เนชั่นทีวี

ข่าว

อ่วมรับปีใหม่! คนอเมริกันนับล้านช็อก เบี้ยประกันสุขภาพพุ่งพรวด 114%

02 ม.ค. 2569

อ่วมรับปีใหม่! คนอเมริกันนับล้านช็อก เบี้ยประกันสุขภาพพุ่งพรวด 114%

ชาวอเมริกันกว่า 20 ล้านคนเผชิญวิกฤตค่าใช้จ่ายรับปี 2026 หลังมาตรการช่วยเหลือค่าประกันสุขภาพ (ACA) หมดอายุ ทำเบี้ยประกันพุ่งเฉลี่ย 114% ท่ามกลางความล้มเหลวในการเจรจาของสภาคองเกรส

เข้าสู่ปี 2026 อย่างยากลำบากสำหรับชาวอเมริกันหลายล้านคน เมื่อเงินอุดหนุนภาษีภายใต้กฎหมาย Affordable Care Act (ACA) ที่เคยช่วยลดภาระค่าเบี้ยประกันสุขภาพได้สิ้นสุดลงเมื่อคืนที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้ที่ซื้อประกันเองผ่านรัฐบาล (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระ เจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก และเกษตรกร) ต้องเผชิญกับราคาเบี้ยประกันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหัน

จากการวิเคราะห์ของมูลนิธิ KFF พบว่า ผู้เอาประกันกว่า 20 ล้านคนจะเห็นราคาเบี้ยประกัน พุ่งสูงขึ้นเฉลี่ยถึง 114% ในปี 2026 นี้ ตัวอย่างที่น่าตกใจคือกรณีของแม่เลี้ยงเดี่ยวรายหนึ่งที่ค่าเบี้ยประกันกระโดดจากเดือนละ 85 ดอลลาร์ (ประมาณ 2,900 บาท) กลายเป็น 750 ดอลลาร์ (ประมาณ 26,000 บาท) ต่อเดือน

การเมืองติดหล่ม: สภาคองเกรสหาทางออกไม่ได้

วิกฤตครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากความล้มเหลวในการเจรจาระหว่างพรรคเดโมแครตและรีพับลิกัน แม้จะมีการชัตดาวน์หน่วยงานรัฐนานถึง 43 วันเพื่อกดดันในประเด็นนี้ แต่สุดท้ายก็ไม่มีฝ่ายใดสามารถผลักดันร่างกฎหมายต่ออายุเงินช่วยเหลือได้ทันเวลา

ขณะที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เคยส่งสัญญาณพร้อมหาทางออก แต่ต้องถอยหลังกลับหลังจากถูกกดดันจากกลุ่มอนุรักษ์นิยมในพรรค ส่งผลให้การแก้ปัญหาถูกโยนไปที่การโหวตในสภาผู้แทนราษฎรช่วงเดือนมกราคมนี้ ซึ่งยังไม่มีความแน่นอนว่าจะผ่านความเห็นชอบหรือไม่

ผลกระทบลูกโซ่: คาดคนนับล้านยอมทิ้งประกัน

นักวิเคราะห์ด้านสาธารณสุขคาดการณ์ว่า เบี้ยประกันที่แพงขึ้นจะทำให้ชาวอเมริกันราว 4.8 ล้านคน เลือกที่จะสละสิทธิ์การมีประกันสุขภาพ เนื่องจากแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ซึ่งกลุ่มที่ทิ้งประกันส่วนใหญ่จะเป็นคนหนุ่มสาวที่มีสุขภาพแข็งแรง สิ่งนี้จะส่งผลเสียย้อนกลับมาที่ระบบประกันสุขภาพ ทำให้ค่าเบี้ยประกันในปีต่อ ๆ ไปยิ่งแพงขึ้นสำหรับผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่ยังคงอยู่ในระบบ

เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นการเมืองที่ร้อนแรงที่สุดก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในปีนี้ เนื่องจาก "ค่าครองชีพ" และ "ราคาค่ารักษาพยาบาล" คือสิ่งที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งกังวลใจมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง