svasdssvasds
เนชั่นทีวี

การเมือง

เปิด"โพลรัฐบาล"คะแนนพึงพอใจกทม.น่าห่วงแต่"ภาคใต้"ครองแชมป์นิยม"ลุงตู่"

06 ธันวาคม 2565
เกาะติดข่าวสาร >> NationTV
logoline

เปิด"โพลรัฐบาล" อยากได้ของขวัญปีใหม่จากรัฐบาลอะไรบ้าง พบอันดับหนึ่ง ขอควบคุมราคาสินค้าอุปโภค บริโภค ตามด้วยลดค่าไฟฟ้า น้ำประปา เผยผลสำรวจคะแนนนิยมรัฐบาลในกทม.ลดต่ำ แต่ภาคใต้ยังครองแชมป์นิยม"ลุงตู่"

 

6 ธันวาคม 2565  ในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ซึ่งมี"พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา" นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน  ได้มีมติรับทราบตามที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดศ.) (สำนักงานสถิติแห่งชาติ) เสนอผลการสำรวจความต้องการของประชาชน พ.ศ. 2566 (ของขวัญปีใหม่ที่ต้องการจากรัฐบาล)

 

เปิด\"โพลรัฐบาล\"คะแนนพึงพอใจกทม.น่าห่วงแต่\"ภาคใต้\"ครองแชมป์นิยม\"ลุงตู่\"

 

ทั้งนี้ เป็นการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2545 ที่ให้สำนักงานสถิติแห่งชาติจัดเก็บข้อมูลและสถิติตัวเลข รวมทั้งสำรวจและสอบถามประชาชนเกี่ยวกับนโยบายหลัก ๆ ของรัฐบาลแล้วรายงานคณะรัฐมนตรีทราบ โดยเป็นการสัมภาษณ์สมาชิกในครัวเรือนที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป จำนวน 6,970 ราย ระหว่างวันที่ 17-31 ตุลาคม 2565 สาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้

 

1. เรื่องที่ประชาชนต้องการให้รัฐบาลดำเนินการช่วยเหลือเร่งด่วนเพื่อเป็นขวัญปีใหม่ในปี 2566 มากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่

 

(1) ควบคุมราคาสินค้าอุปโภค-บริโภค (ร้อยละ 91.1)

 

(2) ลดค่าไฟฟ้า/ค่าน้ำประปา (ร้อยละ 67)

 

(3) แก้ปัญหาด้านการเกษตร เช่น ราคาพืชตกต่ำ จัดหาตลาดรองรับผลผลิต และราคาปุ๋ยแพง(ร้อยละ 30)

 

(4) แก้ปัญหาการว่างงาน (ร้อยละ 23.4)

 

และ (5) เพิ่มมาตรการ/สวัสดิการ/เงินช่วยเหลือเยียวยา เช่น โครงการคนละครึ่ง เพิ่มเงินผู้มีรายได้น้อย และเพิ่มเบี้ยยังชีพคนชรา/ผู้พิการ

 

2. มาตรการ/โครงการที่เกิดประโยชน์ต่อประชาชนในชุมชน/หมู่บ้านมากที่สุด ได้แก่ 

(1) โครงการคนละครึ่ง (ร้อยละ 75.8)

(2) โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ร้อยละ 69.9)

(3) มาตรการลดค่าไฟฟ้า (ร้อยละ 59.2)

(4) โครงการเราชนะ (ร้อยละ 25.1)

และ (5) โครงการ ม.33 เรารักกัน (ร้อยละ 14.8)

 

เปิด\"โพลรัฐบาล\"คะแนนพึงพอใจกทม.น่าห่วงแต่\"ภาคใต้\"ครองแชมป์นิยม\"ลุงตู่\"

 

3. ความพึงพอใจต่อการบริหารงานของรัฐบาลที่ผ่านมา

 

โดยประชาชนมีความพึงพอใจในระดับมาก-มากที่สุด (ร้อยละ 42.1 แบ่งเป็น พึงพอใจมากที่สุด ร้อยละ 7.7 และพึงพอใจมาก ร้อยละ 34.4) ระดับปานกลาง (ร้อยละ 41) ระดับน้อย-น้อยที่สุด (ร้อยละ 14.7 แบ่งเป็น พึงพอใจน้อย ร้อยละ 11.8 และพึงพอใจน้อยที่สุด ร้อยละ 2.9) และไม่พึงพอใจ (ร้อยละ 2.2)

 

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาเป็นรายภาค พบว่า ประชาชนในภาคใต้มีความพึงพอใจในระดับมาก-มากที่สุดในสัดส่วนที่สูงกว่าภาคอื่น (ร้อยละ 62.2) ขณะที่ประชาชนในกรุงเทพมหานครมีความพึงพอใจ ในระดับมาก-มากที่สุดในสัดส่วนที่ต่ำกว่าภาคอื่น (ร้อยละ 22.2)

