เนชั่นทีวี

ข่าว

รอยร้าวลึก! ‘ทรัมป์’ จี้เปลี่ยนตัว ‘เซเลนสกี’ ปมขัดแย้งดีลนำเข้าน้ำมันดีเซลรัสเซีย

11 ต.ค. 2569 | apirak_pra

รอยร้าวลึก! ‘ทรัมป์’ จี้เปลี่ยนตัว ‘เซเลนสกี’ ปมขัดแย้งดีลนำเข้าน้ำมันดีเซลรัสเซีย

โดนัลด์ ทรัมป์ ลั่นถึงเวลาเปลี่ยนตัวผู้นำยูเครน ซัดเซเลนสกีทำลายราคาน้ำมันโลก หลังไม่พอใจยูเครนถล่มโรงกลั่นรัสเซีย ขัดขาดีลยกเลิกคว่ำบาตรดีเซลรับเลือกตั้งกลางเทอม

โดนัลด์ ทรัมป์ ลั่นถึงเวลาเปลี่ยนตัวผู้นำยูเครน ซัดเซเลนสกีทำลายราคาน้ำมันโลก หลังไม่พอใจยูเครนถล่มโรงกลั่นรัสเซีย ขัดขาดีลยกเลิกคว่ำบาตรดีเซลรับเลือกตั้งกลางเทอม

KEY

POINTS

  • โดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้ยูเครนเปลี่ยนตัวประธานาธิบดีเซเลนสกี หลังเกิดความขัดแย้งกรณีสหรัฐฯ ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันดีเซลจากรัสเซีย
  • ทรัมป์กล่าวหาว่าเซเลนสกีสร้างปัญหาด้านราคาน้ำมันให้สหรัฐฯ และปฏิเสธที่จะเจรจา ทั้งยังเมินคำเตือนเรื่องการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันรัสเซีย
  • เซเลนสกีตอบโต้ว่าการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรเป็นการส่งสัญญาณที่ผิดพลาดและทำให้รัสเซียได้ใจ โดยยกเหตุการณ์ทิ้งระเบิดใส่ที่พักอาศัยในซาโปริซเซียเป็นหลักฐาน
  • การตัดสินใจของทรัมป์ถูกวิจารณ์จากสมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ ขณะที่อังกฤษยืนยันจะยกระดับการคว่ำบาตรรัสเซียให้เข้มงวดขึ้น

สำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) รายงานการเผชิญหน้าระหว่างสองผู้นำเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2569 โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้แถลงข่าว ณ ทำเนียบขาว โจมตีประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครนอย่างเผ็ดร้อน หลังจากสหรัฐฯ ประกาศข้อตกลงยกเลิกการคว่ำบาตรน้ำมันดีเซลกับรัสเซีย เพื่อลดแรงกดดันภาวะเงินเฟ้อและราคาน้ำมันในประเทศก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ในเดือนพฤศจิกายน โดยทรัมป์กล่าวระบุว่า "ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ยูเครนควรจะมีประธานาธิบดีคนใหม่ เขาต้องการสร้างปัญหาให้กับเกษตรกรและผู้เลี้ยงสัตว์ของเราเกี่ยวกับน้ำมันดีเซล เพราะรัสเซียเป็นผู้ส่งออกดีเซลรายใหญ่ของโลก"

 

ทรัมป์ยังเผยด้วยว่า เขาได้เตือนเซเลนสกีแล้วว่าอย่าพุ่งเป้าโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซีย แต่ยูเครนกลับไม่ฟังและยังคงเดินหน้าโจมตีต่อไป พร้อมย้ำว่า "เขาควรจะหยุดได้แล้ว ผมแนะนำให้พวกเขาหาผู้นำคนใหม่ที่สามารถเจรจาทำข้อตกลงได้ เพราะเขาสามารถทำข้อตกลงได้หลายครั้ง แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างเขาไม่เคยทำเลย"

ด้านประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ออกมาตอบโต้อย่างดุเดือด โดยเชื่อมโยงการที่สหรัฐฯ ผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันดีเซลให้รัสเซีย ว่าเป็นการส่งสัญญาณที่ผิดพลาดและยิ่งทำให้วลาดิเมียร์ ปูติน ได้ใจ โดยยกตัวอย่างเหตุการณ์ล่าสุดในวันเดียวกัน ที่กองทัพรัสเซียทิ้งระเบิดร่อน (Glide Bomb) ถึง 5 ลูก ใส่ตึกที่พักอาศัยในเมืองซาโปริซเซีย (Zaporizhzhia) ทางตอนใต้ของยูเครน จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทันที 20 ราย ซึ่งรวมถึงเด็กหญิงวัยเพียง 6 ขวบอีก 3 ราย

"วันนี้รัสเซียเอ่ยคำขอบคุณสำหรับการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรการส่งออกดีเซล ด้วยการทิ้งระเบิดร่อน 5 ลูกใส่ตึกที่อยู่อาศัยในซาโปริซเซีย เมื่อคืนนี้เป็นอีกหนึ่งหลักฐานยืนยันว่า รัสเซียมองเห็นการผ่อนคลายแรงกดดันทุกอย่างเป็นสัญญาณว่าพวกเขาสามารถสู้รบและทิ้งระเบิดใส่เมืองต่างๆ ต่อไปได้" เซเลนสกี กล่าว

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้กลุ่มสมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ ทั้งฝ่ายเดโมแครตและรีพับลิกันบางส่วน ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การตัดสินใจทำดีลน้ำมันของทรัมป์ ขณะที่ แอนดี เบิร์นแฮม นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ได้ต่อสายตรงหาเซเลนสกี พร้อมยืนยันว่าสหราชอาณาจักรจะยกระดับมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียให้เข้มงวดขึ้น และเตรียมเปิดโต๊ะหารือกับผู้นำยูเครนแบบตัวต่อตัวในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้

ข่าวล่าสุด