สถานการณ์ความขัดแย้งทางอุตสาหกรรมและการทหารในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งความตึงเครียดได้ขยับเข้าสู่ภาวะวิกฤตขั้นสูงสุดในหลายพื้นที่สำคัญ โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้เริ่มดำเนินการส่งกองเรือและกำลังพลรวมกว่า 9,000 นาย ซึ่งรวมถึงทหารนาวิกโยธิน 2,000 นาย จากกลุ่มเรือโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบก USS Theodore Roosevelt และ USS Makin Island เคลื่อนทัพออกจากเมืองซานดิเอโก มุ่งหน้าสู่มหาสมุทรอินเดียและตะวันออกกลาง เพื่อเตรียมพร้อมเปิดปฏิบัติการทางทหารเต็มรูปแบบภายในเดือนพฤศจิกายนนี้
การเคลื่อนพลครั้งใหญ่ของสหรัฐฯ เกิดขึ้นหลังจากศูนย์ปฏิบัติการการค้าทางเรือแห่งสหราชอาณาจักร (UKMTO) ยืนยันเหตุการณ์เรือบรรทุกน้ำมันขนาดยักษ์ (Supertanker) ความจุ 2.5 ล้านบาร์เรล ถูกยิงด้วยวัตถุระเบิดไม่ทราบชนิดจนเกิดเพลิงไหม้หนักขณะเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยราคาน้ำมันดิบ Brent ขยับขึ้นไปแตะระดับ 102.60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้ส่งสัญญาณเตือนอย่างแข็งกร้าวไปยังอิหร่านให้เร่งตกลงข้อตกลงยุติความขัดแย้ง มิฉะนั้นอาจต้องเผชิญกับมาตรการตอบโต้อย่างรุนแรงถึงที่สุด