“เท้ง” ลั่นกวาด 10 เขต ชม. ย้ำไม่โหวต “อนุทิน” ไม่ร่วม รบ.“กล้าธรรม”
19 ม.ค. 2569 | prisana_tha

“เท้ง” ลงพื้นที่เชียงใหม่ มั่นใจกวาดเรียบ 10 เขต ไม่หวั่นเพื่อไทยทวงแชมป์ ย้ำไม่โหวต “อนุทิน” ไม่ร่วมรัฐบาลกับ “กล้าธรรม”
ข่าว
19 ม.ค. 2569 | prisana_tha

“เท้ง” ลงพื้นที่เชียงใหม่ มั่นใจกวาดเรียบ 10 เขต ไม่หวั่นเพื่อไทยทวงแชมป์ ย้ำไม่โหวต “อนุทิน” ไม่ร่วมรัฐบาลกับ “กล้าธรรม”
19 มกราคม 2569 เวลา 07.00 น. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ เท้ง หัวหน้าพรรคประชาชน และ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาชน และนายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน เขต 3 เชียงใหม่ เดินทางไปที่วัดพระธาตุดอยสะเก็ด อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ เพื่อกราบขอพรกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด โดยมีแฟนคลับของพรรคประชาชนเข้ามาขอถ่ายรูปและกล่าวทักทาย บางคนอวยพรให้เป็นนายกรัฐมนตรี ในการเลือกตั้ง 69 ขอให้อดทนและมุ่งมั่นในการทำหน้าที่ อยากเห็นประเทศไทยเจริญรุ่งเรือง ฝากความหวังไว้ที่คนรุ่นใหม่ให้ช่วยกันเพื่อประเทศชาติ
ต่อมา ได้ขึ้นไปขอพรจาก พระราชโพธิวรคุณ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสะเก็ด และรองเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ หลังจากนั้นได้เดินทางไปที่พบปะประชาชนที่ตลาดสดดอยสะเก็ด ได้รับเสียงตอบรับจากพ่อค้าแม่ค้าภายในตลาดรวมถึงประชาชนที่เดินทางมาจับจ่ายใช้สอยเป็นอย่างดี
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า วันนี้ได้มาไหว้พระขอพร ท่านเจ้าอาวาสได้ให้พรที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง สอดคล้องกับแนวคิดพรรคประชาชนอยู่แล้ว ท่านก็ให้พรบอกว่าอยากให้พวกเราสนับสนุนสถาบันหลักของชาติ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ แล้วก็ให้พรให้ชนะการเลือกตั้งอีกครั้ง และให้ทำงานด้วยพลังบวก มีเจตนาดีที่อยากจะพัฒนาประเทศ
ส่วนการลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ มีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับวันนี้ลงพื้นที่ เขต 3 ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา ก็ได้รับความไว้ใจจากพ่อแม่พี่น้องดอยสะเก็ด แม่ออน สันกำแพง และในการเลือกตั้งคราวนี้ มีความมั่นใจเกิน 100 แต่อยากจะมาพบปะพี่น้องประชาชนให้มากที่สุด วันนี้ก็มีผลงานตลอด 2 ปี 7 เดือน มาฝากให้กับพี่น้องประชาชนได้พิจารณา เชื่อมั่นว่าผลงานเหล่านี้จะทำให้ต้องได้รับความไว้วางใจอีกครั้ง
สำหรับประเด็นที่พรรคเพื่อไทยประกาศจะทวงคืนพื้นที่ ทางพรรคประชาชนก็ไม่ได้มีความหนักใจใดๆ และก็ไม่ได้ประมาท ทุกการเลือกตั้งเราต้องหวังเป้าหมายขั้นต่ำเป็นการชนะอยู่แล้ว ตนมีความมั่นใจว่าในครั้งนี้จะได้รับความไว้วางใจจากประชาชนเพิ่มมากขึ้นทั้ง 10 เขต
