2. สัญญาณเตือนภัยระบาดใหญ่: "ศึกไร้วัคซีน" ย้อนรอยประวัติศาสตร์ฝันร้าย
ฌอง กาเซยา หัวหน้าศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งแอฟริกา (Africa CDC) ได้ออกมาแสดงความห่วงใยผ่านสถานีวิทยุบีบีซี โดยระบุว่าการระบาดในรอบนี้มีความยากลำบากในการควบคุมมากกว่าครั้งก่อนๆ เนื่องจากไวรัสสายพันธุ์บุนดิบูเกียวนี้ "ไม่มีทั้งวัคซีนป้องกันและยารักษาเฉพาะทาง" ที่ได้รับการรับรองในตลาดโลก แตกต่างจากสายพันธุ์ซาร์ (Zaire strain) ที่เคยระบาดหนักในอดีต
กลไกเดียวที่จะหยุดยั้งมัจจุราชเงียบนี้ได้คือ วินัยในการจัดการด้านสาธารณสุขของชุมชน โดยเฉพาะพฤติกรรมการจัดการ "พิธีศพของส่วนรวม" (Community Funerals) ที่ญาติพี่น้องมักจะมีการร่วมกันอาบน้ำและสัมผัสร่างของผู้เสียชีวิต ซึ่งตามสถิติในอดีต (ช่วงการระบาดใหญ่ในแอฟริกาตะวันตกปี 2014-2016 ที่มีผู้ติดเชื้อกว่า 28,600 คน และเสียชีวิต 11,325 ราย) พบว่าประเพณีการจัดงานศพในท้องถิ่นคือตัวการสำคัญอันดับหนึ่งที่ทำให้เชื้ออีโบลาเกิดการระเบิดตัวกระจายสู่ชุมชนอย่างควบคุมไม่ได้
3. รวันดาคุมเข้มด่านชายแดน-ไนจีเรียตั้งรับจับตา
จากการที่เชื้ออีโบลาโผล่ที่เมืองโกมา ซึ่งอยู่ประชิดชายแดน ส่งผลให้รัฐบาลรวันดาประกาศยกระดับมาตรการคัดกรองข้ามแดน (Cross-border Screening) บริเวณรอยต่อติดกับดีอาร์คองโกขั้นสูงสุดเพื่อเป็นมาตรการป้องกันล่วงหน้า เช่นเดียวกับทางการไนจีเรีย มหาอำนาจแห่งแอฟริกาตะวันตกที่ออกมาแถลงจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันประวัติศาสตร์ซ้ำรอย
ด้านองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ส่งสัญญาณเตือนอย่างเป็นทางการไปยังประเทศที่มีพรมแดนติดกัน ให้รีบเปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินและกระจายชุดตรวจแล็บไปยังพื้นที่ชายขอบทันที เพราะมีความเสี่ยงสูงมากที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อจริงในชุมชนจะพุ่งสูงกว่าที่ระบบสาธารณสุขท้องถิ่นประเมินไว้ เนื่องจากระบบสืบสวนโรคในพื้นที่สู้รบทางตะวันออกของคองโกยังคงมีรอยรั่วขนาดใหญ่
วิกฤตการณ์การระบาดของไวรัสอีโบลาสายพันธุ์บุนดิบูเกียวในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 นี้ กำลังก้าวเข้าสู่ภาวะสุ่มเสี่ยงและท้าทายระบบสาธารณสุขโลกอย่างทวีคูณ การแพร่กระจายเข้าสู่เขตเมืองใหญ่อย่างโกมาบวกกับการไม่มีวัคซีนรองรับ คือฝันร้ายที่อาจนำไปสู่ระบบสาธารณสุขล่มสลายในแอฟริกากลาง ข้อสังเกตสำคัญคือการที่สหรัฐฯ งัดมาตรการระงับวีซ่า 3 ประเทศเสี่ยงมาใช้ แสดงให้เห็นว่าชาติตะวันตกกำลังตื่นตระหนกและเลือกที่จะตัดท่อน้ำเลี้ยงทางการคมนาคมทันที เพื่อสกัดกั้นไม่ให้โรคร้ายข้ามพรมแดนมาสร้างความวินาศทางเศรษฐกิจรอบใหม่ในโลกสากล