ขณะเดียวกัน ศาลฯ ยังยกฟ้องพลตำรวจเอกปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะที่เป็นหัวหน้าส่วนราชการ ได้ดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง ในการกำหนดแนวทาง และวิธีการจัดซื้อจัดจ้าง
ดังนั้น เมื่อคณะรัฐมนตรี ไม่ได้มีมติกำหนดรูปแบบการจัดซื้อจัดจ้างใด ๆ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงสามารถดำเนินการเองได้ โดยไม่ต้องรับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี ดังนั้น การกระทำของพลตำรวจเอกปทีป จึงเป็นการใช้อำนาจ และดุลยพินิจตามหน้าที่ ไม่ใช่การกระทำที่มิชอบตามกฎหมาย จึงไม่มีความผิดตามฟ้อง
เช่นเดียวกับ พลตำรวจตรีสัจจะ คชหิรัญ และพันตำรวจโทสุริยา แจ้งสุวรรณ์ ในฐานะที่เป็นประธาน และเลขานุการ กรรมการการจัดซื้อจัดจ้าง ที่ศาลพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากไม่มีความผิด เพราะเป็นการดำเนินการตามขั้นตอน ในการประมูลจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ จะต้องพิจารณาจากผู้ที่ประเมินราคาต่ำสุด ซึ่งการพิจารณาดังกล่าว ไม่ได้เป็นผลให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ และไม่พบการมีส่วนได้ส่วนเสียจากการกระทำ จึงถือว่า ไม่มีความผิด
ดังนั้น เมื่อคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่มีความผิด ก็ส่งผลให้จำเลยที่ 5-6 ที่เป็นบริษัทเอกชน ไม่มีความผิดไปด้วย เนื่องจาก คณะกรรมการจัดซ์้อจัดจ้าง ได้ดำเนินการตามขั้นตอน ไม่ปรากฏความเสียหายแก่รัฐ ไม่มีส่วนได้เสีย ศาลฯ จึงได้ยกฟ้องจำเลยทั้งหมด