svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

อดีต กมธ.ปปช.ชี้ TOR พิมพ์แบบเรียน 69 ส่อขัด กม.จัดซื้อฯ

29 ม.ค. 2569

อดีต กมธ.ปปช.ชี้ TOR พิมพ์แบบเรียน 69 ส่อขัด กม.จัดซื้อฯ - ข้อตกลงคุณธรรม ส่อเจตนาล้ม E-Bidding - จี้กรมบัญชีกลางตรวจเข้มห้ามใช้วิธีพิเศษ

นายปรีติ เจริญศิลป์ ผู้สมัคร สส.นนทบุรี เขตการเลือกตั้งที่ 5 จ.นนทบุรี พรรคประชาชน ในฐานะอดีตรองประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ตนได้ทราบความคืบหน้าของโครงการจ้างพิมพ์หนังสือแบบเรียนประจำปีการศึกษา 2569 จำนวน 150 รายการ วงเงิน 1,010 ล้านบาท ขององค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (องค์การค้าของ สกสค.) ที่เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ได้มีประกาศเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมการประกวดราคาจ้างพิมพ์หนังสือแบบเรียน ปีการศึกษา 2569 โดยกำหนดยื่นเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government Procurement : e-GP) หรือ E-Bidding ในวันที่ 4 ก.พ. 69 ระหว่างเวลา 09.00 – 12.00 น. ซึ่งจากการศึกษาร่างขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR) รวมถึงรูปแบบการดำเนินการ ก็พบว่า ยังมีประเด็นที่อาจจะทำให้เกิดปัญหาเหมือนหลายปีที่ผ่านมา แม้จะทราบว่า ในปีนี้ กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ได้คัดเลือกและนำ ข้อตกลงคุณธรรม มาใช้สำหรับ โครงการ ดังกล่าว ซึ่งจะมีคณะผู้สังเกตการณ์ จากกรมบัญชีกลาง, องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) (ACT) รวมถึงผู้ทรงคุณวุฒิ ร่วมเป็นผู้สังเกตการณ์ในทุกขั้นตอนของโครงการแล้วก็ตาม

นายปรีติ กล่าวต่อว่า เท่าที่ศึกษารายละเอียดการดำเนินการ รวมถึง TOR ของโครงการฯ ขอตั้งข้อสังเกตในเบื้องต้น 3 ประเด็น ตั้งแต่ ประเด็นแรก การยื่นเสนอราคา E-Bidding ผ่านระบบออนไลน์ของ กรมบัญชีกลาง ในวันที่ 4 ก.พ. 69 ระหว่างเวลา 09.00 – 12.00 น. นั้น เป็นรูปแบบเดียวกับที่เคยดำเนินการมาแล้วเมื่อโครงการฯ ปีการศึกษา 2568 ที่ปรากฏว่า มีผู้เสนอราคาผ่านระบบ e-GP สำเร็จเพียงรายเดียว เนื่องจากผู้เสนอราคารายอื่นไม่สามารถกรอกข้อมูลที่กำหนดว่าต้องสำเร็จทั้ง 145 รายการของโครงการฯ ได้ภายในเวลาที่กำหนดไว้เพียง 3 ชั่วโมง กระทั่งต้องยกเลิกผลการประกวดราคา และปรับรูปแบบจัดซื้อจัดจ้างเป็นวิธีคัดเลือก ที่มีความรัดกุมในแง่การตรวจสอบน้อยกว่า ส่งผลให้มีการร้องเรียน และคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และข้อร้องเรียนของกรมบัญชีกลาง ได้วินิจฉัยว่า มีการดำเนินการขัดต่อมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ) ลักษณะกีดกันการแข่งขันอย่างเป็นธรรมหลายกรณี รวมทั้งเป็นเหตุให้กรมบัญชีกลาง ต้องกำชับให้องค์การค้าฯ หลีกเลี่ยงการใช้วิธีคัดเลือก หรือเฉพาะเจาะจงในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง และให้ประกาศเชิญชวนทั่วไปในการประกวดราคา E-Bidding ที่มีความโปร่งใสมากกว่า

“กมธ.ป.ป.ช. เคยเชิญผู้แทนจากกรมบัญชีกลาง มาให้ข้อมูลและสอบถามกรณีปัญหาโครงการฯ ปีการศึกษา 2568 ที่ผู้ประกอบการหลายรายกรอกข้อมูลผ่านระบบออนไลน์ e-GP ไม่ทันภายในเวลาที่กำหนด ซึ่งทางกรมฯ ชี้แจงว่า ปัญหาไม่ได้เกิดจากระบบ แต่เพราะในโครงการฯ มีแบบเรียนถึง 145 รายการ ที่เอกชนทุกรายต้องกรอกให้ครบทุกรายการ ซึ่งกรมฯ มองว่าจำนวนที่เหมาะสมในการยื่นราคาออนไลน์ที่แยกรายการลักษณะนี้ ไม่ควรเกิน 60 รายการสำหรับเวลา 3 ชั่วโมง แต่ในปีนี้องค์การค้าฯ แม้จะมีแบบเรียนเพิ่มเป็น 150 รายการ แต่ก็ไม่ได้ปรับเพิ่มเวลา หรือปรับลดจำนวนรายการแบบเรียนให้เหมาะสม โดยอาจจะไม่ต้องบังคับให้ทุกรายต้องยื่นครบทั้ง 150 รายการ จึงเกรงว่าจะเกิดปัญหาซ้ำเดิมอีก” นายปรีติ ระบุ

