svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

ราชภัฏโพลชี้ชัด ”พรรคส้ม“ ครองความนิยมเหนือ ”น้ำเงิน“ ลุ้นรักษาแชมป์

29 ม.ค. 2569

เครือข่ายมหาวิทยาลัยราชภัฏ 38 แห่งทั่วไทยเปิดผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนต่อการเลือกตั้ง 69 ข้อมูลชัด ”พรรคส้ม“ ยังครองความนิยมในภาพกว้างเหนือ "ภูมิใจไทย" เทียบผลสำรวจ 2 ครั้ง ”สีแดง“ แรงขึ้น แต่ ”น้ำเงิน“ ถดถอย

29 มกราคม 2569 ที่ห้องประชุม ดร.เศาวนิต เศาณานนท์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา มีงานแถลงผลการสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 2569 และประชามติรัฐธรรมนูญ ภายใต้โครงการราชภัฏโพล จัดทำโดยที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งประเทศไทย ผนึกกำลังร่วมกับเครือข่ายมหาวิทยาลัยราชภัฏ 38 แห่งทั่วประเทศ 

”ราชภัฏโพล“ รอบนี้ ถือเป็นครั้งที่ 2 ของการเลือกตั้งใหญ่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยวิธีการสำรวจของราชภัฏโพลใช้รูปแบบออนไลน์กับการโทรศัพท์สัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่าง โดยมีกลุ่มตัวอย่างที่คัดกรองแล้วสูงถึง 11,700 ตัวอย่าง กระจายตามจังหวัดต่างๆ ทุกจังหวัด ทุกภูมิภาคซึ่งมีมหาวิทยาลัยราชภัฏตั้งอยู่ ระหว่างวันที่ 19-25 มกราคม 2569 

รศ.ดร.อดิศร เนาวนนท์ ประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งประเทศไทย กล่าวในตอนต้นของการแถลงว่า การสำรวจข้อมูลเพื่อจัดทำโพลครั้งนี้ไม่ได้เก็บจากนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏ แต่เก็บข้อมูลจากพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ จากทุกอาชีพ ทุกกลุ่มอายุ ทุกเจนเนอเรชันอย่างสมดุล และมีวัตถุประสงค์เพื่อให้พรรคการเมืองต่างๆ ที่รณรงค์หาเสียงกันอยู่ได้รับรู้ความต้องการของพี่น้องประชาชน ไม่ใช่ต้องการชี้นำทางการเมืองใดๆ 

ผลสำรวจประเด็นแรก พบว่า นโยบายของพรรคการเมืองที่มีผลต่อการตัดสินใจของประชาชน สูงที่สุดคือปัญหาปากท้อง ตามด้วยปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน

ประเด็นต่อมา ประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง สูงถึง 71.6% ระบุว่าจะเลือก สส.เขต กับ สส.บัญชีรายชื่อจากพรรคเดียวกัน 

ส่วนความพร้อมของประชาชนในการเลือกตั้ง พบว่า ประชาชนจำได้ว่าจะเลือกพรรคใด หมายเลขใด สูงถึง  70.9% แต่ก็ยังมีอีกราวๆ  29% ที่บอกว่า “จำไม่ได้”

ราชภัฏโพลชี้ชัด ”พรรคส้ม“ ครองความนิยมเหนือ ”น้ำเงิน“ ลุ้นรักษาแชมป์

คนไทยเลือกจากนโยบายพรรคมากกว่าตัวบุคคล 

ประเด็นสำคัญอีกประเด็นหนึ่ง คือ พฤติกรรมการเลือก สส.บัญชีรายชื่อ จากเหตุผลใดมากที่สุด ผลสำรวจพบว่า ประชาชนกลุ่มตัวอย่าง 47.1% เลือกจากนโยบายพรรคมากที่สุด รองลงมาจึงเป็นผลงาน 

ส่วนเหตุผลในการเลือก สส.เขต ปรากฏว่า ประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 45.3% ตัดสินใจเลือกจากนโยบายพรรคเช่นกัน รองลงมาจึงเป็นคุณสมบัติของผู้สมัคร 

ประชามติส่อฉลุย เกือบ 70% เห็นด้วยแก้รัฐธรรมนูญ

สำหรับความเห็นต่อการทำประชามติเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พบว่า ประชาชนผู้มีสิทธิ์ จำนวน 67.8% เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 


“พรรคส้ม” นำโด่งทั้งกระแสพรรค - แคนดิเดตนายกฯ 

ผลสำรวจไฮไลต์เกี่ยวกับพรรคการเมืองและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ที่ประชาชนต้องการเลือกในการเลือกตั้งครั้งนี้ 

พบว่า กลุ่มตัวอย่าง 38.8% เลือกพรรคประชาชน ตามด้วยพรรคเพื่อไทย 17.9% และ พรรคภูมิใจไทย 15.6%

ส่วนแคนดิเดตนายกฯ ปรากฏว่า “หัวหน้าเท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน 36.7% รองลงมา “ดร.เชน” ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ จากพรรคเพื่อไทย 15.9% และ “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล จากพรรคภูมิใจไทย 15.2% 

ราชภัฏโพลชี้ชัด ”พรรคส้ม“ ครองความนิยมเหนือ ”น้ำเงิน“ ลุ้นรักษาแชมป์

เทียบสำรวจ 2 ครั้ง “แดง“ แรงขึ้น - ”น้ำเงิน“ ถดถอย -  ”ส้ม“ สูงต่อเนื่อง

ในการแถลงข่าวยังมีการนำเสนอข้อมูลเปรียบเทียบผลโพลครั้งที่ 1 กับครั้งที่ 2 ของ “ราชภัฏโพล” ด้วย 

