”ในวันหนึ่ง ลุงเชื่อเหลือเกินว่า หนึ่งในพวกเราจะต้องมานั่งทำงานในสถานที่แห่งนี้ และบริหารประเทศ ให้เกิดความเจริญรุ่งเรือง และอีกหลายคนก็มาเป็นผู้บริหารประเทศ เป็นรัฐมนตรี เป็นข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และบุคคลที่จะทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ“ นายอนุทิน กล่าว
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า การที่ทุกคนได้มาอยู่ในที่แห่งนี้ ขอให้ถือเป็นแรงบันดาลใจเผื่อจะได้ตั้งเข็ม ให้เกิดความมุ่งมั่น และพยายามที่จะทำในสิ่งที่เกิดประโยชน์ กับบ้านเมืองให้มากที่สุดในอนาคต และตนเองที่ตอนนี้ถือเป็นเด็กโข่งแล้ว เป็นผู้ที่ผ่านชีวิต แต่ก็ยังจำวันชื่นคืนสุขในตอนที่ยังเป็นเยาวชนได้ไม่รู้ลืม ถือเป็นช่วงชีวิตที่มีความสุขที่สุด มีทั้งโอกาสและทำให้เราได้ทดลองว่าชีวิตจะเดินหน้าไปทางไหน ลูกหลานที่อายุขนาดนี้เป็นนักเรียนนักศึกษา เรายังสามารถที่จะลองผิดลองถูกได้ ตรงไหนผิดก็จำเป็นบทเรียน ส่วนตรงไหนถูกก็ทำให้ถูกมากยิ่งขึ้น และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ยังมีเวลาได้แก้ไขปัญหา เมื่อมาถึงวัยอย่างลุงแบบนี้ ต้องทำให้ถูกต้องเท่านั้น เมื่อผิดแล้วไม่มีเวลาเหลือให้ไปแก้ไข การมาอยู่ในทำเนียบรัฐบาลอยากให้ทุกคนได้ซึมซับและตั้งมั่นว่าเราต้องมีความเป็นเลิศในด้านวิชาการ กีฬา ศิลปวัฒนธรรม รวมถึงความสามารถด้านอื่นๆ และควบคู่ไปกับคุณธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม และหวังว่าในวันเสาร์ 11 ม.ค. 69 ที่ตรงกับวันเด็กแห่งชาติ หลายคนจะได้มีโอกาสไปในสถานที่ราชการ การรวมถึงสถานที่ด้านความมั่นคงเพื่อดูยุทโธปกรณ์ อาวุธ ดูเรื่องความรู้เทคโนโลยี ด้านการพัฒนาสังคมต่างๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่จะทำให้เกิดแรงบันดาลใจ
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า สิ่งที่อยากจะฝากต่อไปคือ ขอให้ลูกหลานมีความกล้าหาญ กล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง กล้าทำในสิ่งใหม่ๆ สิ่งที่เรามีความเป็นเลิศอยู่แล้วก็ให้ศึกษาเพิ่มเติม แบ่งปันประสบการณ์ความรู้ความคิดกับเพื่อนฝูง เราจะเดินไปข้างหน้าด้วยกันอย่างมั่นคงและยิ่งใหญ่ ทีมไทยแลนด์ไม่มีวันตาย ขอให้เชื่อมั่นในคำว่าทีมไทยแลนด์ และสร้างให้เกิดความเข้มแข็ง ที่จะยืนอยู่ในเวทีโลกได้อย่างสง่างาม ในอนาคตอันใกล้ ลุงและป้าที่อยู่ที่นี่ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากฝากอนาคตและฝากชีวิตบั้นปลายไว้กับลูกหลานทุกคน นอกจากนี้เราต้องไม่จำกัดตัวเอง ไม่ภาคภูมิใจในความสำเร็จที่ผ่านไป เราต้องตั้งเป้าที่สูงกว่าเสมอ ต้องใช้ความพยายาม เพื่อขยายความชำนาญไปยังสาขาอื่นๆ หรือลองหัดพูดภาษาต่างประเทศเยอะๆ ทั้งนี้เขาบอกว่าคนที่หัวดีแต่ไม่ค่อยท่องหนังสือ เชื่อถือว่าคนเกิดมาสมองเท่ากัน ถ้าเรามีความเพียรพยายามตั้งใจ เราต้องมีความรู้ติดตัวไปประกอบอาชีพได้แน่นอน
สำหรับตนตอนเด็กๆ เขาบอกให้เล่นดนตรีก็เล่น ซึ่งไม่คิดว่าในวันหนึ่งจะเป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อ 20-30 ปีก่อนถึงวันเด็ก ก็ไปเที่ยวที่กองทัพอากาศ ไปดูเครื่องบิน แต่ไม่เคยมาที่ทำเนียบรัฐบาล เพราะเรียนไม่เก่ง ทั้งนี้ตนจะเปิดห้องทำงานของนายกรัฐมนตรี ให้เด็กๆ มาลองนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี และตึกไทยคู่ฟ้าก็มีอายุหลาย 100 ปีแล้ว ส่วนคำขวัญวันเด็กปีนี้ รักชาติไทย ใส่ใจโลก เชื่อว่าเด็กทุกคนรักชาติอยู่แล้ว ส่วนใส่ใจโลกคือเราต้องทำเป็นตัวอย่างให้โลกดูน่าอยู่ขึ้น เพราะโลกใบนี้ก็จะเป็นบ้านของเราในอนาคต อย่าให้มีฝุ่นละอองมลพิษ และลองหัดใช้พลังงานสะอาดเพื่อให้ประเทศในอนาคตจะไม่ต้องเผชิญกับสิ่งที่เป็นมลภาวะอีกต่อไป เพื่อให้คนในประเทศมีสุขภาพที่แข็งแรง ทั้งนี้เยาวชนในสมัยของนางนฤมล เป็นรัฐมนตรีศึกษาธิการ ต้องตั้งเข็มว่าต้องพัฒนาเด็กให้แซงนานาประเทศ ให้ไปยืนอยู่ไปยืนแถวอยู่หน้า ความเกรงขาม และนานาประเทศต้องให้ความสำคัญ