 

นายปรีติ กล่าวอีกว่า ประเด็นที่ 2 ใน TOR ที่ประกาศออกมานั้น ซึ่งทราบว่ามีการผ่านกระบวนการประชาพิจารณ์มาแล้ว 2 ครั้ง แต่คณะกรรมการจัดทำ TOR ขององค์การค้าฯ ได้แก้ไขเพียงบางประเด็นที่มีการท้วงติงเข้ามาเท่านั้น อีกหลายประเด็นที่ไม่แก้ไขระบุว่า ไม่สามารถแก้ไขตามที่เสนอเข้ามาได้ทั้งหมด เพราะหากแก้ไขทุกๆ ประเด็นตามที่มีผู้เสนอแนะมา จะทำให้การดำเนินโครงการฯ ปีนี้ไม่ทันตามกำหนด โดยได้บันทึกไว้เป็นข้อสังเกตสำหรับโครงการฯ ในปีถัดๆ ไป เท่ากับว่า TOR ฉบับแก้ไขปรับปรุงจากการประชาพิจารณ์ 2 ครั้งนั้น ถูกนำมาใช้ประกาศเชิญชวนทันที ทั้งที่ยังมีประเด็นที่มีผู้ติดใจ อาจเป็นผลให้มีการร้องเรียน หรืออุทธรณ์ผลการประกวดราคาในภายหลังได้ โดยในรายละเอียด TOR ที่คณะกรรมการฯ ระบุว่า ผ่านการแก้ไขมาแล้ว 2 ครั้งตามประชาพิจารณ์ พบว่า หลายประเด็นสำคัญเป็นการ คัดลอก มาจากโครงการฯ ปีการศึกษา 2568 รวมถึงปีก่อนหน้านั้น ที่ล้วนแล้วแต่มีประเด็นถูกร้องเรียน และคณะกรรมการอุทธรณ์ฯ ก็ได้วินิจฉัยว่าขัดต่อมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ มาแล้ว

 

“เท่ากับว่า TOR ที่ประกาศใช้ในปีนี้ องค์การค้าฯ ก็ยังคงคำนึงถึงระเบียบที่อ้างว่า ต้องผลิตและจัดส่งแบบเรียนให้ทันวันเปิดภาคเรียนที่ 1 ของปีการศึกษานั้นๆ หรือต้องถึงมือนักเรียนและสถานศึกษาก่อนวันที่ 16 พ.ค. ของทุกปี มากกว่าความถูกต้องชอบธรรมของ TOR และเมื่อประกาศใช้ทั้งๆ ที่รู้ว่าไม่สมบูรณ์ ส่งผลให้การดำเนินการในปีก่อนหน้านี้ไม่รัดกุม จนถูกร้องเรียน และพบความไม่ชอบมาพากลต่างๆ จนเชื่อว่าปีนี้ก็คงไม่พ้นจะถูกร้องหรืออุทธรณ์ในภายหลัง ทั้งที่จริงๆ แล้ว องค์การค้าฯ ก็รู้ดีว่า หากตัวเองดำเนินการไม่ทันวันเปิดเทอม ก็มีแบบเรียนจากแหล่งอื่นรองรับ เพียงพออยู่แล้ว” นายปรีติ กล่าว

 

ในส่วนของประเด็นที่ 3 นายปรีติ ได้ยกตัวอย่างประเด็นใน TOR ของโครงการฯ ซึ่งเป็นประเด็นที่เคยถูกร้องเรียน และคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ฯ ของกรมบัญชีกลาง เคยวินิจฉัยแล้วว่า ขัดต่อมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ และเป็นการสร้างภาระให้แก่ผู้ประกอบการเกินความจำเป็นมาแล้ว อาทิ 

 

1.การจัดเตรียมกระดาษพิมพ์โดยมีเอกสารยืนยันรับรองจากผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า ที่เท่ากับว่าผู้ประกอบการต้องสั่งซื้อ หรือสั่งจองกระดาษ ซึ่งเป็นภาระค่าใช้จ่าย ตั้งแต่ยังไม่ได้รับงาน

 

2.การกำหนดบังคับให้ผู้รับจ้างต้องใช้เครื่องพิมพ์ที่ยื่นเสนอราคาในการดำเนินงานพิมพ์แบบเรียน โดยไม่สามารถนำเครื่องพิมพ์ดังกล่าวไปพิมพ์งานอื่นได้ จนกว่าจะแล้วเสร็จตามสัญญา ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ประกอบการรายนั้นๆ สูญเสียรายได้ที่จะไปพิมพ์งานอื่น

 

