เนชั่นทีวี

ข่าว

กางผลกระทบจากการชัตดาวน์อเมริกา หลังงบฯปี 2026 ไม่ผ่าน

01 ต.ค. 2568

กางผลกระทบจากการชัตดาวน์อเมริกา หลังงบฯปี 2026 ไม่ผ่าน

ผลกระทบจากการชัตดาวน์อเมริกา หลังวุฒิสภาไม่สามารถจะรวบรวมเสียงให้ผ่านงบประมาณประจำปี 2026 ได้ ส่งผลให้ปิดหน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ

1 ตุลาคม 2568  นายกฤษฎา บุญเรือง นักวิชาการอิสระ จากรัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา เผยถึงผลกระทบจากเหตุการณ์ ชัตดาวน์อเมริกา ระบุว่า การปิดหน่วยงานของรัฐบาลกลางแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. Government Shutdown) เกิดขึ้นแล้วเมื่อเวลา 12.01 น. ของวันที่ 1 ตุลาคม ค.ศ. 2025 หลังจากที่วุฒิสภาไม่สามารถจะรวบรวมเสียงให้ผ่านงบประมาณประจำปี 2026 ได้ 

 

การผ่านงบประมาณประจำปีจะต้องได้รับคะแนนจากวุฒิสมาชิกไม่ต่ำกว่า 60 คนจากจำนวนทั้งหมด 100 คน ซึ่งแตกต่างจากงบประมาณย่อยระหว่างปีซึ่งใช้คะแนนเพียงแค่ 51 เสียง (สภาผู้แทนฯผ่านงบประมาณนี้มาแล้วเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2025 และส่งต่อมาที่วุฒิสภา)

กฤษฎา บุญเรือง

 

การเจรจาต่อรองของทำเนียบขาวและพรรคการเมืองหลักทั้งสองของสหรัฐฯล้มเหลว โดยฝ่ายรัฐบาลได้รับคะแนนเสียงเพียงแค่ 55 เสียงเท่านั้น 

 

หลังชัตดาวน์สหรัฐหน่วยงานทุกกระทรวง ต้องเริ่มจัดการหยุดงานตามความจำเป็นก่อนหลัง ซึ่งคาดว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลกลางประมาณ 800,000 คน จะต้องหยุดงานทันทีโดยไม่มีกำหนด ส่วนอีกประมาณ 1,300,000 คน เป็นตำแหน่งที่มีความจำเป็น (essential) ต้องรายงานตัวเข้าทำงานตามปกติ แต่จะไม่รับเงินเดือนในขณะนี้ และจะต้องรอจนเมื่องบประมาณได้รับอนุมัติแล้ว 

กางผลกระทบจากการชัตดาวน์อเมริกา หลังงบฯปี 2026 ไม่ผ่าน

 

พรรคการเมืองทั้งสองฝ่ายไม่ยอมซึ่งกันและกัน และกล่าวโทษฝั่งตรงข้ามว่าเป็นฝ่ายผิด โดยเชื่อมั่นว่าชาวอเมริกันสนับสนุนในหลักการของฝ่ายตน ซึ่งในกรณีนี้ฝ่ายเดโมแครตยืนกรานว่า จะต้องจัดงบประมาณสนับสนุนการประกันสุขภาพ ACA และจัดสรรคืน Medicaid ซึ่งถูกตัดออกและกระทบต่อชาวอเมริกันกว่า 17 ล้านคน ฯลฯ 

 

การปิดทำการของรัฐบาลกลางจะนำมาสู่ผลเสียหายต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของสหรัฐฯเป็นวงกว้างและรุนแรงแบบลูกโซ่ทั่วประเทศและทั่วโลก 

 

  • หากปิดทำการเป็นระยะสั้น เช่น หนึ่งสัปดาห์ก็คงไม่เป็นปัญหามากนัก  
  • หากปิดเป็นเวลาหลายสัปดาห์คงสร้างความเสียหายบ้าง 
  • แต่ที่น่ากลัวคือการปิดระยะยาวเช่น 35+ วันขึ้นไปอย่างที่เคยเป็นมาแล้วเมื่อปี ค.ศ. 2019 สมัยรัฐบาลทรัมป์ 1.0

 

กางผลกระทบจากการชัตดาวน์อเมริกา หลังงบฯปี 2026 ไม่ผ่าน

 

รายละเอียดผลกระทบสำคัญของการปิดหน่วยงานโดยทั่วไป

 

1.ผลกระทบโดยตรงต่อบริการภาครัฐ

 

ผลกระทบที่เกิดขึ้นทันทีและเห็นได้ชัดเจนที่สุด คือความแตกต่างระหว่างเจ้าหน้าที่และบริการของรัฐบาลกลาง ‘จำเป็น (essential)’ และ ‘ไม่จำเป็น (non-essential)’

 

1.1  หยุดให้บริการบริการที่ไม่จำเป็น 

สวนสาธารณะและพิพิธภัณฑ์ อุทยานแห่งชาติและอนุสรณ์สถาน ส่งผลกระทบต่อรายได้จากการท่องเที่ยวและการบำรุงรักษา

งานด้านกฎระเบียบ เช่น การขอใบอนุญาตใหม่ การขอทุน และการตรวจสอบสิ่งแวดล้อมบางส่วนหยุดให้บริการ ความล่าช้าของหนังสือเดินทางและวีซ่า

 

1.2 บริการที่จำเป็นยังคงดำเนินต่อไป 

(ยังคงดำเนินต่อไปเนื่องจากได้รับอนุญาตตามกฎหมายถาวร ไม่ใช่งบประมาณรายปี)

