ด่วน! กกต.สุราษฎร์ฯ บุกรวบหัวคะแนนเขต 7 คาโพยรายชื่อ
07 ก.พ. 2569
ด่วน กกต.สุราษฎร์ จับอีกแล้วซื้อเสียง เขต 7 พร้อมของกลางเงินสด กับโพยรายชื่อ เตรียมแจ้งข้อหา ตระเตรียมเพื่อที่จะให้เงินเพื่อจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โทษสูงสุดคุก 10 ปี
ข่าว
07 ก.พ. 2569
ด่วน กกต.สุราษฎร์ จับอีกแล้วซื้อเสียง เขต 7 พร้อมของกลางเงินสด กับโพยรายชื่อ เตรียมแจ้งข้อหา ตระเตรียมเพื่อที่จะให้เงินเพื่อจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โทษสูงสุดคุก 10 ปี
7 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเวลาประมาณ 16.30 น. มีรายงานว่าทาง กกต.จังหวัดสุราษฎร์ธานีร่วมกับชุดเคลื่อนที่เร็วรวบจับหัวคะแนนผู้สมัคร สส.รายหนึ่งในพื้นที่ เขต ต.ทุ่งรัง อ.กาญจนดิษฐ์ พร้อมของกลางเงินสดจำนวนมากโดยมีรายงานว่าหัวคะแนนคนดังกล่าวเป็นผู้ใหญ่บ้านแห่งหนึ่ง
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายพลัฏฐ์ นิลเนาวรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี (ผอ.กกต.) เปิดเผยว่า ทาง กกต.ได้รับข้อมูลจากสายข่าวไม่ประสงค์จะออกนามว่าจะมีการเตรียมเงินเพื่อที่จะไปจ่ายให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ในพื้นที่ เขต 7 ทาง กกต.จึงได้ประสานกับชุดเคลื่อนที่เร็วพื้นที่ ม.3 ต.ทุ่งรัง อ.กาญจนดิษฐ์ พบกลุ่มคนจำนวนหนึ่งพร้อมกับเงินจำนวนหนึ่ง และมีเอกสารเป็นโพยรายชื่อและสำเนาผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งครั้งนี้ ก็ไม่ทราบว่าได้มาจากไหน ก็จะได้สืบสวนต่อไป
ขณะนี้ ได้วางแผนกับ ผกก.สภ.ขุนทะเล และ พ.ต.อ.สมบัติ ฉ่ำแสง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ร่วมกับพนักงานสืบสวน กกต.และทางพนักงานสืบสวนของ สภ.ขุนทะเล ช่วยกันในการสอบสวน โดยขณะนี้ได้สอบปากคำและทำการบันทึกจับกุมกับบุคคลที่ได้เชิญตัวมา สามารถที่จะดำเนินคดีเกี่ยวกับการตระเตรียม การจัดเตรียมเพื่อที่จะไปกระทำความผิดกฎหมายเลือกตั้ง เบื้องต้นยังให้การปฏิเสธ
เมื่อถามว่า บัญชีรายชื่อ โพยรายชื่อเป็นของใคร ก็ไม่รับ ให้การ รับเฉพาะเงินสด เพราะเงินสดพบจุดที่ตรวจค้น จำนวนเงินแต่ละคนที่พกอยู่คนละ 2 -3 หมื่นผิดปกติวิสัย ประกอบกับเมื่อพบกับโพยรายชื่อที่มีวางอยู่บนโต๊ะที่นั่งคุยกันอยู่เชื่อได้ว่าน่าจะเป็นการตระเตรียมเพื่อที่จะทำความผิด
ส่วนจำนวนผู้ที่เชิญตัวมายังไม่เปิดเผย เพราะยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหา อาจจะไปกระทบกับสิทธิตัวบุคคลของเขา โดยเชิญตัวมา 6 คน ในชั้นตำรวจยังต้องรอการสอบสวน
ส่วนการเตรียมข้อกล่าวหาที่พูดคุยกันอยู่คือข้อหาการจัดเตรียมเพื่อที่จะให้เงินเพื่อจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ตามมาตรา 73 ประกอบมาตรา 158 ซึ่งมีโทษจำคุก1-10ปี ปรับตั้งแต่ 2 หมื่น ถึง 2 แสนบาท
