อัปเดตน้ำท่วมเนปาล: ดับทะลุ 768 ศพ ผวาแม่น้ำพุ่งสูงท่วมซ้ำ
31 ส.ค. 2569 | apirak_pra

สถานการณ์น้ำท่วมเนปาลสุดวิกฤต ยอดเสียชีวิตพุ่งทะลุ 768 ศพ สูญหายกว่า 2,500 ราย ทางการเตือนภัยฉุกเฉินระดับแม่น้ำโภเฏโกสีพุ่งสูง เสี่ยงเกิดน้ำป่าทะลักซ้ำระลอกใหม่
ข่าว
31 ส.ค. 2569 | apirak_pra

สถานการณ์น้ำท่วมเนปาลสุดวิกฤต ยอดเสียชีวิตพุ่งทะลุ 768 ศพ สูญหายกว่า 2,500 ราย ทางการเตือนภัยฉุกเฉินระดับแม่น้ำโภเฏโกสีพุ่งสูง เสี่ยงเกิดน้ำป่าทะลักซ้ำระลอกใหม่
KEY
POINTS
สำนักงานลดความเสี่ยงและจัดการภัยพิบัติแห่งชาติเนปาล (NDRRMA) รายงานความคืบหน้าภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งใหญ่บริเวณแนวเทือกเขาหิมาลัย รอยต่อระหว่างประเทศเนปาลและเขตปกครองตนเองทิเบตของจีน ล่าสุดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม 2569 ยอดผู้เสียชีวิตในเนปาลพุ่งสูงถึง 768 รายแล้ว ขณะที่ยังมีผู้สูญหายอีกกว่า 2,502 คน ซึ่งรวมถึงชาวต่างชาติ 320 คน (เป็นชาวอินเดียและผู้มีเชื้อสายอินเดียกว่า 400 คน), นักเรียน 238 คน และครูอีก 18 คน ขณะเดียวกัน ทางการเนปาลได้ยกระดับการแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินเนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำโภเฏโกสี (Bhotekoshi River) ได้เริ่มยกระดับสูงขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางฝนที่ตกโปรยปรายอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ การค้นหาในฝั่งทิเบตของจีนมีรายงานผู้เสียชีวิต 16 ราย และสูญหายอีก 546 คน ทว่าสถานการณ์ในพื้นที่ประสบภัยยิ่งซ้ำเติมด้วยความหวาดผวา หลังมีรายงานเกิดเหตุแผ่นดินถล่มระลอกใหม่ใกล้กับคันกั้นน้ำธรรมชาติ ก่อให้เกิด "ทะเลสาบอุดตันแห่งใหม่" ขึ้นมาอีกแห่ง ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องสั่งระงับปฏิบัติการและสั่ง evacuating ทีมกู้ภัยออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยด่วน
วิกฤตที่สร้างความสะเทือนใจอย่างมากคือการระบุตัวตนผู้เสียชีวิต โดยตำรวจเนปาลเปิดเผยว่า จากจำนวนศพที่กู้ขึ้นมาได้หลายร้อยร่าง มีเพียง 17 รายเท่านั้นที่สามารถระบุตัวตนได้ เนื่องจากสภาพศพส่วนใหญ่เน่าเปื่อยจากการแช่น้ำเป็นเวลานาน หรือชิ้นส่วนร่างกายขาดออกจากกัน ส่งผลให้โรงพยาบาลต่างๆ ต้องนำภาพถ่ายมาติดประกาศให้ญาติมาตรวจสอบ
ปลัดกระทรวงการต่างประเทศเนปาล เปิดเผยว่า ทางการจำเป็นต้องดำเนินการฝั่งร่างผู้เสียชีวิตที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้แล้วจำนวน 96 ราย ตามขั้นตอนทางกฎหมายและมาตรฐานสากล โดยทีมแพทย์ได้ทำการเก็บตัวอย่าง DNA ของทุกร่างไว้ก่อนฝั่ง เพื่อให้ครอบครัวสามารถมาตรวจเปรียบเทียบและขุดร่างกลับไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาได้ในภายหลัง ทั้งนี้ ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์และการวิเคราะห์ DNA จำนวน 18 นายจากประเทศอินเดียได้เดินทางมาถึงเนปาลเพื่อช่วยเร่งกระบวนการตรวจสอบแล้ว
ด้านปฏิบัติการกู้ภัย กองทัพเนปาลร่วมกับทีมผู้เชี่ยวชาญด้านอุโมงค์จากอินเดีย ยังคงลุยทำงานตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อหาทางเข้าสู่อุโมงค์ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำตรีศูลี (Trishuli Hydropower) เพื่อเร่งช่วยชีวิตคนงานนับร้อยคนที่ยังคงติดค้างอยู่ด้านใน โดยภัยพิบัติครั้งนี้ส่งผลให้โรงไฟฟ้าพลังน้ำได้รับความเสียหายอย่างน้อย 13 แห่ง และมีสะพานสำหรับรถยนต์ถูกกระแสน้ำพัดขาดถึง 19 แห่ง
นอกจากนี้ ทางหลวงสายปริถวี (Prithvi Highway) ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์เชื่อมต่อระหว่างกรุงกาฐมาณฑุกับเมืองโพคารา ถูกกระแสน้ำซัดตัดขาดบริเวณกฤษณาภีร์ (Krishnabhir) ทำให้การขนส่งบรรเทาทุกข์ต้องพึ่งพาเฮลิคอปเตอร์เป็นหลัก ซึ่งขณะนี้สามารถช่วยเหลือนำผู้ประสบภัยออกจากพื้นที่ได้แล้วมากกว่า 8,730 คน