เนชั่นทีวี

ข่าว

ญี่ปุ่นเตือนอย่ารีบสตาร์ทรถจมน้ำ-เทียบอุทกภัยไทยรับมือถูกวิธี

29 ก.ย. 2569 | apirak_pra

ญี่ปุ่นเตือนอย่ารีบสตาร์ทรถจมน้ำ-เทียบอุทกภัยไทยรับมือถูกวิธี

บทเรียนภัยพิบัติ! ญี่ปุ่นเตือนด่วนอย่ารีบ "สตาร์ทรถจมน้ำ" หลังเผชิญปรากฏการณ์ "เรนบอมบ์" ถล่มหนัก สอดรับวิกฤตน้ำท่วมกรุงเทพฯ 2569 ที่คนใช้รถต้องระวัง

บทเรียนภัยพิบัติ! ญี่ปุ่นเตือนด่วนอย่ารีบ "สตาร์ทรถจมน้ำ" หลังเผชิญปรากฏการณ์ "เรนบอมบ์" ถล่มหนัก สอดรับวิกฤตน้ำท่วมกรุงเทพฯ 2569 ที่คนใช้รถต้องระวัง

KEY

POINTS

  • ญี่ปุ่นเตือนเจ้าของรถที่จมน้ำท่วม ห้ามสตาร์ทเครื่องยนต์โดยเด็ดขาดแม้น้ำจะลดแล้วก็ตาม เพราะอาจทำให้ระบบไฟฟ้าลัดวงจรและเครื่องยนต์เสียหายหนัก
  • คำแนะนำคือให้ติดต่อช่างผู้เชี่ยวชาญหรือบริการรถยกเพื่อตรวจสอบสภาพรถอย่างละเอียดก่อนนำกลับมาใช้งาน แทนการลองขับด้วยตนเอง
  • สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และไฮบริด มีข้อควรระวังเป็นพิเศษ ห้ามเจ้าของรถสัมผัสระบบไฟฟ้าแรงสูงเอง เพราะเสี่ยงอันตรายจากไฟฟ้าช็อตอย่างรุนแรง

จากสถานการณ์อุทกภัยและน้ำท่วมขังครั้งใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล พ.ศ. 2569 ซึ่งส่งผลให้ปริมาณน้ำท่วมสูงทะลักเข้าท่วมถนนสายหลักและย่านที่พักอาศัย จนมีรถยนต์ของประชาชนจมน้ำเสียหายเป็นจำนวนมากนั้น ถือเป็นวิกฤตที่คล้ายคลึงกับเหตุการณ์ในประเทศญี่ปุ่น หลังต้องเผชิญกับปรากฏการณ์ "เรนบอมบ์" (Rain Bomb) หรือพายุฝนตกหนักกระทันหันจากอิทธิพลของพายุหมุนสองลูกซ้อน ส่งผลให้มีรถยนต์จมน้ำเสียหายและไม่สามารถใช้งานได้มากกว่า 2,000 คัน จนสมาคมแบ่งปันรถยนต์แห่งญี่ปุ่น (Japan Car Sharing Association) ต้องเร่งระดมจัดหารถยนต์สำรองให้ผู้ประสบภัยยืมใช้งานชั่วคราวอย่างวิกฤต

 

จากวิกฤตการณ์รถยนต์จมน้ำมหาศาลดังกล่าว กระทรวงคมนาคมญี่ปุ่น และ สหพันธ์ยานยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น (JAF) รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์ ได้ออกประกาศเตือนฉุกเฉินถึงเจ้าของรถยนต์ทุกคนว่า "ห้ามรีบสตาร์ทเครื่องยนต์โดยเด็ดขาด" แม้ว่าระดับน้ำจะลดลงจนแห้งสนิทและสภาพภายนอกของตัวรถจะดูไม่ได้รับความเสียหายก็ตาม ซึ่งถือเป็นข้อควรระวังและเตือนภัยสำคัญที่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในประเทศไทยสามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อป้องกันไม่ให้รถยนต์เสียหายหนักขึ้น

เปิด 4 ข้อห้ามรับมือ "รถจมน้ำ" แนะแนวทางดูแลรถไฟฟ้า EV และ ไฮบริด

 

หน่วยงานผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์ของญี่ปุ่น ได้สรุปข้อควรปฏิบัติที่สำคัญในการรับมือรถยนต์ที่ผ่านการจมน้ำหรือแช่น้ำขัง ดังนี้

  1. ห้ามสตาร์ทเครื่องยนต์หรือลองขับเองโดยเด็ดขาด: โดยเฉพาะรถยนต์ที่มีน้ำทะลักเข้ามาถึงบริเวณพื้นห้องโดยสาร เนื่องจากการบิดกุญแจหรือกดปุ่มสตาร์ตจะทำให้กระแสไฟฟ้าวิ่งเข้าสู่ระบบที่ยังชื้น ส่งผลให้กล่องสมองกล (ECU) ลัดวงจร เครื่องยนต์พังเสียหายหนัก หรือระบบเบรกขัดข้องทันที

  2. ติดต่อช่างผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสภาพ: ควรเรียกบริการรถลาก รถยก หรือติดต่อศูนย์บริการและอู่ซ่อมรถยนต์ เพื่อให้ช่างเข้าตรวจเช็กระบบสายไฟและเครื่องยนต์อย่างละเอียดก่อนนำรถกลับมาใช้งาน

  3. ข้อควรระวังพิเศษสำหรับรถไฮบริด (HV) และรถยนต์ไฟฟ้า (EV): เนื่องจากรถยนต์ประเภทนี้มีแบตเตอรี่และสายไฟแรงดันไฟฟ้าสูง ห้ามเข้าไปจับ แตะต้อง หรือพยายามจัดการระบบไฟฟ้าด้วยตนเองอย่างเด็ดขาด เพราะอาจเสี่ยงต่อการถูกไฟฟ้าช็อตอย่างรุนแรง

  4. ระวังภัยแอบแฝงจากน้ำเค็มหรือน้ำครำ: หากรถยนต์แช่อยู่ในน้ำที่มีคราบเกลือหรือน้ำเสียขุ่นมัว คราบเกลือและสิ่งสกปรกอาจกัดกร่อนจนเกิดไฟฟ้าลัดวงจรและติดไฟลุกไหม้ได้ แม้จะจอดทิ้งไว้หลังจากน้ำลดแล้วก็ตาม

 

สำหรับขั้นตอนการป้องกันเบื้องต้น หากมีความจำเป็นต้องจอดรถทิ้งไว้หลังน้ำลด ทางการญี่ปุ่นแนะนำให้ถอดขั้วสายไฟจากแบตเตอรี่ (โดยเฉพาะขั้วลบ) ออกก่อนเพื่อตัดวงจรไฟฟ้า ทว่าหากเป็นรถยนต์ไฮบริดหรือรถยนต์ไฟฟ้า EV ที่มีความซับซ้อน ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของช่างผู้เชี่ยวชาญหรือทีมช่วยเหลือรถยนต์เข้ามาดำเนินการ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของเจ้าของรถในทุกกรณี

ข่าวล่าสุด