svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

สะพัดทุ่มเงิน 2 แสนล้าน "ซื้อเสียง" กทม. พุ่งหัวละ 7,500 บาท

20 ม.ค. 2569

สะพัดทุ่มเงิน 2 แสนล้าน "ซื้อเสียง" กทม. พุ่งหัวละ 7,500 บาท "ชัยวุฒิ-เจษฎ์" จี้ กกต. ต้องกล้าฟันตัวการใหญ่

20 มกราคม 2569 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นำทีมพรรครักชาติ อาทิ นายชนินทร์ ปิ่นทอง ผู้อำนวยการพรรค (บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 3), นายชัยพร จิรวินิจนันท์ โฆษกพรรค (บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 4), นายณัฏฐกรณ์ ทวีรักษา รองหัวหน้าพรรค (บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 5), นายทัศนัย ทองมี รองหัวหน้าพรรค (บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 6), นายณภัทร นวเครือสุนทร รองเลขาธิการพรรค และนายวรวิช กมลโชติรส ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 6 ร่วมลงพื้นที่ตลาดสะพาน 2 แขวงสะพานสอง เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ เพื่อช่วยแนะนำ 2 ผู้สมัคร สส.กทม.ของพรรครักชาติ เนื่องจากบริเวณตลาด ถือเป็นจุดคาบเกี่ยว 2 เขต ได้แก่ เขต 5 นายปณิธิ บวรวนิชยกูร เบอร์ 5 และ เขต 13 นายฐิติพัฒณ์ จันทร์แก้ว เบอร์ 9

 

สะพัดทุ่มเงิน 2 แสนล้าน "ซื้อเสียง" กทม. พุ่งหัวละ 7,500 บาท

 

สะพัดทุ่มเงิน 2 แสนล้าน "ซื้อเสียง" กทม. พุ่งหัวละ 7,500 บาท

 

 

 

 

 

 

รศ.ดร.เจษฎ์ เผยว่า จากที่เคยเปิดประเด็นเรื่องเม็ดเงินสะพัดเมื่อสัปดาห์ก่อน ถึงข้อมูลที่น่าตกใจว่า พรรคได้รับรายงานข่าวกรองถึงความผิดปกติทางการเงิน

 

ซื้อเสียง กทม. พุ่งหัวละ 7,500 บาท 

 

"มีการนำเงินเข้าสู่ระบบการเลือกตั้งในภาคพื้นที่สูงถึง 100,000 ล้านบาท และยังมีกระแสข่าวเรื่องการเบิกถอนเงินสดจากธนาคารพาณิชย์ล็อตใหญ่กว่า 160,000 ล้านบาท โดยที่ไม่มีธนาคารใดออกมาปฏิเสธ เมื่อรวมตัวเลขแล้ว อาจมีเม็ดเงินสะพัดจริงสูงถึง 200,000 ล้านบาท

จากการคำนวณเม็ดเงินดังกล่าว พบอัตราการจ่ายเงินซื้อเสียงที่สูงขึ้นอย่างผิดปกติ ​พื้นที่ กรุงเทพมหานคร ราคาพุ่งสูงถึง 7,500 บาทต่อหัว ​พื้นที่ต่างจังหวัด เฉลี่ยอยู่ที่ 3,000 - 5,000 บาทต่อหัว" รศ.ดร.เจษฎ์ เผย

 

 

 

 

“เงินสีเทา” 

 

รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าวอีกว่า เงินมหาศาลเหล่านี้คือ “เงินสีเทา” จากธุรกิจผิดกฎหมายและกลุ่มสแกมเมอร์ทั้งในและต่างประเทศ

 

พร้อมเตือนประชาชนว่า หากรับเงินเหล่านี้ เท่ากับสนับสนุนให้พรรคการเมืองเข้าไปถอนทุนคืนผ่านการคอร์รัปชัน นอกจากนี้ ยังยกตัวอย่างการเลือกตั้งท้องถิ่น (อบต.) ที่ผ่านมา ซึ่งมีการเบี้ยว จ่ายเงินไม่ครบ หรือสัญญาว่าจะให้แต่ไม่ให้ ซึ่งพรรครักชาติเรียกกลุ่มคนเหล่านี้ว่าเป็นนักการเมืองแบบสแกมเมอร์ที่เข้ามาหลอกลวงประชาชน

 

​ส่วนสถานการณ์การเมือง ตอนนี้ประเทศกำลังเดินหน้าสู่ความวิบัติ เพราะพรรคการเมืองแบ่งเป็นสองขั้วที่อันตราย ได้แก่ ​กลุ่มพรรคใหญ่ที่ใช้กระสุน (เงิน) จ่ายเงินซื้อเสียงเพื่อเข้าสู่อำนาจ ​กลุ่มที่อ้างกระแส แม้บอกไม่ใช้เงิน แต่มีวาระซ่อนเร้นต้องการเข้ามารื้อรัฐธรรมนูญ แก้ไขหมวด 1 หมวด 2 ซึ่งทางพรรคมองว่าเป็นการทำลายโครงสร้างบ้านเมือง

 

 

​ขณะที่ นายชัยวุฒิ กล่าวเสริมถึง กกต.อย่างดุเดือด โดยระบุว่า กกต. มีเครื่องมือ กฎหมาย และผู้ตรวจการเลือกตั้งกระจายอยู่ทั่วประเทศ เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่รู้เรื่องการซื้อเสียงที่เกิดขึ้นทุกหน่วยเลือกตั้ง

ปัญหานี้เป็นที่รู้กันทั่ว แต่เหมือน กกต. ไม่รู้อยู่คนเดียว ที่ผ่านมาจับได้แต่คดีเล็กน้อย เช่น การจัดเลี้ยงทำบุญ แล้วแจกใบเหลืองใบแดง แต่ปัญหาใหญ่คือการจ่ายเงินซื้อเสียงโดยตรงกลับเงียบ ท่านต้องทำงานเชิงรุก หากมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าทุจริต ต้องกล้าแจกใบแดงทันที ไม่ใช่รอจนหูหนวกตาบอด

 

 

​ทั้งนี้ พรรครักชาติยืนยันจุดยืนไม่มีเงินแจก ป้ายหาเสียงน้อยเพราะทุนน้อย แต่ขอสู้ด้วยอุดมการณ์ พร้อมขอให้ประชาชนและ กกต. ช่วยกันกวาดล้างขบวนการซื้อสิทธิ์ขายเสียงให้สิ้นซาก เพื่อไม่ให้ประเทศชาติต้องจมอยู่กับวังวนของทุนสามานย์