รมช.อุตฯ ปิดตำนาน 20 ปี บ่อขยะเถื่อน-จัดระเบียบทั่วประเทศ
12 ก.พ. 2569
รมช.อุตฯ ปิดตำนาน 20 ปี บ่อขยะเถื่อนแปดริ้วสั่งแก้ตามกฎหมายภายใน 30 วัน - เดินหน้าจัดระเบียบโรงขยะทั่วประเทศ
ข่าว
12 ก.พ. 2569
รมช.อุตฯ ปิดตำนาน 20 ปี บ่อขยะเถื่อนแปดริ้วสั่งแก้ตามกฎหมายภายใน 30 วัน - เดินหน้าจัดระเบียบโรงขยะทั่วประเทศ
จ่าเอกยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่บ่อขยะชุมชนหนามแดง อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา รับฟังปัญหาจากชาวบ้านและตรวจข้อเท็จจริงถึงหน้างาน หลังมีร้องเรียนเรื่องกลิ่นเหม็นรบกวนและน้ำเสียไหลลงลำรางสาธารณะ พร้อมสั่ง “แก้ให้จบ–ทำให้ถูกต้อง” ขีดเส้นตาย 30 วัน และประกาศจะกลับมาตรวจซ้ำด้วยตนเอง การลงพื้นที่ครั้งนี้มีคณะทำงานจากหลายหน่วยร่วมบูรณาการ ทั้งภาครัฐระดับจังหวัดและส่วนกลาง โดยมีผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจสอบ อาทิ นางสาวภาดาท์ วรกานนท์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายพีรวัส สมวงศ์ เลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
รัฐมนตรีช่วยฯ ระบุว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การตรวจรับเรื่องร้องเรียน แต่เป็นการ “ลงมือแก้” โดยใช้ความร่วมมือทั้ง กระทรวงมหาดไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานกำกับด้านอุตสาหกรรม เพื่อให้การจัดการขยะเป็นไปตามกฎหมายและไม่กระทบวิถีชีวิตชุมชน จากการตรวจสอบเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 พบว่า พื้นที่ดังกล่าวดำเนินกิจการ 2 ส่วน ได้แก่
1. บ่อขยะชุมชน เนื้อที่กว่า 70 ไร่ รับขยะชุมชนมาจัดการ
2. โรงงานคัดแยกสิ่งปฏิกูล/วัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่ไม่เป็นของเสียอันตราย เนื้อที่กว่า 5 ไร่ (ตามใบอนุญาตโรงงาน)
อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่พบประเด็นสำคัญหลายจุด อาทิ มีเครื่องจักรคัดแยกขยะมูลฝอยติดตั้งในบริเวณโรงงาน 2 เครื่องซึ่ง “ไม่อยู่ในรายการเครื่องจักรที่ได้รับอนุญาต” รวมถึงการนำเครื่องจักรจากบ่อขยะมาติดตั้งในเขตโรงงาน การดัดแปลงอาคารไม่ตรงตามที่ได้รับอนุญาต และการไม่แบ่งอาณาเขต “โรงงาน” กับ “บ่อขยะ” ให้ชัดเจน
สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทราจึงออกคำสั่งตามมาตรา 37 แห่ง พ.ร.บ. โรงงาน พ.ศ. 2535 ให้ผู้ประกอบการดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง ได้แก่ ปรับปรุงผังบริเวณโรงงานให้เป็นปัจจุบัน รื้อถอนเครื่องจักรที่ไม่ได้รับอนุญาต จัดแบ่งเขตพื้นที่ให้ชัดเจน และปฏิบัติตามเงื่อนไขใบอนุญาต “ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ทราบคำสั่ง”
จ่าเอกยศสิงห์ ย้ำว่า จะติดตามผลด้วยตนเอง เพื่อให้ทุกประเด็นแก้ไขครบถ้วน ทั้งด้านกฎหมายและผลกระทบต่อชุมชน พร้อมสะท้อนแนวทางทำงาน “ถึงลูกถึงคนถึงพื้นที่” ไม่ปล่อยให้ปัญหาคาราคาซัง พร้อมกันนี้ ภารกิจครั้งนี้ถูกวางเป็น “ต้นแบบการจัดระเบียบ” ในภาพใหญ่ เพื่อยกระดับมาตรฐานการจัดการขยะให้เป็นระบบ ตรวจสอบได้ และอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกันทั่วประเทศ—ยุติวงจรปัญหาโรงขยะผิดระเบียบที่สร้างผลกระทบต่อสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน
“ผมจะกลับมาติดตามผลด้วยตนเอง เพื่อให้มั่นใจว่าทุกประเด็นได้รับการแก้ไขครบถ้วน…เพื่อให้การดำเนินกิจการเป็นไปตามกฎหมายและไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าว
