เนชั่นทีวี

ข่าว

‘กาฬโรค’ คืนชีพแต่รัสเซียปิดข่าว? โลกต้องเลือกระหว่าง 'ความกลัว' กับ 'ความจริง’

06 ต.ค. 2569 | apirak_pra

‘กาฬโรค’ คืนชีพแต่รัสเซียปิดข่าว? โลกต้องเลือกระหว่าง 'ความกลัว' กับ 'ความจริง’

อาจารย์กฤษฎา บุญเรือง ถอดบทเรียนกรณี "กาฬโรคปอด" ในไซบีเรีย หลังนักวิจัยรัสเซียดับปริศนา ชี้สิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่การระบาดใหญ่ แต่คือความไม่โปร่งใสของรัฐบาลเครมลิน

อาจารย์กฤษฎา บุญเรือง ถอดบทเรียนกรณี "กาฬโรคปอด" ในไซบีเรีย หลังนักวิจัยรัสเซียดับปริศนา ชี้สิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่การระบาดใหญ่ แต่คือความไม่โปร่งใสของรัฐบาลเครมลิน

KEY

POINTS

  • นักวิจัยสาวชาวรัสเซียเสียชีวิตในไซบีเรีย โดยมีข้อสงสัยว่าเกิดจากการติดเชื้อ "กาฬโรคปอด" หลังเกิดอุบัติเหตุในห้องปฏิบัติการ
  • รัฐบาลรัสเซียถูกกล่าวหาว่าพยายามปกปิดข้อมูลและบิดเบือนสาเหตุการเสียชีวิต ซึ่งผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า "ความไม่โปร่งใส" คือภัยคุกคามที่แท้จริง
  • นักวิชาการย้ำว่ายังไม่ควรตื่นตระหนกถึงขั้นการระบาดใหญ่ เนื่องจากกาฬโรคเป็นโรคจากแบคทีเรียที่สามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะและควบคุมการแพร่เชื้อได้

เปิดบทวิเคราะห์พิเศษโดย อาจารย์กฤษฎา บุญเรือง นักวิชาการอิสระจากรัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา ถอดรหัสวิกฤตความปลอดภัยทางชีวภาพ กรณีการเสียชีวิตปริศนาของนักวิจัยสาวรัสเซียในดินแดนไซบีเรีย ท่ามกลางข้อกังขาเรื่องการปกปิดข่าวสารของรัฐบาลเครมลิน ย้ำชัดโลกต้องตั้งมั่นอยู่บนหลักวิทยาศาสตร์ ชี้ภัยร้ายที่แท้จริงไม่ใช่ตัวเชื้อแบคทีเรียแต่คือ "ความไม่โปร่งใส" ของภาครัฐ

 

การเสียชีวิตอย่างกะทันหันของ ดารียา ชิปิโลวา (Darya Shipilova) นักเทคนิคห้องปฏิบัติการวัย 28 ปี จากสถาบันวิจัยป้องกันกาฬโรคแห่งไซบีเรียและตะวันออกไกล ในเมืองเชเลคอฟ (ใกล้เมืองอีร์คุตสค์) ประเทศรัสเซีย ได้กลายเป็นประเด็นร้อนที่สร้างความตื่นตระหนกไปทั่วโลก หลังมีรายงานว่าเธอประสบอุบัติเหตุทำหลอดทดลองบรรจุเชื้อแตกขณะเก็บตัวอย่างเมื่อวันที่ 25 กันยายน จนติดเชื้อ "กาฬโรคปอด" (Pneumonic Plague) และเสียชีวิตลงในเวลาต่อมา นำไปสู่การสั่งกักตัวผู้สัมผัสเสี่ยงสูง บุคลากรทางการแพทย์ และคนงานในพื้นที่เกือบ 200 คน พร้อมสั่งปิดสถานที่และยกเลิกกิจกรรมสาธารณะชั่วคราว
 

ทว่า เหตุการณ์นี้กลับทวีความตึงเครียดยิ่งขึ้นเมื่อเกิดข้อสงสัยเรื่องการปกปิดข้อมูลโดยรัฐบาลรัสเซีย หน่วยงานสาธารณสุข Rospotrebnadzor และ ดมิทรี เพสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน ที่พยายามลดกระแสข่าวโดยอ้างว่าเธอเสียชีวิตจาก "ปอดบวมที่ไม่ทราบสาเหตุ" และสั่งลบโพสต์ในสื่อท้องถิ่น ส่งผลให้ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงชีวภาพระดับสากล เช่น แฮมิช เดอ เบรตตัน-กอร์ดอน และ ฟิลิปปา เลนต์ซอส ออกมาเตือนว่า สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในเวลานี้ไม่ใช่ตัวโรค แต่คือ "ความไม่โปร่งใสและความขัดแย้งของข้อมูลจากภาครัฐ"

