svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

สังหาร "คามาเนอี" ไม่ทำอิหร่านสิ้นสภาพ อาจบานปลายเป็น "สงครามศาสนา"

01 มี.ค. 2569

สังหาร "คามาเนอี" ไม่ทำอิหร่านสิ้นสภาพ อาจบานปลายเป็น "สงครามศาสนา"เชื่อ "ทรัมป์" เปลี่ยนระบอบไม่ง่าย! ชี้ "สงครามข้อมูลข่าวสาร" ปริศนาชะตากรรมผู้นำสูงสุดอิหร่านในสมรภูมิ "Epic Fury"

1 มีนาคม 2569 ข่าวด่วนช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ (1 มี.ค.69) ตามเวลาในประเทศไทย ก็คือ ผู้นำสูงสุดของอิหร่านสิ้นชีพแล้ว 

 

สังหาร "คามาเนอี" ไม่ทำอิหร่านสิ้นสภาพ อาจบานปลายเป็น "สงครามศาสนา"

 

 

การสังหาร อยาตุลเลาะห์ อาลี คามาเนอี วัย 86 ปี ซึ่งปกครองสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1989 เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วภายหลังการโจมตีระลอกแรกๆ ของปฏิบัติการร่วมสหรัฐฯ กับอิสราเอล ในจุดยุทธศาสตร์หลักหลายเมืองสำคัญของอิหร่าน โดยเฉพาะเตหะราน 

 

สังหาร "คามาเนอี" ไม่ทำอิหร่านสิ้นสภาพ อาจบานปลายเป็น "สงครามศาสนา"

 

 

 

 

ช่วงแรกมีรายงานว่า การโจมตีเกิดขึ้นใกล้ๆ กับสถานที่พำนักของผู้นำสูงสุด และทำให้ คามาเนอี ได้รับบาดเจ็บ แต่ในเวลาต่อมา ทั้ง โดนัลด์ ทรัมป์ และ เบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำของสหรัฐฯ และอิสราเอล ต่างพากันยืนยันว่า ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิตแล้ว 

 

ดร.ศราวุฒิ อารีย์ ผู้อำนวยการศูนย์มุสลิมศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพิ่งให้สัมภาษณ์กับในรายการ “ข่าวข้นคนข่าว” ทางเนชั่นทีวี เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้าว่า

 

เป้าหมายลำดับแรกในปฏิบัติการของสหรัฐฯ และอิสราเอล คือการสังหารผู้นำอิหร่าน เหมือนกับที่เคยเห็นในกรณีของกลุ่มฮามาส และฮิซบอลเลาะห์ 

 

 

สังหาร "คามาเนอี" ไม่ทำอิหร่านสิ้นสภาพ อาจบานปลายเป็น "สงครามศาสนา" ดร.ศราวุฒิ อารีย์

 


 
เพราะ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เองก็ประกาศผ่านสื่อสังคมออนไลน์ของตนให้ประชาคมโลกเข้าใจได้แบบนั้น แม้จะไม่ได้พูดออกมาตรงๆ ก็ตาม โดยมีนัยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในอิหร่าน นั่นก็คือความหมายของการโค่นล้มระบอบอิหร่าน

 

แต่ อาจารย์ศราวุฒิ มองว่า การสังหารผู้นำอาจไม่ทำให้อิหร่านสิ้นสภาพ เพราะมีระบบสภาผู้เชี่ยวชาญในการคัดเลือกผู้นำใหม่ได้ทันที แต่อาจทำให้สถานการณ์บานปลายเป็น "สงครามศาสนา" เนื่องจากผู้นำสูงสุดเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของชาวชีอะห์ทั่วโลก 

 

สังหาร "คามาเนอี" ไม่ทำอิหร่านสิ้นสภาพ อาจบานปลายเป็น "สงครามศาสนา"

 

 

ผู้อำนวยการศูนย์มุสลิมศึกษา จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยังบอกว่า การเจรจาเรื่องข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่านที่ผ่านมาเป็นเพียง "ละคร" เพื่อดึงเวลา แท้จริงแล้วสหรัฐฯ และอิสราเอลมีเป้าหมายที่ไกลกว่านั้นคือ การเปลี่ยนระบอบการปกครอง หรือ Regime Change ในอิหร่าน 

 

แต่การเปลี่ยนระบอบในทันทีทำได้ยาก เพราะอิหร่านมีความแข็งแกร่งทางทหารสูง โดยเฉพาะการมีกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม หรือ IRGC จำนวนนับแสนนาย สหรัฐฯ จึงจะใช้ปฏิบัติการทางทหารเพื่อ สร้างความอ่อนแอให้ถึงที่สุด คล้ายกับกรณีของอิรักในอดีตที่ใช้การคว่ำบาตรและโจมตีต่อเนื่องจนไร้เขี้ยวเล็บก่อนจะเข้ายึดครอง 

