เนชั่นทีวี

ข่าว

ดีลประวัติศาสตร์! สหรัฐฯ จับมือ ซาอุฯ เซ็นนิวเคลียร์ เปิดทางเสริมยูเรเนียม

23 ก.ค. 2569 | apirak_pra

ดีลประวัติศาสตร์! สหรัฐฯ จับมือ ซาอุฯ เซ็นนิวเคลียร์ เปิดทางเสริมยูเรเนียม

สหรัฐอเมริกาและซาอุดีอาระเบียลงนามข้อตกลงความร่วมมือทางนิวเคลียร์เพื่อสันติ เปิดทางซาอุฯ เสริมสมรรถนะยูเรเนียมในอนาคต ท่ามกลางชนวนสงครามอิหร่านที่ยังเดือด

สหรัฐอเมริกาและซาอุดีอาระเบียลงนามข้อตกลงความร่วมมือทางนิวเคลียร์เพื่อสันติ เปิดทางซาอุฯ เสริมสมรรถนะยูเรเนียมในอนาคต ท่ามกลางชนวนสงครามอิหร่านที่ยังเดือด

KEY

POINTS

  • สหรัฐอเมริกาและซาอุดีอาระเบียลงนามในข้อตกลงความร่วมมือทางนิวเคลียร์เพื่อสันติ ซึ่งอาจเปิดทางให้ซาอุฯ สามารถเสริมสมรรถนะยูเรเนียมได้เองในอนาคต
  • ข้อตกลงนี้มีขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้ซาอุดีอาระเบียหันไปพึ่งพาเทคโนโลยีนิวเคลียร์จากจีนหรือรัสเซีย และเพื่อทวงคืนความเป็นผู้นำตลาดนิวเคลียร์โลกของสหรัฐฯ
  • เกิดความกังวลว่าข้อตกลงดังกล่าวอาจขาดการตรวจสอบที่เข้มงวด และเสี่ยงจุดชนวนให้เกิดการแข่งขันสะสมอาวุธนิวเคลียร์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะกับอิหร่าน

กระทรวงพลังงานสหรัฐอเมริกาได้ออกมาแถลงยืนยันการลงนามใน "ข้อตกลงความร่วมมือทางนิวเคลียร์เพื่อสันติ" (Peaceful Nuclear Cooperation Agreement) ร่วมกับรัฐบาลซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นทางการ โดยมี คริส ไรต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ และเจ้าชายอับดุลอาซิซ บิน ซัลมาน รัฐมนตรีพลังงานซาอุดีอาระเบีย เป็นผู้ลงนาม ซึ่งข้อตกลงฉบับประวัติศาสตร์นี้อาจส่องแสงไฟเขียวให้ซาอุดีอาระเบียสามารถ "เสริมสมรรถนะยูเรเนียม" (Uranium Enrichment) ได้เองในดินแดนของตนในอนาคต

แม้ว่ารายละเอียดเชิงลึกของข้อตกลงจะยังไม่ถูกเปิดเผยทั้งหมด แต่ช่วงเวลาการประกาศกลับสร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์และข้อถกเถียงอย่างหนักทั่วโลก เนื่องจากเกิดขึ้นในขณะที่สหรัฐฯ กำลังเปิดฉากทำสงครามทิ้งระเบิดใส่ประเทศอิหร่าน เพื่อเป้าหมายในการสกัดกั้นไม่ให้เตหะรานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมและพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

ป้องกันซาอุฯ หันซบจีน-รัสเซีย ดันสหรัฐฯ ทวงคืนผู้นำตลาดนิวเคลียร์โลก

ความพยายามในการจัดทำข้อตกลงนิวเคลียร์ภาคการเรือนระหว่างสหรัฐฯ และซาอุดีอาระเบีย ยืดเยื้อมานานหลายปีนับตั้งแต่นัยรัฐบาลสมัยแรกของ โดนัลด์ ทรัมป์ จนถึงยุค โจ ไบเดน ทว่าเพิ่งบรรลุผลสำเร็จเนื่องจากสหรัฐฯ กังวลว่า หากตนเองปฏิเสธที่จะส่งมอบเทคโนโลยีนิวเคลียร์ให้ ซาอุดีอาระเบียก็พร้อมจะหันไปจับมือกับคู่แข่งทางยุทธศาสตร์อย่าง จีน หรือ รัสเซีย ซึ่งมีมาตรฐานการควบคุมการขยายพันธุ์อาวุธนิวเคลียร์ที่ผ่อนปรนกว่าแทน

นอกจากนี้ รายงานของฝ่ายบริหารสหรัฐฯ ที่เสนอต่อสภาคองเกรสยังระบุชัดเจนว่า ข้อตกลงนี้จะช่วยให้สหรัฐฯ กลับมาทวงความเป็นผู้นำในตลาดพลังงานนิวเคลียร์ภาคการเรือนระดับโลก สร้างงานรายได้ดีให้แก่ชาวอเมริกัน พร้อมทั้งปกป้องผลประโยชน์และความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ ในระยะยาว ขณะที่ คริส ไรต์ ยืนยันว่าข้อตกลงนี้ยึดมั่นในมาตรฐานความปลอดภัยและการไม่ขยายพันธุ์อาวุธนิวเคลียร์ระดับสูงสุดอย่างแน่นอน

ข้อกังวลจากสภาฯ และความเสี่ยงจุดชนวนการสะสมอาวุธนิวเคลียร์

แม้รัฐบาลทรัมป์จะยืนยันในความปลอดภัย แต่ข้อตกลงฉบับนี้เตรียมถูกส่งเข้าสู่การพิจารณาของสภาคองเกรส ซึ่งคาดว่าจะต้องเผชิญกับการต่อต้านอย่างหนักจาก ส.ส. และ ส.ว. ที่กังวลว่า ข้อตกลงนี้อาจขาดกลไกการตรวจสอบที่เข้มงวดจากองค์การพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) และอาจเปิดช่องให้ซาอุดีอาระเบียพัฒนากลายเป็นประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์ครอบครองในอนาคต

นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงหลายฝ่ายเตือนว่า การมอบเทคโนโลยีเสริมสมรรถนะยูเรเนียมให้แก่ซาอุดีอาระเบียท่ามกลางภาวะสงคราม อาจกลายเป็นการผลักดันและกดดันให้ประเทศคู่ขัดแย้งอย่างอิหร่านเร่งรีบพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ขึ้นมาจริงๆ ซึ่งจะยกระดับความเสี่ยงให้ภูมิภาคตะวันออกกลางก้าวเข้าสู่ "สงครามมหาอำนาจนิวเคลียร์" อย่างเต็มรูปแบบในท้ายที่สุด

ข่าวล่าสุด