พายุฤดูหนาวถล่มสหรัฐฯ เที่ยวบินยกเลิกนับหมื่น ไฟดับวงกว้าง
25 ม.ค. 2569 | apirak_pra

พายุฤดูหนาวถล่มสหรัฐฯ กระทบคนกว่า 180 ล้านคน เที่ยวบินยกเลิกสะสมนับหมื่น ไฟดับพุ่งแสนครัวเรือน ประกาศภาวะฉุกเฉินรับมือความหนาวจัด
ข่าว
25 ม.ค. 2569 | apirak_pra

พายุฤดูหนาวถล่มสหรัฐฯ กระทบคนกว่า 180 ล้านคน เที่ยวบินยกเลิกสะสมนับหมื่น ไฟดับพุ่งแสนครัวเรือน ประกาศภาวะฉุกเฉินรับมือความหนาวจัด
KEY
POINTS
พายุฤดูหนาวถล่มสหรัฐฯ สร้างความโกลาหลครั้งใหญ่ในรอบหลายปี โดยพายุฤดูหนาว "เฟิร์น" (Winter Storm Fern) ได้พัดถล่มพื้นที่เป็นแนวยาวตั้งแต่เทือกเขาร็อกกีทางตอนใต้ไปจนถึงเขตนิวอิงแลนด์ ส่งผลกระทบต่อประชากรมากกว่า 180 ล้านคน หรือกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งหมดในสหรัฐอเมริกา สภาพอากาศที่เลวร้ายมีทั้งหิมะตกหนัก ลูกเห็บ และฝนเยือกแข็งที่เปลี่ยนถนนหนทางให้กลายเป็นลานน้ำแข็งที่อันตรายอย่างยิ่ง
สถานการณ์ด้านการคมนาคมเข้าขั้นวิกฤต โดยข้อมูลจากเว็บไซต์ FlightAware และ Cirium ระบุว่ามีการยกเลิกเที่ยวบินในวันเสาร์ไปแล้วกว่า 4,000 เที่ยวบิน และในวันอาทิตย์อีกกว่า 9,000 เที่ยวบิน รวมสะสมกว่า 13,000 เที่ยวบิน ถือเป็นการยกเลิกเที่ยวบินครั้งใหญ่ที่สุดในวันเดียวนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายการบินยักษ์ใหญ่อย่าง Delta Air และ JetBlue ต้องประกาศปรับตารางบินแทบทุกเที่ยวบิน พร้อมเตือนผู้โดยสารให้เฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน โดยเฉพาะในศูนย์กลางการบินหลักอย่างแอตแลนตา บอสตัน และนิวยอร์ก
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศให้พายุครั้งนี้เป็นพายุ "ประวัติศาสตร์" พร้อมลงนามอนุมัติคำประกาศภัยพิบัติฉุกเฉินระดับรัฐบาลกลางใน 12 รัฐ ได้แก่ เซาท์แคโรไลนา, เวอร์จิเนีย, เทนเนสซี, จอร์เจีย, นอร์ทแคโรไลนา, แมริแลนด์, อาร์คันซอ, เคนทักกี, ลุยเซียนา, มิสซิสซิปปี, อินเดียนา และเวสต์เวอร์จิเนีย เพื่อเร่งส่งความช่วยเหลือไปยังพื้นที่ประสบภัยอย่างเร่งด่วน
นักอุตุนิยมวิทยาจากศูนย์พยากรณ์อากาศแห่งชาติ (NWS) ระบุว่าพายุลูกนี้มีความรุนแรงและขอบเขตกว้างขวางที่สุดในฤดูกาล โดยเฉพาะในพื้นที่ตอนใต้ของลุยเซียนา มิสซิสซิปปี และเทนเนสซี ที่คาดว่าจะมีน้ำแข็งเกาะหนาถึง 1 นิ้ว ซึ่งสร้างความเสียหายได้รุนแรงเทียบเท่ากับพายุเฮอริเคน
ขณะนี้รัฐบาลกลางและหน่วยงานท้องถิ่นกำลังเร่งระดมทีมเจ้าหน้าที่สาธารณูปโภคเพื่อซ่อมแซมระบบไฟฟ้า และขอความร่วมมือประชาชนให้กักตุนอาหารและเชื้อเพลิงให้เพียงพอสำหรับการใช้ชีวิตในบ้านอย่างน้อย 72 ชั่วโมง จนกว่าสถานการณ์จะเริ่มคลี่คลาย