3.การกำหนดให้ผู้เสนอราคาต้องยื่นราคาแบบเรียนทั้ง 150 รายการ แม้ว่าผู้ประกอบการอาจไม่มีศักยภาพเพียงพอในการดำเนินการทั้ง 150 รายการ หรือสนใจเสนอราคาเพียงบางรายการเท่านั้น ทำให้ผู้ประกอบการต้องทำรายละเอียดในรายการที่ไม่สนใจเสนอราคา และอาจส่งผลให้ไม่สามารถยื่นเสนอราคาได้ทันเวลา 3 ชั่วโมงที่กำหนด เหมือนโครงการฯ ในปีการศึกษาก่อนหน้านี้ รวมถึงภาระในการสั่งจองกระดาษที่กล่าวไปแล้วด้วย

 

“ก็แปลกใจว่า เหตุใดยังคงมีประเด็นที่ถูกชี้ว่า ขัดต่อ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ อยู่ใน TOR ทั้งที่ในคณะผู้สังเกตการณ์ตามข้อตกลงคุณธรรม ที่ต้องตรวจสอบกลั่นกรองทุกขั้นตอน ก็มีผู้แทนจากกรมบัญชีกลาง ซึ่งน่าจะมีข้อวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์ฯ ร่วมอยู่ด้วย และทำการทักท้วงให้แก้ไขก่อนประกาศใช้ แต่กลับปล่อยให้ยังมีประเด็นที่ทางกรมฯ วินิจฉัยแล้วว่าขัดกฎหมายออกมา” นายปรีติ ระบุ

 

นายปรีติ กล่าวย้ำว่า สำหรับโครงการจ้างพิมพ์หนังสือแบบเรียนขององค์การค้าฯ เป็นโครงการหนึ่งที่ได้ติดตามตรวจสอบมาตลอดขณะดำรงตำแหน่งใน กมธ.ป.ป.ช. ของสภาผู้แทนราษฎรสมัยที่ผ่านมา ซึ่งพบว่า การดำเนินการหลายปีการศึกษาที่ผ่านมา ได้ถูกวินิจฉัยว่ามีการกระทำการขัด พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ หลายกรณี ซึ่งเชื่อว่าอาจเป็นเหตุที่ให้องค์การค้าฯ ประสบภาวะขาดทุนสะสมมาตลอด ต้องเสียงบประมาณในการจัดพิมพ์แบบเรียนแต่ละปีแพงเกินจริง รวมทั้งทำให้เด็กนักเรียนทั่วประเทศได้รับแบบเรียนที่ไม่ได้คุณภาพหรือไม่ โดยได้มีการส่งข้อสังเกตของ กมธ.ป.ป.ช. ไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึง รมว.ศึกษาธิการ แต่ก็ไม่พบว่ามีการดำเนินการสอบสวนหรือเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องแต่อย่างไร ก็อาจเป็นเหตุให้องค์การค้าฯ ยังคงดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในลักษณะเดิม ซึ่งผลลัพธ์ก็คงออกมาไม่แตกต่างจากเดิม

 

“มีโอกาสสูงมากที่การจัดซื้อจัดจ้างในครั้งแรกนี้ต้องถูกยกเลิกเหมือนปีก่อนๆ อีก หากเกิดขึ้นจริงก็ขอฝาก กรมบัญชีกลาง ในการยืนหลักการให้ องค์การค้าฯ ต้องประกาศเชิญชวนทั่วไปในการประกวดราคา E-Bidding ในการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างครั้งใหม่ ป้องกันไม่ให้นำวิธีพิเศษ ทั้งคัดเลือก หรือเฉพาะเจาะจง มาใช้เหมือนปีก่อนๆ โดยเด็ดขาด เพราะจะเป็นการเพิ่มปัญหาให้กับองค์การค้าฯ ไม่จบสิ้น” นายปรีติ กล่าว

 

นายปรีติ กล่าวด้วยว่า แม้จะยังติดภารกิจหาเสียงเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.69 นี้อยู่ แก็จะติดตามตรวจสอบโครงการจัดจ้างพิมพ์แบบเรียน ปีการศึกษา 2569 อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การดำเนินโครงการถูกต้องชอบธรรมเป็นไปตามกฎหมาย ไม่ให้เกิดปัญหาเหมือนที่ผ่านๆ มา และหากได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน เขต 5 จ.นนทบุรี ให้กลับเข้าไปทำหน้าที่ผู้แทนราษฎร ก็จะตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน เพื่อให้การจัดซื้อจัดจ้างขององค์การค้าฯ เป็นไปอย่างโปร่งใสได้มาตรฐาน เพื่อที่น้องๆ นักเรียนทั่วประเทศจะได้ใช้แบบเรียนที่มีคุณภาพ อีกทั้งยังสามารถลดการสูญเสียงบประมาณเกินจริงขององค์การค้าฯ อันจะนำไปสู่หนทางหลุดพ้นภาวะขาดทุนซ้ำซาก รวมทั้งแก้ไขปัญหาหนี้สินของหน่วยงาน ให้สามารถดำเนินภารกิจหลักในการส่งเสริมสวัสดิการ ดูแลสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