ตลาดโลกขานรับข่าวดี: หุ้นวอลล์สตรีทเขียวขจี - ราคาน้ำมันดิบดิ่งฮวบทันที 1.4%
การประกาศคำสั่งเบรกบอมบ์ซ้ำและสัญญาณสงบศึกจากทำเนียบขาว ส่งผลให้สภาวะความตื่นตระหนกในตลาดทุนทั่วโลกคลี่คลายลงทันที โดยตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปิดตลาดด้วยการทะยานพุ่งสูงขึ้นอย่างเด่นชัด ดัชนีดาวโจนส์ (Dow Jones) ปรับตัวบวก 1.75% ขณะที่แนสแด็ก (Nasdaq) พุ่งกระฉูดถึง 2.54% เนื่องจากนักลงทุนคลายความกังวลต่อผลกระทบของสงครามที่จะซ้ำเติมวิกฤตเงินเฟ้อ
ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกดิ่งตัวลดลงทันทีหลังจากพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบหลายสัปดาห์ โดยราคาน้ำมันดิบเกณฑ์สากล เบรนท์ (Brent crude) ปรับลดลงทันที 1.21 ดอลลาร์สหรัฐ หรือดิ่งลง 1.3% ลงมาอยู่ที่ระดับ 89.17 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบฝั่งสหรัฐฯ WTI ร่วงลง 1.23 ดอลลาร์สหรัฐ หรือลดลง 1.4% มาซื้อขายกันที่ระดับ 86.48 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่งผลให้ภาพรวมตลอดทั้งสัปดาห์ราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวลดลงเฉลี่ยถึง 4.4% ช่วยลดความตึงเครียดเรื่องราคาพลังงานขายปลีกในประเทศต่างๆ ได้ชั่วคราว
สมรภูมิรอบข้างยังระอุ: สหรัฐฯ สอยโดรนพลีชีพกลางช่องแคบ - อิสราเอลบุกยึดเลบานอนตอนใต้ลึก 10 กม.
แม้การเจรจาระดับบนจะส่อแววจบลงด้วยดี ทว่าสถานการณ์หน้างานในสมรภูมิเคียงข้างยังคงมีการหลั่งเลือดและปะทะกันอย่างดุเดือด โดยในค่ำคืนที่ผ่านมา กองทัพเรือสหรัฐฯ ได้ทำการยิงสอยโดรนจู่โจมพลีชีพ (One-way attack drones) ของกองกำลังอิหร่านร่วงกลางทะเลจำนวน 2 ลำ หลังจากฝั่งเตหะรานพยายามส่งโดรนเข้าจู่โจมทำลายเรือสินค้าพาณิชย์ที่พยายามแล่นผ่านเดินเรือในน่านน้ำช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นพื้นที่วิกฤตที่อิหร่านประกาศปิดตายไปก่อนหน้านี้
นอกจากนี้ สถานการณ์การสู้รบในสมรภูมิข้างเคียงฝั่งประเทศเลบานอนยังคงดิ่งลึกสู่ความรุนแรง โดยกองทัพอิสราเอลได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า สามารถเข้ายึดครองพื้นที่เชิงยุทธศาสตร์และระบบการควบคุมภาคพื้นดินทางตอนเหนือของลุ่มน้ำวาดิ ซาลูกิ (Wadi Saluki) ซึ่งรุกคืบลึกเข้ามาจากชายแดนอิสราเอลเข้าสู่ดินแดนเลบานอนตอนใต้ลึกถึง 10 กิโลเมตรแล้ว ขณะที่กลุ่มติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ได้ออกแถลองการณ์ตอบโต้ว่า ได้ระดมยิงจรวด มิสไซล์ และโดรนจู่ชีพสวนกลับเข้าใส่ฐานที่มั่น รถถัง และการรวมตัวของกองทัพทหารอิสราเอลตามหัวเมืองชายแดนทางภาคใต้ของเลบานอนรวมกันถึง 24 ครั้งในรอบ 48 ชั่วโมงที่ผ่านมา เพื่อสกัดกั้นการรุกคืบอย่างสุดกำลัง