หลังจากวันที่"ศาลรัฐธรรมนูญ"ได้รับคำร้อง ก่อเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ พร้อมกับการนำเสนอข้อมูลออกไปในทิศทางต่างๆ ที่เป็นทั้งข้อมูลสนับสนุนและหักล้างห้วงเวลาการดำรงตำแหน่งของนายกรัฐมนตรี ครบ 8 ปี ต้องยึดตามรัฐธรรมนูญฉบับใดกันแน่ ต้องนับวาระการดำรงตำแหน่งตั้งแต่เมื่อใด
โดยเฉพาะข้อมูลสำคัญ เกี่ยวกับ บันทึกรายงานการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ครั้งที่ 500 /61 ครั้งนั้น "นายมีชัย ฤชุพันธ์ุ" อดีตประธานกรธ. และ"นายสุพจน์ ไข่มุกด์" อดีตตุลาการศาลรธน.ซึ่งเป็นกรรมการร่างรธน.ขณะนั้น ได้อภิปรายให้ความเห็นวาระการดำรงตำแหน่งนายกฯ ครบ 8 ปี โดยยึดตามรธน.ฉบับชั่วคราวปี 57
ประเด็นนี้เองทำให้ ศาลรธน. ได้ขอให้ "นายมีชัย ฤชุพันธุ์" อดีตประธานกรรมการร่างรธน. และ "นายปกรณ์ นิลประพันธ์" ในฐานะเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฏีกา ส่งคำชี้แจงมายังศาล รธน.ด้วย
ภายหลังแต่ละฝ่ายส่งคำชี้แจงมายังศาลรธน.เป็นที่เรียบร้อย ได้เกิดมหกรรมเอกสารหลุดอย่างต่อเนื่องตามมา ด้วยข้อสงสัยเอกสารเหล่านั้นเป็นของจริงหรือปลอม แม้แต่ "ศาลรัฐธรรมนูญ" โดยเลขาธิการสำนักงานศาลรธน. ยังต้องนัดสื่อมวลชนเปิดแถลงข่าวเมื่อวันที่ 7 ก.ย.65 แสดงความห่วงใยต่อกรณีที่เอกสารหลุดออกมา
ถึงแม้คำแถลงจะไม่มีการยืนยันว่าเป็นเอกสารจริงหรือไม่ แต่ถ้อยความท่อนหนึ่ง ที่ระบุว่า ประธานศาลรธน. แสดงห่วงใยและ "ศาล รธน" จะเพิ่มมาตรการระมัดระวังเอกสารหลุดรั่วให้มากขึ้น
ตรงนี้ย่อมอาจทำให้ถูกตีความจากสังคมได้เหมือนกันว่า เอกสารเหล่านี้ มีแนวโน้มเป็นของจริง