เจ้าหน้าที่ได้ยึดเอกสาร ไฟล์คอมพิวเตอร์ และหลักฐานอื่นๆ ที่น่าสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาที่ว่า โบสถ์ติดสินบน “คิม ก็อน ฮี” ไม่นานหลังจาก "ยุน ซอก-ยอล" สามีของเธอได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี เมื่อเดือนมีนาคม ปี 2565
แต่ “คิม ก็อน ฮี” กลับเผชิญเรื่องอื้อฉาวรุมเร้ามากขึ้น ตั้งแต่ปลอมแปลงข้อมูลประวัติส่วนตัว มีพฤติกรรมจุ้นจ้านถึงขั้นแทรกแซงวิสัยทัศน์ด้านนโยบายการปกครองของสามี ใช้อิทธิพลบิดเบือนราคาหุ้น ครอบครองสินค้าฟุ่มเฟือยที่ละเว้นการชี้แจงทรัพย์สิน ใช้อิทธิพลแทรกแซงการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีส่วนร่วมในโครงการต่างๆ ของรัฐที่ส่อเค้าทุจริต และที่ดังที่สุดคือ การรับกระเป๋าหรูแบรนด์ "ดิออร์" (Dior)
ส่วนความสัมพันธ์กับโบสถ์แห่งความสามัคคี เจ้าหน้าที่ได้ยึดเอกสาร ไฟล์คอมพิวเตอร์ และหลักฐานอื่นๆ ที่น่าสงสัยตามข้อกล่าวหาว่า โบสถ์ได้ติดสินบน คิม ก็อน ฮี ด้วยของหรูหราราคาแพง รวมถึงกระเป๋าชาแนล (Chanel) และสร้อยคอเพชร ผ่านนายหน้าคนหนึ่ง ที่สัญญาว่าจะส่งมอบให้คิมระหว่างเดือนเมษายนถึงสิงหาคม 2565
แต่นายหน้าที่ถูกระบุว่า "พระกุนจิน" อ้างว่า ทำหายระหว่างการขนย้าย แต่เขาได้ชื่อว่าเป็นหมอดูคนโปรดของ คิม ก็อน ฮี ที่ต่อมาถูกตั้งข้อหาล่อลวงและชักจูง นักการเมืองกับนักธุรกิจ
การให้สินบน ก็เพื่อแลกเปลี่ยนกับการสนับสนุนของรัฐบาล ที่ทางโบสถ์จะไปทำโครงการพัฒนาในกัมพูชา แต่รัฐบาลไม่เล่นด้วย นำไปสู่การตัดสัมพันธ์กัน
ส่วนการสอบสวนได้ลามไปถึงกรณีที่ ฮัน ฮัค จา ภรรยาม่ายของผู้ก่อตั้ง คือ ซุน มยอง มูน และที่ปรึกษาของเธอ ละเมิดกฎหมายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ด้วยการผลาญเงินหลายล้านในบ่อนคาสิโนที่ลาสเวกัส ระหว่างปี 2551-2554 ที่ตอนนี้เธอถูกห้ามเดินทางออกนอกประเทศด้วย