  • ความปลอดภัย ความมั่นคง และโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติที่สำคัญโดยทั่วไป
  • การป้องกันประเทศ กองทัพ ตำรวจตระเวนชายแดน เจ้าหน้าที่ TSA และเจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศ
  • บริการฉุกเฉิน ตำรวจ นักดับเพลิง และเจ้าหน้าที่การแพทย์ฉุกเฉิน
  • สวัสดิการบังคับ เช็คประกันสังคม เงินช่วยเหลือ Medicare และสวัสดิการทหารผ่านศึก

 

2.ผลกระทบทางเศรษฐกิจและการเงิน

 

การปิดหน่วยงานส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจ ก่อให้เกิดความไม่แน่นอนทางการเงินและการสูญเสียที่วัดได้ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP)

 

2.1 การสูญเสียผลผลิต

แรงงานรัฐบาลกลางที่ถูกพักงานไม่สามารถสร้างผลงานทางเศรษฐกิจได้ นำไปสู่การสูญเสียผลผลิตของรัฐบาลโดยตรง ในการปิดหน่วยงานครั้งใหญ่ที่ผ่านมา ทุกๆ สัปดาห์ของการปิดหน่วยงานทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ สูญเสียเงินหลายพันล้านดอลลาร์

 

2.2 ความตึงเครียดทางการเงินของแรงงาน 

พนักงานรัฐบาลกลางหลายแสนคน (ทั้งที่ถูกพักงานและเจ้าหน้าที่สำคัญที่ทำงานโดยไม่ได้รับค่าจ้าง) เผชิญกับความยากลำบากทางการเงินอย่างฉับพลัน ส่งผลให้พวกเขาต้องลดการใช้จ่าย ส่งผลกระทบต่อธุรกิจท้องถิ่นและลดความเชื่อมั่นของผู้บริโภค

 

2.3 ภาวะธุรกิจชะลอตัว

ธุรกิจที่ต้องพึ่งพารัฐบาลกลาง ไม่ว่าจะเป็นผู้รับเหมา ผู้รับทุน และผู้ที่ต้องการใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแล ต่างเห็นรายได้หดหายหรือโครงการหยุดชะงัก ส่งผลกระทบต่อการลงทุนภาคเอกชน

 

2.4 ความไม่แน่นอนของตลาด

ตลาดการเงินมักมีปฏิกิริยาเชิงลบต่อการปิดหน่วยงานของรัฐบาล เนื่องจากความไม่มั่นคงทางการเมืองและความเชื่อมั่นที่ลดลง

 

3.ผลกระทบระยะยาวและทางอ้อม

 

ความเสียหายขยายวงกว้างเกินกว่าวันที่รัฐบาลปิดทำการ ส่งผลกระทบต่องานวิจัย สาธารณสุข และขวัญกำลังใจของชาติ

 

3.1 สาธารณสุขและความปลอดภัย

  • หน่วยงานต่างๆ เช่น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา FDA  อาจชะลอการตรวจสอบความปลอดภัยของอาหาร 
  • งานวิจัยที่สถาบันสุขภาพแห่งชาติ (NIH)หยุดชะงัก ทำให้การค้นพบทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญและการทดลองทางคลินิกล่าช้า

 

3.2 การสูญเสียความเชี่ยวชาญ การปิดหน่วยงานบ่อยครั้งหรือเป็นเวลานานอาจบั่นทอนขวัญกำลังใจของพนักงานรัฐบาลกลาง ทำให้พนักงานที่มีประสบการณ์หันไปหางานที่มั่นคงกว่าที่ไม่ใช่ภาครัฐ ซึ่งส่งผลให้สูญเสียความรู้และความเชี่ยวชาญจากสถาบันในระยะยาว

 

3.3 ความเสียหายต่อนโยบายต่างประเทศและการทูต

เมื่อรัฐบาลสหรัฐฯ ดูเหมือนจะไม่สามารถบริหารจัดการกิจการของตนเองได้ รัฐบาลอาจสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงในเวทีระหว่างประเทศ ทำให้ความพยายามและอิทธิพลทางการทูตอ่อนแอลง

 

ชัตดาวน์ซ้ำซ้อน ย้อนกลับไปในอดีต

 

ปี ค.ศ.1995-1996 เคยปิดหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐอเมริกาเป็นเวลา 21 วัน สมัยประธานาธิบดีคลินตัน ซึ่งตกลงกันไม่ได้เรื่องเพดานหนี้

 

ปี ค.ศ. 2013 เคยปิดไป 16 วัน ครั้งนั้นประธานาธิบดีโอบาม่าตกลงกับพรรครีพับลิกันไม่ได้ 

 

ปี ค.ศ. 2018-2019 ครั้งนั้นยาวที่สุดคือปิดไป 35 วันในสมัยทรัมป์ 1.0 ที่จะเอาเงิน 57,000 ล้านเหรียญไปทำรั้วเขตแดนระหว่างเม็กซิโก 

 

อย่างไรก็ดีต่อกรณีที่มี ชาวอเมริกันเชื้อไทยหลายหมื่นคนพึ่งพารายได้จากเงินประกันสังคมซึ่งส่งให้ทุกเดือน และเป็นจำนวนมากย้ายภูมิลำเนามาที่เมืองไทยแล้วและอาจเป็นห่วงว่าเงินจะหยุดชะงักหรือไม่นั้น  

 

คำตอบคือ เงินประกันสังคมจะส่งเข้าบัญชีตามปกติ ตามข้อ 1.2