 

“สหรัฐฯและอิสราเอลมองว่า ถ้าสังหารผู้นำได้ จะทำให้อิหร่านอ่อนแอ แต่ในมุมมองของผมคิดว่าจะทำให้สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนและบานปลาย เพราะก่อนหน้านี้ผู้นำทางศาสนาอิหร่านก็เคยออกมาประกาศชัดว่า ถ้าผู้นำถูกสังหารจะกลายเป็น ‘สงครามศาสนา’ เพราะประชากรชาวชีอะห์ซึ่งมีอยู่เยอะมากทั่วตะวันออกกลางจะเข้ามามีส่วนร่วม ทำให้สถานการณ์ลุกลามบานปลายจนควบคุมไม่ได้”

“หากผู้นำสูงสุดเสียชีวิต อำนาจมีแนวโน้มจะถูกถ่ายโอนไปยังกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม หรือ IRGC ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเข้มแข็ง ทำให้การต่อสู้ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ประกอบกับโครงสร้างของอิหร่านมี ‘สภาผู้เชี่ยวชาญ’ ที่ทำหน้าที่คัดเลือกผู้นำใหม่เตรียมพร้อมไว้อยู่แล้ว ดังนั้นการสังหารบุคคลเพียงคนเดียวจึงอาจไม่ทำให้ระบบสิ้นสภาพลง”

 

อาจารย์ศราวุฒิ คาดการณ์ว่า สถานการณ์กำลังยกระดับเป็นสงครามระดับภูมิภาค เห็นได้จากการที่อิหร่านตอบโต้สหรัฐฯและอิสราเอลแทบจะทันทีด้วยการยิงขีปนาวุธใส่ฐานทัพสหรัฐฯ ในกลุ่มประเทศอ่าว (GCC) หลายแห่ง 

 

อนึ่ง กลุ่มประเทศอ่าว หรือ Gulf Cooperation Council เป็นสภาความร่วมมือของ 6 ประเทศอาหรับในภูมิภาคตะวันออกกลาง ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย คูเวต โอมาน กาตาร์ บาห์เรน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จัดตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1981 เพื่อความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การเมือง และความมั่นคง โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงริยาด ซาอุดีอาระเบีย 

 

 

 

การตอบโต้ของอิหร่านเกิดขึ้นต่อฐานทัพของสหรัฐฯในกลุ่มประเทศอ่าว 5 ประเทศ ยกเว้นโอมาน 

 

อาจารย์ศราวุฒิ เชื่อว่า หากอิหร่านถูกต้อนจนมุมหรือได้รับความเสียหายอย่างหนัก อิหร่านจะใช้ไม้ตายสุดท้ายคือ การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจและระบบการขนส่งน้ำมันของโลก

 

สำหรับ “ช่องแคบฮอร์มุซ” มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์โลกอย่างมาก ตั้งอยู่ระหว่างอ่าวโอมาน กับอ่าวเปอร์เซีย ฝั่งหนึ่งเป็นโอมาน ฝั่งหนึ่งคืออิหร่าน ถือเป็นทางออกมหาสมุทรทางเดียวของประเทศที่ส่งออกน้ำมันในอ่าวเปอร์เซีย และมีการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เป็นจำนวน 40% ของการขนส่งทางเรือทั้งหมด และ 20% ของการขนส่งน้ำมันทั่วโลก

อีกหนึ่งช่องทางการต่อสู้ของอิหร่าน อาจารย์ศราวุฒิ ชี้ว่า คือการใช้สงครามผ่านตัวแทน โดยกลุ่มพันธมิตรของอิหร่าน เช่น กลุ่มฮูตีในเยเมน ได้ประกาศตัวพร้อมร่วมรบและเริ่มปฏิบัติการโจมตีในทะเลแดงเพื่อกดดันสหรัฐฯ และอิสราเอลอีกทางหนึ่ง

 

 

 


สงครามข้อมูลข่าวสาร: ปริศนาชะตากรรมผู้นำสูงสุดอิหร่านในสมรภูมิ "Epic Fury"

 

หลังปฏิบัติการโจมตีร่วมระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล ประเด็นที่ร้อนแรงที่สุดในขณะนี้คือ "อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิตแล้วจริงหรือไม่?" 