ตนเชื่อว่าทุกคนในห้องนี้สามารถทำได้อย่างแน่นอน และขอให้วันเด็กที่จะถึงนี้เป็นเครื่องเตือนใจกับผู้ใหญ่ทุกคน ได้ตระหนักถึงหน้าที่ของเราที่มีต่อเด็ก ไม่ใช่แค่เด็กในความปกครองเท่านั้น เราต้องช่วยกันดูแลให้ความรักความเมตตาของเราและของผู้ปกครองพ่อแม่ ครอบคลุมเด็กทุกคนในสังคมไทย ให้มารับช่วงพัฒนาประเทศ เพื่อให้เกิดความก้าวหน้าและยั่งยืนต่อไปในอนาคต และขอให้ทุกคนมีความสุข
ขณะที่ ศ.ดร.นฤมล กล่าวให้โอวาทแก่เด็กๆ ว่า ทุกคน ได้คำนึงถึงหน้าที่พลเมืองที่สำคัญของตัวเอง ภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพราะเราต้องเติบโตมาเป็นผู้ที่จะสร้างอนาคตให้กับประเทศไทย พร้อมกับมีความเท่าทันสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปในยุคปัจจุบัน เช่น สื่อ เทคโนโลยี ที่เข้ามาอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตของเราในทุก ๆ วัน ขอให้ใช้อย่างมีสติ ใช้เพื่อเรียนรู้นอกห้องเรียน โดยให้วิเคราะห์คัดกรองข้อมูลบนสื่อเหล่านี้ด้วย จึงจะะเกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเอง ส่วนเรื่องใดที่ส่งผลกระทบจิตใจ ขอให้คุยปรึกษากับครอบครัว พ่อแม่ผู้ปกครอง พี่น้อง ตลอดจนครูและเพื่อน ก่อนที่จะเชื่อ ChatGPT ทั้งหมด เช่นเดียวกับ ศธ. ที่ได้รณรงค์ถึงการสร้างความตระหนักรู้เรื่อง AI ในการเรียนรู้ของผู้เรียนอย่างเท่าทันด้วย
"การมอบรางวัลในวันนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการจัดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ ปี 2569 ขอชื่นชมพวกเราทุกคน ณ ที่แห่งนี้ และ ณ หอประชุมคุรุสภา ทุกคนเปรียบเสมือน "cream of the crop" เป็นสุดยอดที่ผ่านการคัดกรองมาแล้วว่า เป็นเด็กที่มีคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็น ด้านวิชาการ ด้านดนตรี ศิลปะ ด้านกีฬา หรือด้านศิลปวัฒนธรรม ก็ขอให้เราภูมิใจที่มารับรางวัลและพบปะกับนายกรัฐมนตรีในวันนี้ และเราต้องไม่ลืมผู้ที่มีส่วนช่วยส่งเสริมให้เราประสบความสำเร็จด้วย ไม่ว่าจะเป็น พ่อแม่ คุณครู เพื่อนร่วมทีม เป็นต้น และอาจารย์ขอแสดงความยินดีกับพวกเราทุกคนอีกครั้ง ขอให้พวกเราเติบโตขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศไทย เพราะเราก็สร้างอนาคตให้กับประเทศไทยได้ด้วยมือของเรา" รมว.ศธ.กล่าว
ศ.ดร.นฤมล กล่าวเชิญชวนเด็ก ๆ ร่วมกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ในวันเสาร์ที่ 10 มกราคมนี้ ทั้งนั่งเก้าอี้ท่านนายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล และร่วมกิจกรรมสุดสร้างสรรค์ พร้อมของรางวัลกว่า 100,000 ชิ้น ไว้รอน้อง ๆ หนู ๆ ทุกคน
สำหรับเด็กและเยาวชนที่ได้รับการคัดเลือกในปีนี้ ผ่านกระบวนการพิจารณาจากส่วนราชการและหน่วยงานต่าง ๆ รวม 17 หน่วยงาน โดยคัดเลือกจากเด็กและเยาวชนที่มีความประพฤติดี เรียนดี มีความซื่อสัตย์ ขยัน อดทน ประหยัด กตัญญูต่อพ่อแม่และผู้ปกครอง สามารถพึ่งพาตนเอง และอุทิศตนเพื่อส่วนรวม รวมถึงเด็กและเยาวชนที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติใน 5 ด้าน ได้แก่ ด้านวิชาการ ด้านศิลปวัฒนธรรมและดนตรี ด้านทักษะฝีมือวิชาชีพ ด้านกีฬาและนันทนาการ และด้านศีลธรรม คุณธรรมและจริยธรรม
นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการยังได้จัดพิธีมอบเกียรติบัตรให้แก่เด็กและเยาวชนที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ ที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกจากสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 2,833 คน โดยรับมอบจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ณ หอประชุมคุรุสภา เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนได้ทำความดีอย่างต่อเนื่อง เป็นแบบอย่างที่ดีแก่สังคม และตระหนักถึงบทบาทสำคัญของตนเองในฐานะกำลังหลักของประเทศ
อย่างไรก็ตาม การจัดกิจกรรมเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 เป็นไปตามเจตนารมณ์ในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ความสามัคคี และการมีส่วนร่วมของเยาวชน ตามคำขวัญวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ที่นายกรัฐมนตรีมอบให้ไว้ว่า “รักชาติไทย ใส่ใจโลก”