svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

"ทรัมป์" ขู่ใช้กำลังทหารยึด "กรีนแลนด์" ทำเนียบขาวยันเป็นภารกิจความมั่นคงสูงสุด

07 ม.ค. 2569

ทำเนียบขาวประกาศกร้าว "กำลังทหาร" คือทางเลือกในการครอบครองกรีนแลนด์ เพื่อสกัดอิทธิพลรัสเซีย-จีนในอาร์กติก ขณะที่เดนมาร์กและพันธมิตรยุโรปผนึกกำลังโต้กลับ เตือนหากสหรัฐฯ บุกจริงเท่ากับจุดจบของนาโต้ (NATO)

ทำเนียบขาวประกาศกร้าว "กำลังทหาร" คือทางเลือกในการครอบครองกรีนแลนด์ เพื่อสกัดอิทธิพลรัสเซีย-จีนในอาร์กติก ขณะที่เดนมาร์กและพันธมิตรยุโรปผนึกกำลังโต้กลับ เตือนหากสหรัฐฯ บุกจริงเท่ากับจุดจบของนาโต้ (NATO)

KEY

POINTS

  • ทำเนียบขาวประกาศว่าการควบคุมกรีนแลนด์เป็นภารกิจความมั่นคงสูงสุด และขู่ว่าอาจใช้กำลังทหารเข้ายึดครองเพื่อคานอำนาจรัสเซียและจีนในอาร์กติก
  • ชาติยุโรปและเดนมาร์กออกมาประณามอย่างรุนแรง โดยเตือนว่าการโจมตีชาติสมาชิก NATO ด้วยกันเองจะนำไปสู่การล่มสลายของพันธมิตร
  • แม้จะมีการขู่ใช้กำลัง แต่เป้าหมายหลักของสหรัฐฯ ยังคงเป็นการพยายาม "ซื้อ" ดินแดน หรือทำข้อตกลงเพื่อให้สามารถเข้าถึงทรัพยากรและตั้งฐานทัพได้

จุดมุ่งหมายของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ในการครอบครอง "กรีนแลนด์" ดินแดนยุทธศาสตร์ในปกครองของเดนมาร์ก ได้ก้าวข้ามขอบเขตของการเจรจาธุรกิจไปสู่ความตึงเครียดทางการทหารอย่างเต็มรูปแบบ เมื่อทำเนียบขาวออกมาแถลงยืนยันอย่างเป็นทางการว่า การเข้าควบคุมเกาะที่มีทรัพยากรแร่ธาตุมหาศาลแห่งนี้คือ "ความสำคัญลำดับแรกของความมั่นคงแห่งชาติ" และยังระบุว่า "การใช้กำลังทหารเป็นทางเลือกที่อยู่บนโต๊ะเสมอ" ในฐานะผู้บัญชาการทหารสูงสุด

แหล่งข่าวระดับสูงจากรัฐบาลสหรัฐฯ เปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ทรัมป์ตั้งเป้าที่จะบรรลุภารกิจนี้ให้ได้ภายในปี 2029 หรือก่อนที่เขาจะครบวาระสมัยที่สอง โดยมองว่ากรีนแลนด์คือจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการยับยั้งอิทธิพลของคู่แข่งอย่างรัสเซียและจีนในภูมิภาคอาร์กติก ซึ่งปัจจุบันเต็มไปด้วยการแข่งขันด้านเส้นทางเดินเรือและทรัพยากรธรรมชาติที่ซ่อนอยู่ภายใต้น้ำแข็ง แม้ทรัมป์จะชื่นชอบการ "ทำดีล" หรือการขอซื้อดินแดนเหมือนที่เคยพยายามทำในสมัยแรก แต่ท่าทีล่าสุดที่ดุดันขึ้นสะท้อนว่าสหรัฐฯ พร้อมจะก้าวข้ามกรอบจารีตทางการทูตหากไม่ได้รับความร่วมมือ

ยุโรปรวมพลังต้าน! เตือนสหรัฐฯ อย่าล้ำเส้นอธิปไตย

คำประกาศของทำเนียบขาวสร้างความโกรธแค้นและวิตกกังวลไปทั่วทั้งยุโรป ผู้นำจากสหราชอาณาจักร, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, อิตาลี, โปแลนด์ และสเปน ได้ออกมาแสดงจุดยืนร่วมกับเดนมาร์กอย่างพร้อมเพรียง โดยยืนยันถึงหลักการสากลเรื่อง "บูรณภาพแห่งดินแดน" และความเป็นเอกราชของรัฐอธิปไตย

เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ได้กล่าวอย่างชัดเจนหลังการหารือกับ เมตเต เฟรเดอริกเซน นายกรัฐมนตรีเดนมาร์กที่ปารีสว่า "อนาคตของกรีนแลนด์ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของชาวกรีนแลนด์และราชอาณาจักรเดนมาร์กเท่านั้น" ขณะที่เฟรเดอริกเซนได้ส่งคำเตือนที่รุนแรงที่สุดว่า หากสหรัฐฯ ซึ่งเป็นสมาชิกที่ทรงอำนาจที่สุดของ NATO เลือกที่จะโจมตีทางทหารต่อสมาชิกในกลุ่มเดียวกัน นั่นหมายถึงการล่มสลายของพันธมิตรความมั่นคงที่ปกป้องโลกมาตั้งแต่จบสงครามโลกครั้งที่สอง

สเตเฟน มิลเลอร์ ชี้โลกหมุนด้วย "อำนาจ" ยันยุโรปไม่กล้าแลก

ท่ามกลางเสียงประณาม สเตเฟน มิลเลอร์ รองหัวหน้าคณะทำงานทำเนียบขาวและคนสนิทของทรัมป์ ได้ออกมาตอกย้ำนโยบายเชิงรุกผ่านสื่อ CNN โดยระบุอย่างไม่แยแสว่ายุโรปจะไม่มีวันกล้าเปิดศึกกับสหรัฐฯ เพื่อปกป้องกรีนแลนด์

"เราอยู่ในโลกแห่งความจริงที่ปกครองด้วยความแข็งแกร่งและอำนาจ นี่คือกฎเหล็กของโลกตั้งแต่เริ่มมีกาลเวลา" มิลเลอร์ ย้ำ

คำพูดนี้ยิ่งเป็นการเติมเชื้อไฟให้เห็นว่ารัฐบาลทรัมป์กำลังนำหลักการจัดระเบียบโลกใหม่มาใช้อย่างเต็มตัว โดยมองว่าสหรัฐฯ มีอำนาจเหนือกว่ากฎหมายระหว่างประเทศในซีกโลกตะวันตก

อย่างไรก็ตาม มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ ได้พยายามลดอุณหภูมิความร้อนแรงลงเล็กน้อยในการบรรยายสรุปส่วนตัวกับสภาคองเกรส โดยระบุว่าสหรัฐฯ ยังไม่ได้เตรียมแผนการบุกโจมตีในเร็วๆ นี้ แต่เป้าหมายหลักยังคงเป็นการพยายาม "ซื้อ" กรีนแลนด์ หรือทำข้อตกลงเขตการค้าเสรี (Compact of Free Association) ที่จะช่วยให้สหรัฐฯ เข้าถึงทรัพยากรและตั้งฐานทัพได้อย่างมั่นคง โดยไม่ต้องผนวกเป็นรัฐใหม่ของอเมริกา