"สว." จี้ "กกต.-รมว.ดีอี" อย่านิ่ง ปม "คลิปเสียงนักการเมือง"
04 ก.พ. 2569
"สว." จี้ "กกต.-รมว.ดีอี" อย่านิ่ง ปม "คลิปเสียงนักการเมือง" ต้องสอบข้อเท็จจริงให้ชัด ไม่ควรใช้อำนาจหาผลประโยชน์ทางการเมือง
ข่าว
04 ก.พ. 2569
"สว." จี้ "กกต.-รมว.ดีอี" อย่านิ่ง ปม "คลิปเสียงนักการเมือง" ต้องสอบข้อเท็จจริงให้ชัด ไม่ควรใช้อำนาจหาผลประโยชน์ทางการเมือง
4 กันยายน 2569 ที่อาคารรัฐสภา นายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ และนายสหพันธ์ รุ่งโรจนพณิชย์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) แถลงถึง กรณีการเผยแพร่คลิปเสียงหลุดของนัการเมืองจนเป็นประเด็นร้อน
โดย นายปริญญา กล่าวว่า สมาชิกวุฒิสภาไม่นิ่งเฉยต่อเรื่องนี้ อยากเห็นการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กดต.) ว่ามีความเป็นกลาง และแก้ปัญหาต่างๆ อย่างไร เพราะประชาชนทั้งประเทศความสนใจการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นอย่างมาก
นายปริญญา ว่า กกต.ทำอะไรอยู่ เพราะไม่อยากให้เกิดความรู้สึกว่า กกต.นิ่งเฉยและปล่อยปละละเลยการทำงาน และอยากให้จัดการเลือกตั้งให้โปร่งใสและยุติธรรมมากที่สุด
นายปริญญา กล่าวว่า กรณีคลิปเสียงที่เกิดขึ้น มีการกล่าวอ้างตัวละครบุคคล 3-4 คนในจังหวัดหนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็นที่จังหวัดกาญจนบุรี
จึงอยากเรียกร้องให้ กกต.และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี ตรวจสอบคลิปเสียงว่าตรงกับผู้ถูกกล่าวอ้างจริงหรือไม่ ,มีการปลอมแปลงเสียงหรือไม่
ซึ่งหลายคนเชื่อว่า ไม่น่าจะเป็นการปลอมแปลงเสียงขึ้นมา และเป็นไปเพื่อการหาผลประโยชน์ในการลงคะแนนเสียงให้ตัวเองใช่หรือไม่
นายปริญญา กล่าวว่า การกล่าวอ้างถึงสถาบัน มีความผิดตามมาตรา 112 หรือไม่ หรือมีความผิดเกี่ยวกับการใช้อำนาจหน้าที่ในการแต่งตั้งในกระทรวงมหาดไทย และมองว่าการทำหน้าที่ผู้สมัครของพรรคการเมืองใดก็ตาม ไม่ควรใช้อำนาจมาหาผลประโยชน์ทางการเมือง
ด้าน นายสหพันธ์ กล่าวว่า คนในพื้นที่กาญจนบุรีเกิดความไม่สบายใจ และตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้น และพอจะเดาได้ว่าคนในคลิปเสียงเป็นใคร และเป็นเรื่องที่ต้องพิสูจน์ โดยเฉพาะการใช้อำนาจของรัฐเข้าไปบริหารจัดการบางอย่างที่ไม่เป็นธรรม โดยมีพรรคการเมืองเข้าไปเกี่ยวพัน อีกทั้งมองว่า ส่งผลกระทบในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง กฎหมายเกี่ยวกับความเป็นกลางของเจ้าหน้าที่รัฐ และกฎหมายจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองว่าใช้อำนาจโดยมิชอบหรือไม่
นายสหพันธ์ ยังฝากถึง กกต.กลาง และกกต.ทุกจังหวัด ต้องทำงานเชิงรุกมากกว่านี้ และขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงของคลิปเสียง ด้วยเทคโนโลยีพิสูจน์หลักฐานในทางนิติวิทยาศาสตร์ว่าเป็นเสียงของใคร มีบุคคลบ้างในคลิปเสียง
ตรวจสอบแหล่งที่มาว่ามาจากที่ใด และเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องในคลิปทุกฝ่ายมาให้ข้อมูลอย่างจริงจัง และตรวจสอบการโยกย้ายข้าราชการในพื้นที่ ว่าเกิดขึ้นจริงหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ขอทุกฝ่ายอย่านิ่งเฉย หากปล่อยให้ผ่านไป จะส่งผลถึงความเชื่อมั่นของประเทศต่อการเลือกตั้งของไทย
