เนชั่นทีวี

ข่าว

สรุปวิกฤตสู้รบตะวันออกกลาง สหรัฐฯ เสริมกำลังช่องแคบฮอร์มุซ

02 ต.ค. 2569 | apirak_pra

สรุปวิกฤตสู้รบตะวันออกกลาง สหรัฐฯ เสริมกำลังช่องแคบฮอร์มุซ

สรุปสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางรอบวัน สหรัฐฯ ยกระดับระดมกำลังทหารเรือและนาวิกโยธินกว่า 9,000 นาย พร้อมเรือบรรทุกเครื่องบินประจันหน้าช่องแคบฮอร์มุซ หลังเรือน้ำมันขนาดยักษ์โดนยิงไฟลุก ท่ามกลางการสู้รบเดือดในหลายแนวรบ

สรุปสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางรอบวัน สหรัฐฯ ยกระดับระดมกำลังทหารเรือและนาวิกโยธินกว่า 9,000 นาย พร้อมเรือบรรทุกเครื่องบินประจันหน้าช่องแคบฮอร์มุซ หลังเรือน้ำมันขนาดยักษ์โดนยิงไฟลุก ท่ามกลางการสู้รบเดือดในหลายแนวรบ

KEY

POINTS

  • สหรัฐฯ ส่งกองเรือและกำลังพลกว่า 9,000 นาย ไปยังตะวันออกกลางเพื่อเสริมกำลังบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ
  • การเคลื่อนกำลังพลครั้งนี้เกิดขึ้นหลังเหตุการณ์เรือบรรทุกน้ำมันถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งสูงขึ้น
  • ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้เตือนอิหร่านให้เร่งหาข้อตกลงยุติความขัดแย้ง มิฉะนั้นอาจต้องเผชิญกับการตอบโต้อย่างรุนแรง

สถานการณ์ความขัดแย้งทางอุตสาหกรรมและการทหารในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งความตึงเครียดได้ขยับเข้าสู่ภาวะวิกฤตขั้นสูงสุดในหลายพื้นที่สำคัญ โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้เริ่มดำเนินการส่งกองเรือและกำลังพลรวมกว่า 9,000 นาย ซึ่งรวมถึงทหารนาวิกโยธิน 2,000 นาย จากกลุ่มเรือโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบก USS Theodore Roosevelt และ USS Makin Island เคลื่อนทัพออกจากเมืองซานดิเอโก มุ่งหน้าสู่มหาสมุทรอินเดียและตะวันออกกลาง เพื่อเตรียมพร้อมเปิดปฏิบัติการทางทหารเต็มรูปแบบภายในเดือนพฤศจิกายนนี้

 

การเคลื่อนพลครั้งใหญ่ของสหรัฐฯ เกิดขึ้นหลังจากศูนย์ปฏิบัติการการค้าทางเรือแห่งสหราชอาณาจักร (UKMTO) ยืนยันเหตุการณ์เรือบรรทุกน้ำมันขนาดยักษ์ (Supertanker) ความจุ 2.5 ล้านบาร์เรล ถูกยิงด้วยวัตถุระเบิดไม่ทราบชนิดจนเกิดเพลิงไหม้หนักขณะเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยราคาน้ำมันดิบ Brent ขยับขึ้นไปแตะระดับ 102.60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้ส่งสัญญาณเตือนอย่างแข็งกร้าวไปยังอิหร่านให้เร่งตกลงข้อตกลงยุติความขัดแย้ง มิฉะนั้นอาจต้องเผชิญกับมาตรการตอบโต้อย่างรุนแรงถึงที่สุด

ด้านสถานการณ์สู้รบและความผันผวนในมิติอื่นๆ รอบวัน ประกอบด้วยประเด็นสำคัญ ดังนี้

  • ฮูตีถล่มโรงไฟฟ้าเมืองเมดินะห์-พันธมิตรซาอุฯ สกัดขีปนาวุธ: กลุ่มฮูตีในเยเมนได้ส่งโดรนและยิงขีปนาวุธเข้าถล่มสถานีจ่ายไฟฟ้า Taibah ในเมืองเมดินะห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นระบบสาธารณูปโภคหลักที่จ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับมัสยิดอัลนะบะวี (Masjid an-Nabawi) สร้างกระแสประณามอย่างหนักจากนานาชาติ ทั้งอียิปต์ กาตาร์ ปากีสถาน และตุรกี ขณะที่กองกำลังพันธมิตรนำโดยซาอุฯ ระบุว่าสามารถยิงสกัดขีปนาวุธของฮูตีเหนือเมือง Khamis Mushait ได้สำเร็จ

  • วิกฤตพลังงานดีเซลในยุโรป: สหภาพยุโรป (EU) และสหรัฐฯ อยู่ระหว่างการหารือร่วมกับสมาชิกองค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เพื่อเตรียมพิจารณาปล่อยน้ำมันดีเซลจากคลังสำรองฉุกเฉิน หลังพบว่าราคาน้ำมันดีเซลใน 12 ประเทศสมาชิก EU พุ่งสูงขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์จากผลกระทบของสงคราม

  • การปะทะหนักในเขตเวสต์แบงก์และกาซา: กองทัพอิสราเอลและกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานเปิดฉากปะทะและบุกรุกพื้นที่ชุมชนปาเลสไตน์ในหลายจุดของเขตเวสต์แบงก์ รวมถึงการยิงปืนใหญ่เข้าใส่พื้นที่ทางตอนใต้ของเมืองขานยูนิส ในกาซา จนส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย

  • อิสราเอลยิงถล่มตอนใต้เลบานอน: กองกำลังอิสราเอลใช้ปืนใหญ่และอาวุธหนักระดมยิงถล่มหลายเมืองทางตอนใต้ของเลบานอนอย่างหนักหน่วง อาทิ Beit Yahoun, al-Mansouri, และขอบเขตเมือง Nabatieh เพื่อตอบโต้กลุ่มติดอาวุธในพื้นที่

ข่าวล่าสุด