้ ขอให้สังคมจับตา เพราะว่าวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ สว. เสียงข้างมากจะคงยืนยันให้ความเห็นชอบ กกต.อีก 2 คนหรือไม่ และญัตติของสว. เทวฤทธิ์จะได้รับการบรรจุหรือไม่ กระบวนการต่อจากนี้จะเดินหน้าสุดซอยอย่างไร" น.ส.นันทนา กล่าว
น.ส.นันทนา กล่าวว่า วันนี้ร่างคำร้องเรียบร้อยแล้ว และเชื่อเป็นนิมิตหมายอันดีเพราะตอนนี้ สว.เสียงข้างน้อยและสว.อิสระ ได้มีการโทรมาสอบถาม จึงเชื่อว่าครั้งนี้จะรวบรวมได้เร็วและจะรีบยื่นทางประธานวุฒิสภาให้เร็วที่สุด แต่กระบวนการนี้ต้องเรียนว่าประธานวุฒิสภาหากได้รับเรื่องแล้วก็อยากจะให้ใช้มาตรฐานเดียวกัน กับที่รับเรื่องจาก สว.เสียงข้างมากที่รับแล้วรีบยื่นกระบวนการจะได้ไปสู่ศาลรัฐธรรมนูญได้เร็ว และเราพยายามจะทำให้อยู่ในสัปดาห์หน้า