หากถามว่า ตอนนี้มีการดีลกับพรรคไหนบ้างแล้ว ต้องบอกว่ายังไม่มีการดีลใดๆ เกิดขึ้น มีดีลอย่างเดียว คือ ดีลที่ให้ไว้กับพี่น้องประชาชน สัญญาที่อยากจะจัดตั้งรัฐบาลประชาชน รัฐมนตรีไม่ได้มาจากการแบ่งโควตา เรามีเจ้านายคนเดียว มีดีลคนเดียวก็คือประชาชน
ส่วนประเด็นที่บอกว่า แฟนคลับของพรรคประชาชนเลือกตั้งไปกี่ครั้งก็ได้ผลแบบเดิม อยากบอกว่า ในครั้งนี้ในการเลือกนายกรัฐมนตรีไม่มีเสียง สว.แล้ว จึงอยากให้พี่น้องประชาชนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งให้มากที่สุด เพราะจะเป็นจุดที่สามารถกำหนดรัฐบาลได้จริง หากเลือกพรรคการเมืองแบบเดิมแบบเก่าๆ ที่ใช้จำนวน สส.มาแบ่งโควตารัฐมนตรี ก็คงได้หน้าตารัฐบาลแบบเดิม ที่ไม่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง หากเลือกการเมืองแบบพรรคประชาชนเราพร้อมที่จะเข้าไปสร้างการเปลี่ยนแปลงสร้างทีมบริหารที่มีความรู้ความสามารถตรงสาย
สำหรับคำถามที่ว่า แนวทางของพรรคไหนที่พอจะไปกับพรรคประชาชนบ้างนั้น ต้องบอกว่า ขึ้นอยู่กับเสียงของพี่น้องประชาชนถ้าให้ความไว้วางใจกับพรรคประชาชนอย่างเด็ดขาด จะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่ถ้าได้เสียงไม่เกินครึ่ง เป้าหมายของเราก็คือต้องการจำนวน สส.ที่มีความเข้มแข็งมากพอ เพราะจะสามารถกำกับทิศทางพรรคร่วมรัฐบาลได้จริง ไม่ให้เกิดการต่อรองที่สุดท้ายเราจะไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลประชาชนได้
แต่หากได้เป็นรัฐบาลผสม พรรคการเมืองที่ประกาศชัดเจนไปแล้วว่า พรรคประชาชนจะไม่สามารถร่วมรัฐบาลได้ คือ พรรคกล้าธรรม อีกส่วนหนึ่งคือ จะไม่มี สส.ของพรรคประชาชนยกมือโหวตให้กับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หรือคนของพรรคภูมิใจไทยอีกต่อไป ส่วนเงื่อนไขอื่นๆได้ประกาศไปหลายเวทีแล้ว คือต้องการจะจัดตั้งรัฐบาลประชาชนที่แก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้จริง เพราะคนที่จะส่งมาดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีประจำกระทรวงต่างๆก็ต้องผ่านการเห็นชอบจากตน และต้องเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถตรงสาย
“ส่วนคำถามที่บอกว่าพรรคประชาชนเงื่อนไขเยอะมาก ตนคิดว่าการที่ตั้งเงื่อนไขไว้จำนวนมาก ว่าคนที่จะมาเป็นรัฐมนตรีต้องไม่มีประวัติสีเทา ไม่มีประวัติการค้ายาไม่มีประวัติการค้ามนุษย์ ต้องเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ ถือเป็นมาตรฐานขั้นต่ำของการเมืองทั่วโลกเพราะฉะนั้นหากจะมีคนบอกว่าเงื่อนไขต่างๆเหล่านี้เป็นการตั้งเงื่อนไขทางการเมืองที่สูงไป ก็ต้องถามกลับว่ามาตรฐานเขาต่ำเกินไปหรือเปล่า”นายณัฐพงษ์ กล่าว