 

ซึ่งกลายเป็นบททดสอบสำคัญของสงครามข้อมูลข่าวสาร (Information Warfare) ระหว่างสองขั้วอำนาจ

 

1. สถานะปัจจุบัน: ข้อมูลที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรง

ในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศผ่านวิดีโอแถลงการณ์และสื่อสังคมออนไลน์ยืนยันว่า ผู้นำสูงสุดวัย 86 ปี ได้เสียชีวิตแล้วจากการโจมตีอาคารที่พักในเตหะราน พร้อมระบุว่านี่คือ "โอกาสทอง" ของชาวอิหร่านในการทวงคืนประเทศ ด้านนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ก็ออกมาสมทบว่ามี "สัญญาณที่ชัดเจน" ถึงการสูญเสียครั้งใหญ่ของระบอบอิหร่าน


ทว่าในทางกลับกัน รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน อับบาส อารักชี ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อ NBC ว่าผู้นำสูงสุด "ยังมีชีวิตอยู่"และตราหน้าข่าวลือจากวอชิงตันว่าเป็นเพียง "สงครามจิตวิทยา" เพื่อสร้างความระส่ำระสายภายในประเทศ ขณะที่องค์การสหประชาชาติ (UN) โดยเลขาธิการอันโตนิโอ กูเตอร์เรส ระบุว่ายังไม่สามารถยืนยันข้อเท็จจริงนี้ได้ในขณะนี้

 

2. เกณฑ์การพิสูจน์ข้อเท็จจริง (How to Verify)

ในภาวะสงครามที่เต็มไปด้วยการโฆษณาชวนเชื่อ การยืนยันความจริงต้องอาศัย "ตัวชี้วัดที่เป็นรูปธรรม" ดังนี้:

 • การประกาศผ่านสื่อของรัฐอิหร่าน (IRIB): โดยปกติหากผู้นำระดับสูงเสียชีวิต รัฐบาลอิหร่านจะมีการประกาศไว้อาลัยอย่างเป็นทางการและเปิดบทสวดทางศาสนา หากยังไม่มีการประกาศนี้ ความน่าจะเป็นยังก้ำกึ่ง
 • หลักฐานการมีชีวิต (Proof of Life): หากคาเมเนอียังมีชีวิตอยู่ อิหร่านจำเป็นต้องปล่อยคลิปวิดีโอหรือเสียงแถลงการณ์ปัจจุบันเพื่อสยบข่าวลือ หากเนิ่นนานไปโดยไม่มีความเคลื่อนไหว น้ำหนักของข่าวลือจะเพิ่มมากขึ้น
 • ภาพถ่ายดาวเทียมและข่าวกรองอิสระ: สำนักข่าวชั้นนำอย่าง The New York Times และ AP กำลังวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมบริเวณที่พำนัก หากพบการทำลายล้างที่รุนแรงถึงระดับบังเกอร์ใต้ดิน จะเป็นหลักฐานสนับสนุนคำกล่าวของทรัมป์

 

3. ผลกระทบต่อดุลอำนาจและรัฐธรรมนูญ

หากข่าวการเสียชีวิตเป็นความจริง สถานการณ์จะเปลี่ยนไปจากการ "ทำสงคราม" สู่การ "เปลี่ยนระบอบปกครอง" (Regime Change) ทันที ซึ่งจะยิ่งทำให้ข้อพิพาทเรื่องการใช้อำนาจของประธานาธิบดีในสภาคองเกรสทวีความรุนแรงขึ้น ฝ่ายค้านจะตั้งคำถามว่าประธานาธิบดีมีสิทธิ์สังหารผู้นำต่างชาติโดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากสภาหรือไม่ ซึ่งเป็นประเด็นอ่อนไหวตามกฎหมายระหว่างประเทศและรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ

 

สรุป: ปัจจุบันสถานะของผู้นำอิหร่านยังคงเป็น "ปริศนา" ภายใต้ภาวะ Digital Blackout ที่อิหร่านตัดการสื่อสารเกือบทั้งหมด ข้อมูลที่ไหลออกมาจึงต้องถูกกลั่นกรองอย่างระมัดระวัง เพราะนี่ไม่ใช่แค่การรบด้วยอาวุธ แต่เป็นการรบด้วยความจริงและความเชื่อเพื่อชิงความได้เปรียบทางการเมือง
 

 

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : "ทรัมป์" ประกาศ "คามาเนอี" ผู้นำสูงสุดอิหร่านสิ้นชีพแล้ว ด้าน "อดีตมกุฎราชกุมารอิหร่าน" โพสต์เฉลิมฉลอง "คามาเนอี" สิ้นชีพ

 

 

Donald J. Trump