 

นอกจากนี้ ประชาชนที่มีอายุมากกว่า  40 ปี มีความพึงพอใจในระดับมาก-มากที่สุดในสัดส่วนที่สูงกว่าผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 40 ปี เช่นเดียวกับกลุ่มอาชีพเกษตรกรและกลุ่มอาชีพอื่น ๆ ได้แก่ พ่อบ้าน แม่บ้าน ผู้เกษียณอายุ นักเรียน นักศึกษา และผู้ว่างงาน มีความเชื่อมั่นในระดับมาก-มากที่สุดในสัดส่วนที่สูงกว่ากลุ่มอาชีพอื่น

 

4. ความเชื่อมั่นต่อการดำเนินงานของรัฐบาลในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ

 

โดยประชาชนมีความเชื่อมั่นในระดับมาก-มากที่สุด (ร้อยละ 35.4) แบ่งเป็นเชื่อมั่นมากที่สุด ร้อยละ 5.8 และเชื่อมั่นมาก ร้อยละ 29.6) ระดับปานกลาง (ร้อยละ 40.8) ระดับน้อย-น้อยที่สุด (ร้อยละ 20.6 แบ่งเป็น เชื่อมั่นน้อย ร้อยละ 15.7 และเชื่อมั่นน้อยที่สุด ร้อยละ 4.9) และไม่เชื่อมั่น (ร้อยละ 3.2)

 

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาเป็นรายภาค พบว่า ประชาชนในภาคใต้ มีความเชื่อมั่นในระดับมาก-มากที่สุดในสัดส่วนที่สูงกว่าคนอื่น (ร้อยละ 54.8) ขณะที่ประชาชนในกรุงเทพมหานคร มีความเชื่อมั่นในระดับมาก-มากที่สุดในสัดส่วนที่ต่ำกว่าภาคอื่น (ร้อยละ 19)

 

นอกจากนี้ ประชาชนที่มีอายุมากกว่า 40 ปี มีความเชื่อมั่นในระดับมาก-มากที่สุดในสัดส่วนที่สูงกว่าผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 40 ปี เช่นเดียวกับกลุ่มอาชีพเกษตรกรและกลุ่มอาชีพอื่น ๆ ได้แก่ พ่อบ้าน แม่บ้าน ผู้เกษียณอายุ นักเรียน นักศึกษา และ  ผู้ว่างงาน มีความพึงพอใจในระดับมาก-มากที่สุดในสัดส่วนที่สูงกว่ากลุ่มอาชีพอื่น


       เปิด\"โพลรัฐบาล\"คะแนนพึงพอใจกทม.น่าห่วงแต่\"ภาคใต้\"ครองแชมป์นิยม\"ลุงตู่\"

5. ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ดังนี้

 

5.1 ควรมีมาตรการ/โครงการช่วยเหลือและลดภาระค่าครองชีพของประชาชน เช่น มาตรการลดค่าไฟฟ้า/ค่าน้ำประปา ควบคุมราคาสินค้าอุปโภค-บริโภค และเพิ่มวงเงินในโครงการคนละครึ่ง

 

5.2 ควรเร่งแก้ไขปัญหาและฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศอย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดการจ้างงานและสร้างอาชีพแก่ประชาชน เช่น ส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศหาแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำในการประกอบอาชีพ และหาตลาดรองรับผลผลิตทางการเกษตร

 

5.3 ควรเร่งสร้างความร่วมมือ เครือข่าย และกระบวนการป้องกันไม่ให้คนในสังคมเข้าไปเกี่ยวข้องหรือเข้าไปสู่วงจรของยาเสพติด เช่น สร้างความสามัคคีในชุมชน สร้างการสื่อสารข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ในเรื่องการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด รวมทั้งการใช้กฎหมายลงโทษผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดอย่างจริงจังและเด็ดขาด

 

5.4 ควรมีการบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในการให้ความช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบเมื่อเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ เช่น น้ำท่วม ไฟไหม้ และภัยพิบัติต่าง ๆ

 

 5.5 ควรประชาสัมพันธ์ข่าวสารเพื่อสร้างการรับรู้ของประชาชนเรื่องการถูกหลอกลวง/ล่อลวงทางโซเซียลมีเดียเพื่อให้รู้เท่าทันภัยออนไลน์ รวมทั้งประชาสัมพันธ์ช่องทางการร้องเรียน/ร้องทุกข์ เช่น สายด่วนศูนย์รับเรื่องร้องเรียนปัญหาออนไลน์ 1212 และสายดาวนตำรวจไซเบอร์ 1441

logoline