รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ยังกล่าวถึงอีกมาตรการสำคัญได้แก่ แนวทางจัดตั้งอาสาสมัครในพื้นที่ เพื่อร่วมตรวจสอบและเฝ้าระวังการประกอบกิจการที่อาจไม่เป็นไปตามกฎหมาย หลังภาครัฐได้รับข้อร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมาก โดยยืนยันว่า ทุกหน่วยงานพร้อมเข้าไปแก้ไขอย่างจริงจัง
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ยังฝากข้อเสนอเชิงปฏิบัติ 3 เรื่อง ให้ผู้ประกอบการร่วมเดินหน้าไปด้วยกันได้แก่
1. จ้างแรงงานในพื้นที่ ลดค่าใช้จ่ายประชาชนและลดปัญหาจราจร
2. เพิ่มพื้นที่สีเขียว ดูแลน้ำเสียและลดฝุ่นจากการประกอบการ
3. สร้างความร่วมมือในกลุ่มผู้ประกอบการ เพื่อเติบโตควบคู่ชุมชนอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ กลุ่มผู้ประกอบการเหมืองและโรงโม่หินในพื้นที่ ระบุว่า พร้อมสนับสนุนแผนฟื้นฟูหลังสิ้นสัมปทาน โดยเฉพาะการพัฒนาเป็นแหล่งน้ำของจังหวัด ซึ่งจะทำให้ชุมชนเห็นประโยชน์ชัดเจน พร้อมกล่าวขอบคุณที่รัฐบาลและกระทรวงอุตสาหกรรมลงมารับฟังถึงพื้นที่จริง พร้อมยังสะท้อนว่า พื้นที่ทำเหมืองขนาดเล็กในราชบุรีดำเนินการมากว่า 30 ปี และแทบไม่เคยมีรัฐมนตรีลงมาดูด้วยตัวเอง การมาตรวจติดตามครั้งนี้ จึงเป็นสัญญาณสำคัญ ที่ทำให้ภาคธุรกิจและชุมชนมั่นใจว่า การกำกับดูแลจะเดินหน้าอย่างจริงจัง โปร่งใส และให้ประโยชน์กับประชาชนในพื้นที่