ไทยน่าห่วงหนัก คะแนนทุจริตตกรูด อยู่อันดับ 116 โลก แพ้เพื่อนบ้านริมโขง
10 ก.พ. 2569
ดัชนีคอร์รัปชันไทยน่าห่วงหนัก! คะแนนทุจริตตกรูด ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ร่วงอยู่อันดับ 116 ของโลก อันดับ 7 ของอาเซียน แพ้เพื่อนบ้านริมโขง
ข่าว
10 ก.พ. 2569
ดัชนีคอร์รัปชันไทยน่าห่วงหนัก! คะแนนทุจริตตกรูด ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ร่วงอยู่อันดับ 116 ของโลก อันดับ 7 ของอาเซียน แพ้เพื่อนบ้านริมโขง
10 กุมภาพันธ์ 2569 มีรายงาน ผลคะแนน “ดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชัน (Corruption perceptions Index: CPI)” ประจำปี 2568 เผยแพร่โดยเพจ KRAC Corruption ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งพบว่า ประเทศไทยอยู่ที่ระดับ 33/100 คะแนน ในอันดับที่ 116 ของโลก ทั้งนี้ค่าเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ 42 คะแนน นั่นหมายความว่าเราอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยนั่นเอง
น่าสนใจว่าเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2567 คะแนนดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชันของไทยลดลง 1 คะแนน และเมื่อเปรียบเทียบกับทั้งโลกอันดับเราแย่ลง 9 อันดับ นั่นสะท้อนว่า สถานการณ์คอร์รัปชันของไทยเมื่อเทียบกับทั้งโลกแย่หนักกว่าเดิม
ทั้งนี้ เมื่อเราเจาะลึกไปที่ดัชนีองค์ประกอบที่ถูกนำมาใช้คำนวณพบว่า คะแนนส่วนใหญ่ที่ลดลงอยู่ในกลุ่มดัชนีที่เกี่ยวข้องกับมุมมองของนักลงทุน และผู้ประกอบการในภาคเอกชน โดยเฉพาะในมิติของการแข่งขัน (IMD World Competitiveness Yearbook) ที่ลดลง 10 คะแนนจากปีก่อนหน้า
ในขณะที่ผลการประเมินในมิติการเมืองและโครงสร้างทางกฎหมายของประเทศไทยมีแนวโน้มดีขึ้นในเกือบทุกมิติ
ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไทยหล่นมาอยู่อันดับ 7 ของอาเซียน ทั้งที่เดิมเราอยู่อันดับ 5 โดยตามหลังสิงคโปร์ (84 คะแนน) บรูไน (63) มาเลเซีย (52 คะแนน) เวียดนาม (41 คะแนน) อินโดนีเซีย (34 คะแนน) และลาว (34 คะแนน) ตามลำดับ
โดยทิศทางที่องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติให้ความสำคัญในปี 2569 คือ
(1) สร้างหลักประกันให้สถาบันยุติธรรมมีความเป็นอิสระ โปร่งใส และประชาชนสามารถเข้าถึงได้
(2) จัดการและแก้ไขปัญหาอิทธิพลที่ไม่เหมาะสมต่อกระบวนการตัดสินใจทางการเมือง
(3) เปิดโอกาสให้ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการทุจริตสามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้
(4) ต้องส่งเสริมพื้นที่ภาคพลเมืองและการรายงานการทุจริต โดยคุ้มครองเสรีภาพพื้นฐาน ภาคประชาสังคม และผู้แจ้งเบาะแส
ข้อเสนอแนะจำนวนมากมุ่งเน้นในการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน ที่เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการยุติธรรม และการสร้างความโปร่งใสทางการเมือง เพื่อลดอิทธิพลของบุคคลนอกการเมืองในการกำหนดทิศทางการบริหารประเทศ
โดยสรุปแม้คะแนนดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชัน จะไม่ได้บ่งบอกสถานการณ์จริงของการคอร์รัปชันในประเทศนั้น แต่คงปฏิเสธว่าคะแนนนี้ช่วยให้เราเห็นชัดเจนมากขึ้นว่า การทำงานเรื่องการต่อต้านคอร์รัปชันยังมีความจำเป็นมากขึ้น
ยิ่งกับประเด็นการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการตรวจสอบการทุจริต และการมีประชาชนเป็นศูนย์กลางในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งประเทศไทยยังคงมีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการคอร์รัปชันในส่วนนี้น้อย ถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่ทางศูนย์ความรู้เพื่อความร่วมมือในการต่อต้านคอร์รัปชัน และส่งเสริมธรรมาภิบาลในระดับภูมิภาคเล็งเห็นว่า จำเป็นต้องมีการสนับสนุนที่มากขึ้นในอนาคต
นายกิตติเดช ฉันทังกูล ผู้อำนวยการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) แสดงความคิดเห็นว่า คะแนนเฉลี่ยทั้งโลกอยู่ที่ 42 เราได้ 33 / แต่ถ้าดูคะแนนเฉลี่ยตามประเภทระบอบการปกครอง พบว่า Flaw Democracy คะแนนเฉลี่ยคือ 47 แต่ประชาธิปไตยครึ่งใบแบบไทย ได้ 33 ซึ่งเป็นระดับคะแนนที่เข้าใกล้กลุ่มประเทศไม่ได้ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย กลุ่มนี้มีค่าเฉลี่ย 32 คะแนน สะท้อนถึงระดับความเป็นประชาธิปไตยของไทยได้ชัดเจนมากผ่านมุมมอง CPI
