สว.แนะปิดปาก "แสวง" ปมพูด "ถ้าไม่เชื่อมั่นก็ไม่ต้องมาเลือกตั้ง"
05 ก.พ. 2569
สว.แนะปิดปาก "แสวง" หลังพูด "ถ้าไม่เชื่อมั่นก็ไม่ต้องมาเลือกตั้ง" จี้ กกต.ทบทวนการทำงาน อย่าปล่อยเลขาฯ รับหน้าคนเดียว ขณะที่ "สุชัชวีร์" เชื่อทำคนมาเลือกตั้งมากขึ้น
ข่าว
05 ก.พ. 2569
สว.แนะปิดปาก "แสวง" หลังพูด "ถ้าไม่เชื่อมั่นก็ไม่ต้องมาเลือกตั้ง" จี้ กกต.ทบทวนการทำงาน อย่าปล่อยเลขาฯ รับหน้าคนเดียว ขณะที่ "สุชัชวีร์" เชื่อทำคนมาเลือกตั้งมากขึ้น
5 กุมภาพันธ์2569 ที่อาคารรัฐสภา นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว.แถลงข่าวถึงการทำงานของ กกต. กับการผิดพลาดในการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้า ว่า ถือเป็นบททดสอบที่สำคัญ ก่อนเลือกตั้งใหญ่ 8 ก.พ.นี้ ซึ่งปรากฏความผิดพลาดในหลายพื้นที่ สร้างความสับสนให้ประชาชน และกระทบกับความเชื่อมั่น ในการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ ตนในฐานะ สว.ได้ตรวจสอบพบว่าจริง ๆ แล้วความผิดพลาดเรื่องนี้ ไม่ควรจำกัดอยู่ที่ นายแสวง บุญมี เลขา กกต.เพียงคนเดียว แต่เป็นเรื่องที่ กกต.ทั้ง 7 คน ควรจะทบทวนบทบาทของตนเองอย่างจริงจัง มิฉะนั้นจะไม่มีความศรัทธา และความเชื่อมั่นในวันเลือกตั้ง 8 ก.พ.นี้ เพราะจริง ๆ แล้ว กกต.ไม่ได้มีหน้าที่เพียงจัดการเลือกตั้งให้เสร็จ แต่จะต้องให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นและศรัทธา และยอมรับผลการเลือกตั้งว่า มีความโปร่งใส จนนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาล บริหารประเทศในโอกาสต่อไป
การเลือกตั้งที่สุจริต ต้องมากับความไว้วางใจจากประชาชน แต่การเลือกตั้งที่อ้างว่า ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ขาดความเชื่อมั่น จะไม่สร้างความศรัทธาให้กับประชาชน และจะบานปลายไปถึงความไม่เชื่อมั่นต่อรัฐบาล ที่เกิดขึ้นภายหลังการเลือกตั้ง ดังนั้นเวลานี้ กกต. ทั้ง 7 คน ต้องก้าวออกมาจากหลังม่าน มาแสดงออกถึงความรับผิดชอบ ที่มีมากกว่าปล่อยให้ เลขา กกต.ออกมาดำเนินการแต่เพียงลำพัง และลอยตัวอยู่เหนือความรับผิดชอบ
ดังนั้น จึงขอให้ กกต.และประธาน กกต.ซึ่งอยู่ในสถานะที่สูงกว่า เลขาธิการ กกต. ได้ออกมาดำเนินการ เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น จะขันน็อตอย่างไร เพื่อไม่ให้เลขาธิการ กกต. ออกมาเคลื่อนไหวอยู่เพียงลำพัง จนประชาชนไม่เชื่อถือและเกิดคำพูดที่บอกว่า "อย่ามาแหวง" เช่นในปัจจุบัน
เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญปี 2560 นั้น คือองค์กรอิสระมีอำนาจสูงมาก เช่น กกต. ก็มีอำนาจสูงมากในการจัดการเลือกตั้ง แต่กลับไม่มีองค์กรใดถอดถอนได้ ที่สำคัญคือประชาชนแทบไม่มีส่วนร่วม ในการตรวจสอบองค์กรนี้ ทั้งที่เป็นองค์กรที่ต้องรับผิดชอบต่อประชาชนอย่างสูงสุด
ดังนั้นเมื่อรัฐธรรมนูญไม่ได้เปิดโอกาสให้การตรวจสอบเกิดขึ้น ตนในฐานะ สว.จึงขอเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะต้องเปิดประตูขั้นแรกในการลงประชามติในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้
นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวต่อว่า อยากให้เปิดประตูโดยการเห็นชอบรัฐธรรมนูญ โดยการกากบาทในช่องเห็นชอบในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นี่เป็นสิทธิส่วนบุคคลของประชาชน ตนเคารพ แต่ในเมื่อปัญหาเกิดขึ้นไม่รู้จบ เราจะเห็นได้ว่าปัญหาเดี๋ยวก็เกิดขึ้นที่ ป.ป.ช เดี๋ยวก็เกิดขึ้นที่ กกต.ซึ่งเป็นองค์กรอิสระ แต่ไม่มีทางใดที่จะแก้ไขได้เลยหากไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญ
ทั้งนี้ นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า บ้านเมืองต้องการการแก้ไขปัญหาด้วยความศรัทธาและเชื่อมั่นต่อประชาชน เจ้าของสิทธิการเลือกตั้ง ส่วนคำพูดที่บอกว่า "ถ้าไม่เชื่อมั่นก็ไม่ต้องมาเลือกตั้ง" ตนมองว่า อย่าไปพูดดีกว่า ให้เอาพลาสเตอร์ปิดปากซะ แล้วให้ประธานบอร์ด กกต. แก้ไขเหตุการณ์นี้โดยด่วน ก่อนที่จะเกิดวิกฤตศรัทธา จน กกต.ทั้ง 7 คนไม่มีที่ยืนในสังคม และบอร์ดใหญ่ทั้ง 7 คนก็อย่าลอยตัว
ขณะที่ นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยก้าวใหม่ ลงพื้นที่หาเสียง ที่ตลาดเช้าเคหะทุ่งสองห้อง และโรงเรียนเคหะทุ่งสองห้องวิทยา 1 ก่อนเดินทางต่อไปยังตลาดประชานิเวศน์ 1 เพื่อช่วย นายชญาพัฒน์ โปร่งปรีชา ผู้สมัคร สส.กรุงเทพมหานคร เขต 8 ได้กล่าวถึงกรณีที่ เลขาฯ กกต.ออกมาบอกว่า หากไม่เชื่อมั่นใน กกต.ก็อย่าไปเลือกตั้ง ว่า อีกมุมหนึ่งก็ทำให้คนสนใจไปเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. 69 กันมากยิ่งขึ้น จึงอยากเชิญชวนประชาชนให้ไปเลือกตั้ง เพราะการเลือกตั้งเป็นการชี้อนาคตของท่าน และลูกหลานของท่าน เช่นเดียวกัน ตนเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ กกต. ก็ต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเที่ยงธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้
“ท่านไม่ต้องกลัว หากท่านเที่ยงธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ สุดท้ายแล้วผลงานของ กกต.จะพิสูจน์เอง ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันเลือกตั้ง และต้องทำหน้าที่อย่างโปร่งใส ดีที่สุด รวมถึงหลังการเลือกตั้งด้วย ประชาชนจะได้ไม่เคลือบแคลง” นายสุชัชวีร์ กล่าว
นายสุชัชวีร์ ยังกล่าวอีกด้วยว่า ตนเองรู้สึกมีความหวัง สังเกตว่าตนเองแทบไม่ได้นอนก็ยังสดชื่น เมื่อคืนไลฟ์สดคนติดตามดูเป็นแสน หลายคนบอกว่า ควรจะเลือกเพราะอารมณ์และความขัดแย้ง แต่ตนเชื่อว่า ถึงเวลาที่ประเทศไทยจะไม่เลือกแบบนั้นแล้ว ประเทศถดถอย เศรษฐกิจตกต่ำ การศึกษาก็เหลือแค่สู้กับกัมพูชา และพม่าเท่านั้น คุณต้องเปิดโอกาสให้พรรคการเมือง ที่ทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ เพื่อยกระดับการศึกษาจริง ๆ เลือกคนไปเปลี่ยนประเทศ ท่านจะไม่ผิดหวัง และอีกเรื่องหนึ่งเรื่องภัยพิบัติ ช่วยเราไปหยุดน้ำท่วมซ้ำซากสักทีหนึ่ง
