เนชั่นทีวี

ข่าว

วิกฤตอีโบลาลามหนัก! ยอดดับพุ่ง 131 ราย เชื้อเข้าเมืองยุทธศาสตร์ 'โกมา' หวั่นซ้ำรอยอดีต

20 พ.ค. 2569

วิกฤตอีโบลาลามหนัก! ยอดดับพุ่ง 131 ราย เชื้อเข้าเมืองยุทธศาสตร์ 'โกมา' หวั่นซ้ำรอยอดีต

สถานการณ์ไวรัสอีโบลา สายพันธุ์บุนดิบูเกียว ในดีอาร์คองโกและยูกันดาล่าสุด ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งแตะ 131 ราย เชื้อลามเข้าเมืองใหญ่อย่างบูเตมโบและโกมา หวั่นระบบสาธารณสุขล่มสลาย

วิกฤตการณ์แพร่ระบาดของโรคไวรัสอีโบลา สายพันธุ์บุนดิบูเกียว (Bundibugyo virus - BVD) ในภูมิภาคแอฟริกากลางดิ่งสู่ความน่าสะพรึงกลัวระลอกใหม่ ประจำวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 เมื่อแถลงการณ์ล่าสุดจากโฆษกรัฐบาลสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DRC) ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า มาตรการจำกัดวงควบคุมโรคในปัจจุบันกำลังเผชิญกับความล้มเหลว หลังจากพบตัวเลขผู้เสียชีวิตพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นอย่างน้อย 131 ราย และมีผู้ป่วยต้องสงสัยติดเชื้อสะสมในระบบแล้วมากกว่า 513 ราย

ที่น่ากังวลที่สุดในเชิงระบาดวิทยาคือ เชื้อร้ายไม่ได้จำกัดวงอยู่เฉพาะพื้นที่ชนบทของจังหวัดอิตูรี (Ituri) อีกต่อไป แต่ได้แพร่กระจายเข้าสู่พื้นที่เศรษฐกิจและเขตเมืองใหญ่ที่มีประชากรหนาแน่นอย่าง เมืองเนียคุนเด (Nyakunde), เมืองบูเตมโบ (Butembo) ในจังหวัดคิวูเหนือ และที่อันตรายขั้นสุดคือ "เมืองโกมา" (Goma) ซึ่งเป็นเมืองหน้าด่านและศูนย์กลางคมนาคมขนส่งทางอากาศที่สำคัญของประเทศ ซึ่งมีพรมแดนติดกับประเทศรวันดา

1. ยักษ์ใหญ่ขยับตัว! สหรัฐฯ สั่งแบนวีซ่า 3 ชาติกักพรมแดน-ส่งตัวหมออเมริกันรักษาเยอรมนี

ปฏิกิริยาจากฝั่งสหรัฐอเมริกา ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐฯ (CDC) ได้ยกระดับมาตรการเตือนภัยสู่ระดับสูงสุด (Level 4 Travel Advisory) โดยสั่งห้ามพลเมืองอเมริกันเดินทางไปยังดีอาร์คองโกเด็ดขาด พร้อมทั้งงัดกฎเหล็กด้านอนามัยขั้นเด็ดขาดมาใช้ควบคุมพรมแดน

  • มาตรการแบนวีซ่าสกัดโรค: สหรัฐฯ ประกาศจำกัดการเดินทางและระงับการออกวีซ่าเข้าประเทศชั่วคราว สำหรับผู้ถือพาสปอร์ตต่างชาติ (Non-US passport holders) ทุกคนที่เคยมีประวัติเดินทางเยือนหรือพำนักใน 3 ประเทศเสี่ยง ได้แก่ ดีอาร์คองโก, ยูกันดา และเซาท์ซูดาน (ซูดานใต้) ในช่วงเวลา 21 วันที่ผ่านมา เพื่อล็อกตายไม่ให้เชื้อสายพันธุ์ใหม่หลุดรอดเข้าสู่อเมริกา
  • อพยพหมออเมริกันติดเชื้อ: กลุ่มมิชชันนารีทางการแพทย์ "Serge" ยืนยันว่า นพ.ปีเตอร์ สแตฟฟอร์ด (Dr. Peter Stafford) แพทย์ชาวอเมริกันที่ลงพื้นที่ปฏิบัติงานในคองโก ได้รับผลตรวจยืนยันเป็นบวกติดเชื้ออีโบลาเรียบร้อยแล้ว โดยทางรัฐบาลสหรัฐฯ ได้เร่งส่งเครื่องบินดัดแปลงทางการแพทย์อพยพตัวหมอสแตฟฟอร์ดไปเข้ารับการรักษาในหอผู้ป่วยกักกันโรคความดันลบสูงที่ประเทศเยอรมนีเป็นการด่วน ขณะที่แพทย์อีก 2 รายรวมถึงภรรยาของเขา (ดร.รีเบกกา สแตฟฟอร์ด) ที่สัมผัสเชื้อยังไม่แสดงอาการและอยู่ระหว่างกักตัวดูอาการ 21 วัน ยอดรวมมีชาวอเมริกันเสี่ยงสัมผัสเชื้อแล้วอย่างน้อย 6 ราย ซึ่งจะถูกลำเลียงไปกักตัวในฐานทัพสหรัฐฯ ในเยอรมนีเช่นกัน

