ดังนั้น พรรคฯ จึงมีมติร่วมกันใน 2 เรื่อง คือ
1. ขอให้รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขทบทวนประกาศของกระทรวงสาธารณสุข ที่ได้ปลดกัญชาออกจากการเป็นยาเสพติด เพื่อกำหนดให้กัญชากลับไปเป็นยาเสพติด
2. เนื้อหาของร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวยังมีความหละหลวมและยังมีประเด็นที่อาจทำให้เกิดการเสพกัญชาเพื่อนันทนาการมากกว่าทางการแพทย์หรือส่งเสริมไปในทางอุตสาหกรรมหรือพาณิชยกรรม
จึงขอให้คณะ กมธ.ถอนร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ออกไปจากสภาผู้แทนราษฎร เพื่อนำกลับไปทบทวนใหม่ ภายหลังจากที่กระทรวงสาธารณสุขได้ทบทวนเรื่องประกาศกระทรวงแล้ว กฎหมายฉบับนี้อาจต้องมีการทบทวนเพื่อให้สอดคล้องกับประกาศของกระทรวงสาธารณสุข อาทิ อาจพิจารณาปรับแก้ไขให้เหลือแต่เรื่องของกัญชง ส่วนยาเสพติดที่เป็นกัญชานั้น ควรให้เป็นไปเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์เท่านั้น ซึ่งในวันนี้ภายหลังจากแถลงข่าวแล้ว หากกฎหมายฉบับนี้เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกของพรรคฯ ก็จะขออภิปรายแสดงความคิดเห็นและแจ้งให้ที่ประชุมทราบว่าพรรคฯ มีท่าทีต่อร่าง พ.ร.บ.นี้อย่างไร
ส่วนในทางปฏิบัตินั้น เมื่อทางพรรคฯ ได้มีมติแล้วได้มอบหมายให้วิปของพรรคฯ แจ้งให้วิปรัฐบาลได้ทราบถึงท่าทีของพรรคฯ ต่อเรื่องดังกล่าว โดยเรื่องที่พรรคฯ ตัดสินใจมีมติและดำเนินการไปนั้น เป็นการรับฟังเสียงของประชาชน วงการแพทย์ วงการสาธารณสุข ตลอดจนพี่น้องประชาชนที่เป็นพ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กและเยาวชน ซึ่งประเด็นเรื่องนี้เป็นประเด็นเรื่องหลักการ ไม่ใช่ประเด็นทางการเมืองแต่อย่างใด และหวังว่าผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงพรรคการเมืองที่สนับสนุนในเรื่องนี้อยู่ จะเข้าใจประเด็นเรื่องผลกระทบทางสังคม และเข้าใจประเด็นที่พรรคฯ ได้มีมติเคารพเสียงของพี่น้องประชาชนด้วย