ศาลฮ่องกงสั่งจำคุก 'โจชัว หว่อง' 10 ปี คดีความมั่นคงสมคบคิดต่างชาติ
06 พ.ย. 2569 | apirak_pra

ศาลฮ่องกงพิพากษาจำคุก 'โจชัว หว่อง' 10 ปี ฐานสมคบคิดต่างชาติคว่ำบาตรจีน ถือเป็นนักกิจกรรมคนแรกที่ถูกตัดสินผิดซ้ำสองภายใต้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ
ข่าว
06 พ.ย. 2569 | apirak_pra

ศาลฮ่องกงพิพากษาจำคุก 'โจชัว หว่อง' 10 ปี ฐานสมคบคิดต่างชาติคว่ำบาตรจีน ถือเป็นนักกิจกรรมคนแรกที่ถูกตัดสินผิดซ้ำสองภายใต้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ
KEY
POINTS
สำนักข่าวเดอะการ์เดียน (The Guardian) รายงานว่า นายวิลเลียม ทัม ผู้พิพากษาศาลสูงฮ่องกง ได้อ่านคำพิพากษาเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน 2569 โดยระบุว่า การกระทำของโจชัว หว่อง มี "ความร้ายแรงอย่างยิ่ง" จากการที่เขาร่วมมือกับ นาธาน ลอว์ (Nathan Law) นักกิจกรรมที่ลี้ภัยอยู่ในต่างประเทศ เพื่อเรียกร้องให้ชาติตะวันตกบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตร ปิดล้อม หรือดำเนินมาตรการที่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐบาลปักกิ่ง
ผู้พิพากษาระบุว่า หว่องเดินทางไปยังสหรัฐอเมริกาเพื่อขอให้ต่างชาติเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในก่อนที่กฎหมายความมั่นคงจะมีผลบังคับใช้ในปี 2020 และยังคงเดินหน้าแชร์โพสต์ข้อความของนาธาน ลอว์ เพื่อเรียกร้องการคว่ำบาตรบนโซเชียลมีเดียอย่างต่อเนื่องหลังจากกฎหมายประกาศใช้แล้ว โดยชี้ว่าบทบาทของหว่องคือการให้ "การสนับสนุนใต้ดิน" และพยายามปลุกกระแสความสนใจจากนานาชาติ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการสมคบคิดกับรัฐบาลต่างชาติ ทั้งนี้ ศาลระบุว่าโทษจำคุก 10 ปีดังกล่าว จะให้นับควบคู่ไปกับโทษจำคุกเดิมที่เขากำลังชดใช้อยู่
โจชัว หว่อง ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2020 และกำลังรับโทษจำคุก 4 ปี 8 เดือน จากคดีสมคบคิดบ่อนทำลายอำนาจรัฐจากการจัดเลือกตั้งขั้นต้นอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งแต่เดิมเขามีกำหนดจะได้รับการปล่อยตัวในเดือนมกราคม 2027 ทว่าคำตัดสินล่าสุดจะทำให้เขาต้องถูกจองจำในเรือนจำต่อไปอีกหลายปี
หลังทราบคำตัดสิน นาธาน ลอว์ ได้ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อชะตากรรมของเพื่อนร่วมอุดมการณ์ พร้อมชี้ว่าคำตัดสินนี้ส่งสัญญาณชัดเจนไปยังสายตาโลกว่า จีนมุ่งมั่นที่จะทำลายล้างความหวังเรื่องเสรีภาพและประชาธิปไตย ขณะที่ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล (Amnesty International) ระบุว่า นี่คือเครื่องเตือนใจอันโหดร้ายว่ากฎหมายความมั่นคงแห่งชาติถูกใช้เพื่อลงโทษผู้เห็นต่าง มากกว่าการปกป้องความมั่นคงที่แท้จริง
ด้านสถานกงสุลใหญ่สหรัฐฯ ประจำฮ่องกง ได้ออกแถลงการณ์ประณามคำตัดสินดังกล่าวอย่างรุนแรง พร้อมเรียกร้องให้ปล่อยตัว โจชัว หว่อง ทันที โดยชี้ว่าเป็นการสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลปักกิ่งพร้อมทำทุกวิถีทางเพื่อปิดปากผู้เรียกร้องสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน ซึ่งในเวลาต่อมา นายกัว เจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน ได้ออกมาเตือนฝ่ายต่างๆ ให้เคารพอำนาจอธิปไตยและระบบตุลาการของฮ่องกง และหยุดแสดงความคิดเห็นที่ไร้ความรับผิดชอบต่อกระบวนการยุติธรรม
สำหรับ โจชัว หว่อง กลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียนมัธยมจากการเป็นแกนนำ "การปฏิวัติร่ม" (Umbrella Movement) ในปี 2014 จนเคยได้ขึ้นปกนิตยสาร TIME ในฐานะ "ใบหน้าแห่งการประท้วง" ก่อนที่เขาจะเดินหน้าเคลื่อนไหวในการประท้วงต่อต้านร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนในปี 2019 จนกระทั่งถูกจับกุมและดำเนินคดีอย่างต่อเนื่องภายใต้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่ของจีน