ด้านประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ออกมาตอบโต้อย่างดุเดือด โดยเชื่อมโยงการที่สหรัฐฯ ผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันดีเซลให้รัสเซีย ว่าเป็นการส่งสัญญาณที่ผิดพลาดและยิ่งทำให้วลาดิเมียร์ ปูติน ได้ใจ โดยยกตัวอย่างเหตุการณ์ล่าสุดในวันเดียวกัน ที่กองทัพรัสเซียทิ้งระเบิดร่อน (Glide Bomb) ถึง 5 ลูก ใส่ตึกที่พักอาศัยในเมืองซาโปริซเซีย (Zaporizhzhia) ทางตอนใต้ของยูเครน จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทันที 20 ราย ซึ่งรวมถึงเด็กหญิงวัยเพียง 6 ขวบอีก 3 ราย
"วันนี้รัสเซียเอ่ยคำขอบคุณสำหรับการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรการส่งออกดีเซล ด้วยการทิ้งระเบิดร่อน 5 ลูกใส่ตึกที่อยู่อาศัยในซาโปริซเซีย เมื่อคืนนี้เป็นอีกหนึ่งหลักฐานยืนยันว่า รัสเซียมองเห็นการผ่อนคลายแรงกดดันทุกอย่างเป็นสัญญาณว่าพวกเขาสามารถสู้รบและทิ้งระเบิดใส่เมืองต่างๆ ต่อไปได้" เซเลนสกี กล่าว
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้กลุ่มสมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ ทั้งฝ่ายเดโมแครตและรีพับลิกันบางส่วน ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การตัดสินใจทำดีลน้ำมันของทรัมป์ ขณะที่ แอนดี เบิร์นแฮม นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ได้ต่อสายตรงหาเซเลนสกี พร้อมยืนยันว่าสหราชอาณาจักรจะยกระดับมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียให้เข้มงวดขึ้น และเตรียมเปิดโต๊ะหารือกับผู้นำยูเครนแบบตัวต่อตัวในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้