ประการต่อมา…ความสำคัญของการประชุมเวทีผู้นำระดับโลกเช่นนี้ อีกมุมหนึ่งอยู่ที่ประเทศเจ้าภาพ ได้มีโอกาสพูดคุยและเจรจาระดับทวิภาคีร่วมกับชาติเป้าหมายที่ต้องการ เช่น สหรัฐอเมริกา จีน รัสเซีย ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น ฯลฯ ซึ่งไม่บ่อยครั้งนักที่การเจรจาระดับทวิภาคีกับชาติมหาอำนาจสำคัญทั้งทางการเมืองโลกและทางเศรษฐกิจจะอยู่ในประเทศไทย
"ประเทศไทยจึงอยู่ในฐานะได้เปรียบในการพูดคุยและเจรจาระดับทวิภาคีกับชาติเป้าหมายที่เป็นมหาอำนาจทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจบนผืนแผ่นดินของตัวเอง บรรยากาศและความเกรงอกเกรงใจย่อมเกิดขึ้นมากกว่า การที่ไทยจะไปเจรจาบนแผ่นดินของประเทศอื่น ผลประโยชน์แห่งชาติย่อมเกิดขึ้นกับประเทศไทย"
ขณะเดียวกัน ที่สำคัญการพูดคุยของไทยกับประเทศมหาอำนาจในช่วงเวลาเดียวกัน หรือแทบจะพร้อมๆ กัน อย่าง สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส รัสเซีย และอื่นๆ นั้น ย่อมหมายความว่าประเทศไทยสามารถกำหนดวาระ หรือ (agenda) แบบภาพใหญ่ ที่ทำให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศมากที่สุด แล้วดูว่าเป้าหมายใหญ่ที่ไทยวางไว้ในการยกระดับประเทศนั้น จะต้องเจรจาขอความร่วมมือระดับทวิภาคีกับชาติมหาอำนาจแต่ละชาติในเรื่องใดบ้าง แล้วจึงไล่พูดคุยกันแบบทวิภาคีกับชาติมหาอำนาจในคราวเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม เมื่อนำประเด็นที่ได้พูดคุยกับชาติมหาอำนาจเหล่านั้นมาต่อจิ๊กซอว์กันตามเป้าหมายใหญ่ที่ไทยวางไว้ จึงเท่ากับเสริมเป้าหมายที่ไทยต้องการยกระดับประเทศให้ก้าวกระโดดไปได้ง่ายขึ้น เพราะองคาพยพของชาติมหาอำนาจต่างๆ ที่ไทยได้เจรจานั้นจะสอดคล้องต้องกันกับเป้าหมายใหญ่ที่ไทยจะผลักดัน ดังนั้น การเป็นเจ้าภาพประชุมเอเปคบนผืนแผ่นดินไทยย่อมเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างแท้จริง
…แต่นั่นหมายความว่ารัฐบาลไทยต้องทำให้เป็น อย่าให้เสียของ เพราะเสียดายโอกาสของประเทศ