อาจารย์กฤษฎา บุญเรือง ได้สะท้อนมุมมองผ่านหลักระบาดวิทยาและวิทยาศาสตร์การแพทย์ว่า แม้ประเด็นการปกปิดข่าวและการละเลยมาตรการความปลอดภัยในห้องแล็บรัสเซียจะเป็นเรื่องน่ากังวลเชิงภูมิรัฐศาสตร์และการจัดการภัยชีวภาพ แต่ประชาคมโลกยังคงไม่ต้องตื่นตระหนกกับการระบาดใหญ่ (Pandemic) ด้วยเหตุผลสำคัญ 3 ประการ

  1. กาฬโรคคือโรคจากแบคทีเรียที่มียารักษาได้ผลดี: เชื้อสาเหตุคือแบคทีเรีย Yersinia pestis ที่เคยทำลายล้างในยุคกลาง (Black Death) ไม่ใช่โรคร้ายปริศนาอีกต่อไป ปัจจุบันมนุษย์เรามี ยาปฏิชีวนะพื้นฐาน เช่น Doxycycline หรือ Ciprofloxacin ที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ทันทีหากได้รับยาในระยะแรก ต่างจากวิกฤตไวรัสชนิดใหม่ที่ต้องใช้เวลานานในการพัฒนาวัคซีน

  2. วงจรการแพร่เชื้อตัดจบได้ด้วยยาและการกักกัน: แม้จะเป็น "กาฬโรคปอด" ซึ่งแพร่ผ่านละอองฝอยได้ แต่การติดเชื้อจากคนสู่คนจำเป็นต้องสัมผัสใกล้ชิดในระยะไม่เกิน 1–2 เมตรกับผู้ป่วยที่มีอาการ ที่สำคัญ ผู้เสี่ยงสูงสามารถทานยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกัน (Post-exposure prophylaxis) ได้ทันที ซึ่งตัดวงจรการฟักตัวได้อย่างเด็ดขาด

  3. การเฝ้าระวังระหว่างประเทศทำงานอย่างมีสติ: ดังที่ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุไว้ว่า เหตุการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องที่ต้องตื่นตระหนกจนเกินเหตุ (Cause for alarm) แต่เป็นเรื่องที่ต้อง "โฟกัสและจับตาดูอย่างใกล้ชิด" (Cause for focus) ผ่านระบบแจ้งเตือนภัยชีวภาพสากล

อาจารย์กฤษฎา สรุปทิ้งท้ายว่า ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า สื่อมวลชนและแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอาจพยายามประโคมข่าว พร้อมเผยแพร่ภาพชาวรัสเซียในไซบีเรียสวมหน้ากากอนามัย หรือภาพการตั้งด่านกักกันโรค จนอาจปลุก "ภาพจำอันเลวร้ายในยุคโควิด-19" ให้หวนกลับมาสร้างความหวาดกลัวในสังคมอีกครั้ง

 

อย่างไรก็ดี ปรากฏการณ์ความกลัวที่เกิดขึ้นในขณะนี้ไม่ได้เกิดจากศักยภาพการแพร่ระบาดของตัวเชื้อแบคทีเรีย เท่ากับ "ความสงสัยในความโปร่งใสของรัฐบาลรัสเซีย" และเงื่อนงำการปกปิดข้อมูลอุบัติเหตุในห้องปฏิบัติการ (Laboratory Leak) ดังนั้น สิ่งที่สังคมควรทำในเวลานี้ จึงไม่ใช่การด่วนตื่นตกใจตามกระแสข่าวลือ แต่คือการ "ตั้งมั่นอยู่บนหลักวิทยาศาสตร์และระบาดวิทยา" ใช้ข้อเท็จจริง เรื่องยาปฏิชีวนะและมาตรการกักกันโรคเป็นเกราะป้องกัน เพื่อรับมือกับสถานการณ์อย่างมีสติ และร่วมกันเรียกร้องความโปร่งใสในการสอบสวนจากองค์กรสาธารณสุขสากลอย่างใกล้ชิดต่อไป
 

ข่าวล่าสุด