svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

ปล่อยตัว "อดีตเจ้าชายแอนดรูว์" หลังสอบเครียด 11 ชม. "คิงชาร์ลส์" ย้ำกฎหมายต้องเป็นกฎหมาย

20 ก.พ. 2569

ตำรวจอังกฤษปล่อยตัว "แอนดรูว์ เมานต์แบตเทน-วินด์เซอร์" หลังสอบปากคำนานกว่า 11 ชั่วโมงปมเอี่ยวคดีเอปสไตน์ ด้าน "กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3" ออกแถลงการณ์ด่วน ยืนยันพร้อมร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เต็มที่ และย้ำชัดไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย

ความคืบหน้ากรณีประวัติศาสตร์ ของราชวงศ์อังกฤษยุคใหม่ หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเทมส์ วัลเลย์ (Thames Valley Police) ได้บุกจับกุม แอนดรูว์ เมานต์แบตเทน-วินด์เซอร์ วัย 66 ปี หรือ อดีตเจ้าชายแอนดรูว์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ล่าสุดมีรายงานว่าเขาได้รับการปล่อยตัวจากการควบคุมตัวแล้วในช่วงดึกของวันเดียวกัน หลังจากถูกนำตัวไปสอบปากคำอย่างเคร่งเครียดเป็นเวลานานกว่า 11 ชั่วโมง ณ สถานีตำรวจในมณฑลนอร์ฟอล์ก

การปล่อยตัวในครั้งนี้เป็นการปล่อยตัวภายใต้การสืบสวน (Released under investigation) โดยยังไม่มีการตั้งข้อหาทางอาญาใดๆ ซึ่งตามกฎหมายของสหราชอาณาจักร ตำรวจจะมีเวลาประมาณ 24 ชั่วโมงในการตัดสินใจว่าจะสั่งฟ้องหรือปล่อยตัวชั่วคราวเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ระบุว่าปฏิบัติการตรวจค้นที่พักในมณฑลนอร์ฟอล์กและเบิร์กเชียร์ได้สิ้นสุดลงแล้วเป็นที่เรียบร้อย

ท่าทีเด็ดขาดจาก "กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3"

ทางด้าน พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ซึ่งทรงปรากฏพระองค์ในงานเปิดตัวลอนดอน แฟชั่น วีค เมื่อวันพฤหัสบดี ได้ออกแถลงการณ์ผ่านสำนักพระราชวังถึงกรณีของพระอนุชาด้วยท่าทีที่เคร่งขรึมและเด็ดขาด โดยทรงระบุว่าทรงได้รับทราบข่าวด้วยความกังวลอย่างยิ่ง และย้ำว่ากระบวนการยุติธรรมจะต้องดำเนินไปอย่างยุติธรรมและเหมาะสมที่สุด

แถลงการณ์ระบุคำพูดของพระเจ้าชาร์ลส์อย่างชัดเจนว่า

"สิ่งที่ต้องเกิดขึ้นต่อจากนี้คือกระบวนการที่ยุติธรรมและถูกต้องตามกฎหมายโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในเรื่องนี้ ข้าพเจ้าขอย้ำอีกครั้งว่าพวกเขาจะได้รับการสนับสนุนและความร่วมมืออย่างเต็มที่จากเรา... ข้าพเจ้าขอประกาศให้ชัดเจนว่า กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย"

ปมเหตุ "ประพฤติมิชอบ" ที่นำไปสู่การจับกุม

คดีนี้มุ่งเป้าไปที่ข้อหา "ต้องสงสัยประพฤติมิชอบในตำแหน่งหน้าที่" (Misconduct in public office) ในช่วงที่อดีตเจ้าชายแอนดรูว์ดำรงตำแหน่งทูตพิเศษด้านการค้าระหว่างประเทศของสหราชอาณาจักร (ปี 2001-2011) โดยตำรวจกำลังตรวจสอบข้อมูลจากเอกสารลับกว่า 3 ล้านหน้าที่เปิดเผยในสหรัฐฯ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าเขาอาจแชร์รายงานการค้าที่เป็นความลับให้กับ เจฟฟรีย์ เอปสไตน์ อาชญากรทางเพศผู้ล่วงลับ โดยเฉพาะข้อมูลจากการเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อปี 2010

ทางด้านครอบครัวของ เวอร์จิเนีย จุฟเฟร ผู้เสียหายที่เคยฟ้องร้องอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ ได้ออกมาแสดงความยินดีต่อการสืบสวนครั้งนี้ โดยระบุว่านี่คือความรับผิดชอบที่รอคอยมานาน และเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย แม้แต่สมาชิกราชวงศ์ก็ตาม

ซึ่งหากเขาถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหานี้จริง อาจต้องเผชิญกับโทษสูงสุดคือการจำคุกตลอดชีวิต ขึ้นอยู่กับความร้ายแรงของพยานหลักฐานที่จะปรากฏต่อไป