2. สัญญาณเตือนภัยระบาดใหญ่: "ศึกไร้วัคซีน" ย้อนรอยประวัติศาสตร์ฝันร้าย

ฌอง กาเซยา หัวหน้าศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งแอฟริกา (Africa CDC) ได้ออกมาแสดงความห่วงใยผ่านสถานีวิทยุบีบีซี โดยระบุว่าการระบาดในรอบนี้มีความยากลำบากในการควบคุมมากกว่าครั้งก่อนๆ เนื่องจากไวรัสสายพันธุ์บุนดิบูเกียวนี้ "ไม่มีทั้งวัคซีนป้องกันและยารักษาเฉพาะทาง" ที่ได้รับการรับรองในตลาดโลก แตกต่างจากสายพันธุ์ซาร์ (Zaire strain) ที่เคยระบาดหนักในอดีต

กลไกเดียวที่จะหยุดยั้งมัจจุราชเงียบนี้ได้คือ วินัยในการจัดการด้านสาธารณสุขของชุมชน โดยเฉพาะพฤติกรรมการจัดการ "พิธีศพของส่วนรวม" (Community Funerals) ที่ญาติพี่น้องมักจะมีการร่วมกันอาบน้ำและสัมผัสร่างของผู้เสียชีวิต ซึ่งตามสถิติในอดีต (ช่วงการระบาดใหญ่ในแอฟริกาตะวันตกปี 2014-2016 ที่มีผู้ติดเชื้อกว่า 28,600 คน และเสียชีวิต 11,325 ราย) พบว่าประเพณีการจัดงานศพในท้องถิ่นคือตัวการสำคัญอันดับหนึ่งที่ทำให้เชื้ออีโบลาเกิดการระเบิดตัวกระจายสู่ชุมชนอย่างควบคุมไม่ได้

 

3. รวันดาคุมเข้มด่านชายแดน-ไนจีเรียตั้งรับจับตา

จากการที่เชื้ออีโบลาโผล่ที่เมืองโกมา ซึ่งอยู่ประชิดชายแดน ส่งผลให้รัฐบาลรวันดาประกาศยกระดับมาตรการคัดกรองข้ามแดน (Cross-border Screening) บริเวณรอยต่อติดกับดีอาร์คองโกขั้นสูงสุดเพื่อเป็นมาตรการป้องกันล่วงหน้า เช่นเดียวกับทางการไนจีเรีย มหาอำนาจแห่งแอฟริกาตะวันตกที่ออกมาแถลงจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

ด้านองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ส่งสัญญาณเตือนอย่างเป็นทางการไปยังประเทศที่มีพรมแดนติดกัน ให้รีบเปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินและกระจายชุดตรวจแล็บไปยังพื้นที่ชายขอบทันที เพราะมีความเสี่ยงสูงมากที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อจริงในชุมชนจะพุ่งสูงกว่าที่ระบบสาธารณสุขท้องถิ่นประเมินไว้ เนื่องจากระบบสืบสวนโรคในพื้นที่สู้รบทางตะวันออกของคองโกยังคงมีรอยรั่วขนาดใหญ่

วิกฤตการณ์การระบาดของไวรัสอีโบลาสายพันธุ์บุนดิบูเกียวในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 นี้ กำลังก้าวเข้าสู่ภาวะสุ่มเสี่ยงและท้าทายระบบสาธารณสุขโลกอย่างทวีคูณ การแพร่กระจายเข้าสู่เขตเมืองใหญ่อย่างโกมาบวกกับการไม่มีวัคซีนรองรับ คือฝันร้ายที่อาจนำไปสู่ระบบสาธารณสุขล่มสลายในแอฟริกากลาง ข้อสังเกตสำคัญคือการที่สหรัฐฯ งัดมาตรการระงับวีซ่า 3 ประเทศเสี่ยงมาใช้ แสดงให้เห็นว่าชาติตะวันตกกำลังตื่นตระหนกและเลือกที่จะตัดท่อน้ำเลี้ยงทางการคมนาคมทันที เพื่อสกัดกั้นไม่ให้โรคร้ายข้ามพรมแดนมาสร้างความวินาศทางเศรษฐกิจรอบใหม่ในโลกสากล