1.คาดว่า หลังประชุมเอเปก จะมีการยุบสภา และรักษาการณ์โดยไม่นับเวลา 8 ปี แต่ผิดคาด เพราะฐานอำนาจทางทหารเกิดสภาพขาลอย ทั้งกฎหมายเลือกตั้ง กฎหมายพรรคการเมือง และการทำงานของ กกต. จึงเดินไปตามครรลอง
2.แผนวิ่งผลัดนายก คนละ 2 ปีผิดคาด เพราะคำว่า “จะไปไหนก็ไป” และนักการเมืองรู้เท่าทันว่าเมื่อครบ 2 ปี สว. ก็เลือกนายกไม่ได้ จึงไม่มีใครเล่นด้วย
3.ด่านหินแรก คือพรรคการเมืองที่จะเสนอชื่อแคนดิเดตนายกต้องมั่นใจว่าได้ สส. 25 คน แต่เพราะผิดแผน 2 ข้อก่อน จนถึงวันนี้ก็ผิดคาด ไม่รู้ว่า พรรคไหนจะเสนอชื่อแคนดิเดตนายก
ถ้าด่านหินนี้ไม่ผ่านก็เป็นอันจบเห่
4.คาดว่า จะมี สส. ที่หวังผล 40 คน แต่พอเอาเข้าจริงไม่มาตามนัด มี ส.ส. ที่หวังผลได้แค่ 12 คน นอกจากนี้แล้ว เป็นพวก ปาร์ตี้ลิสต์ และนกแล โอกาสกลับสู่สภาน้อยมาก แล้วจะหา สส. ให้ครบ 25 คนจากที่ไหน
เพราะบ้านใหญ่สุราษฎร์ธานีก็ไปแล้ว ขาใหญ่เมืองชล ก็เริ่มเปลี่ยนใจขออยู่ที่เดิม หรือไม่ก็ไป ปชป.
5.ผิดคาดเรื่อง ปชป. เพราะเลือดไหลออกไม่หยุด แม้ สส. เมืองตรัง-พิจิตร ก็แยกตัวไปอยู่พรรคอื่น ไม่ยำเกรงนายหัวกันแล้ว จะคาดหวังเรื่องกัญชาจาก 3 จังหวัดชายแดนก็กลายเป็นพื้นที่ช่วงชิงกันถึง 6 พรรค เหลือฝั่งชายทะเล ซึ่งมี ส.ส. ไม่มากก็เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวที่ต้องการกัญชาเรียกแขกต่างประเทศ ดังนั้นเมื่อต่อต้านกัญชา ดีไม่ดีอาจจะเสียพื้นที่ 2 ฝั่งทะเล จะหวังพึ่งจึงผิดคาดอีก
6.คาดว่า พปชร.จะเป็นที่พักพิงแหล่งสุดท้ายยามเข้าตาจน ก็ออกอาการว่า จะเสนอชื่อลุงป้อมเป็นแคนดิเดตนายกคนเดียว