ผศ.ดร.รัฐกร คิดการ เลขาธิการ ทปอ.มรภ. รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ การวิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า ราชภัฏโพลสำรวจครั้งแรก ระหว่างวันที่ 22-30 ธันวาคม 2568 เป็นช่วงคาบเกี่ยวก่อนและขณะสมัครรับเลือกตั้ง จึงมีข้อมูล “ตัดสินใจหรือยัง” พ่วงมาด้วย แต่การสำรวจครั้งที่สอง ได้ตัดประเด็นนี้ทิ้งไป 

เมื่อเปรียบเทียบข้อมูลจากการสำรวจ 2 ครั้ง พบความต่างคือ 

  • พรรคเพื่อไทย ผลสำรวจรอบ 2 เพิ่มขึ้น 5.4%
  • พรรคภูมิใจไทย ผลสำรวจครั้งที่ 2 ลดลง 5.7%
  • พรรคประชาชนทรงตัว และเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากมีคะแนนที่สูงอยู่แล้ว 

ส่วนแคนดิเดตนายกฯ พบว่า 

  • “หัวหน้าเท้ง” ได้คะแนนนิยมเพิ่มขึ้น 6.7% 
  • นายกฯหนูอนุทิน คะแนนลด 9.2%
  • "ดร.เชน" ยศชนัน ได้คะแนนนิยมเพิ่มขึ้น 

เมื่อแยกผลสำรวจรายภูมิภาค พบว่า พรรคประชาชนได้รับความนิยมสูงสุดในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคอีสาน 

ขณะที่พรรคเพื่อไทย ได้รับความนิยมมากที่สุดในภาคตะวันตก ส่วนภาคใต้ เป็นพื้นที่ของพรรคประชาธิปัตย์ 

สำหรับแนวโน้มคะแนนนิยมของแคนดิเดตนายกฯ สอดคล้องกับความนิยมของพรรคการเมือง กล่าวคือ “หัวหน้าเท้ง” ได้อันดับ 1 ในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 

ส่วน ดร.เชน ยศชนัน พรรคเพื่อไทย คะแนนสูงสุดที่ภาคตะวันตก ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ครองความนิยมในภาคใต้ 

เมื่อแยกตามกลุ่มอายุ พบว่า Gen Z กับ Gen Y นิยมพรรคประชาชน 

  • กลุ่ม Gen X ตอนต้นอายุ 40-49 ปี ยังคงนิยมพรรคประชาชน
  • กลุ่ม Gen X ตอนปลาย สนับสนุนพรรคภูมิใจไทยกับพรรคเพื่อไทย 

แต่เมื่อรวม Gen X สองกลุ่ม เป็นพรรคเพื่อไทยกับภูมิใจไทยที่ได้รับความนิยมมากที่สุด

ส่วนกลุ่มเบบี้บูมเมอร์ กระจาย 3 พรรค ขณะที่การเลือกนายกฯของแต่ละ Gen ก็สอดคล้องกับพรรคที่เลือก 


การเมืองไทยขยับเลือกพรรค มากกว่าตัวบุคคล 

รศ.ดร.อดิศร สรุปว่า ผลโพลของเครือข่ายมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ ถอดรหัสการเลือกตั้งได้แบบนี้ 

  1. นโยบายเศรษฐกิจจะเป็นเงื่อนไขตัดสินใจว่าประชาชนจะเลือกใคร 
  2. ประชาชนผู้เลือกตั้ง 71.6% บอกว่าจะเลือก สส.สองระบบจากพรรคเดียวกัน 
  3. ประชาชนผู้เลือกตั้ง 70.9% พร้อมแล้ว และตัดสินใจแล้วว่าจะเลือกเบอร์ไหน เพราะจำเบอร์ได้ชัดเจน
  4. การเลือก สส.เขต และบัญชีรายชื่อ จะเลือกจากนโยบายพรรคเป็นหลักในการตัดสินใจ 
  5. ประชาชนผู้เลือกตั้ง 67.8% เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อแยกย่อยไปตามพื้นที่ ปรากฏว่าบางพื้นที่มีกระแสคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญสูงมากเหมือนกัน แต่ภาพรวมทั้งประเทศมีคะแนนออกมาตามที่เห็น 

รศ.ดร.อดิศร ให้ข้อสังเกตปิดท้ายว่า การเมืองไทยขยับจากการเลือกตัวบุคคล ไปที่การเลือกนโยบายพรรคมากขึ้น ถือเป็นการเมืองเชิงนโยบายและผลลัพธ์ที่จับต้องได้ 

พรรคการเมืองที่สามารถตอบโจทย์เชิงเศรษฐกิจได้ จะมีโอกาสได้รับเลือกตั้ง ส่วนพรรคการเมืองที่เสนอแนวคิดปฏิรูปเชิงโครงสร้าง จะมีความได้เปรียบในการเลือกตั้งอย่างชัดเจน

ราชภัฏโพลชี้ชัด ”พรรคส้ม“ ครองความนิยมเหนือ ”น้ำเงิน“ ลุ้นรักษาแชมป์

ราชภัฏโพลชี้ชัด ”พรรคส้ม“ ครองความนิยมเหนือ ”น้ำเงิน“ ลุ้นรักษาแชมป์